“Day 1” แนวคิดที่ เจฟฟ์ เบโซส ใช้สร้างความสดใหม่ ให้องค์กร

“Day 1” แนวคิดที่ เจฟฟ์ เบโซส ใช้สร้างความสดใหม่ ให้องค์กร

22 เม.ย. 2021
“Day 1” แนวคิดที่ เจฟฟ์ เบโซส ใช้สร้างความสดใหม่ ให้องค์กร | THE BRIEFCASE
กระหายการเรียนรู้.. อยากพิสูจน์ฝีมือ.. อยากพัฒนาตัวเอง.. เปี่ยมด้วยพลังในการทำงาน..
ความรู้สึกเหล่านี้ คงเป็นสิ่งที่หลายคนเคยรู้สึกใน “Day 1” หรือ วันแรกในการทำงาน
ซึ่งเป็นวันที่เราเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงานอย่างแท้จริง
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้วันแรกของการทำงาน
เป็นวันที่ทรงพลังที่สุดวันหนึ่ง ของชีวิตการทำงานของคนเรา
ซึ่งคนที่เชื่อในพลังของ Day 1 เป็นอย่างมาก จนถึงขนาดหยิบเอาแนวคิดหรือปรัชญานี้มาใช้เป็นแก่นหลักขององค์กร ก็คือ “เจฟฟ์ เบโซส” ผู้ก่อตั้ง Amazon.com บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและเจ้าแห่งเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลก
เจฟฟ์ ได้กล่าวถึงคำว่า Day 1 อย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1997
โดยเขาเขียนมันลงไปในจดหมายถึงผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นจดหมายถึงผู้ถือหุ้น “ฉบับแรก” ของ Amazon หลังจาก IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในปีนั้น
บางส่วนของจดหมายฉบับนั้น สรุปสั้น ๆ ได้ว่า..
Amazon.com ผ่านความสำเร็จมากมายในปี 1997 ที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่วันแรก (Day 1) ของโลกอินเทอร์เน็ตเท่านั้น”
ซึ่งหลังจากจดหมายฉบับนั้น ถ้าลองไปเปิดอ่านจดหมายถึงผู้ถือหุ้น หรือจดหมายถึงพนักงาน เราก็จะเห็นว่า เจฟฟ์ เบโซส มักจะพูดถึงคำว่า Day 1 อยู่เสมอ จนคำว่า Day 1 นี้ ได้พัฒนาจนกลายมาเป็นหลักในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของ เจฟฟ์ เบโซส​ ไปในที่สุด
แม้กระทั่งจดหมายถึงผู้ถือหุ้นในปีนี้ ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายในฐานะ CEO ของบริษัท เขาก็ยังลงท้ายด้วยประโยคว่า “It remains Day 1” ..
แล้วการจะเป็นองค์กร หรือคนแบบ Day 1 สำหรับ เจฟฟ์ เบโซส เป็นอย่างไร ?
จากเนื้อความบางส่วนในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ Amazon ในปี 2016 เจฟฟ์ เบโซส ได้อธิบายว่า ถ้าอยากเป็น “Day 1 Company” หรือบริษัทแบบ Day 1 นั้น องค์กรจะต้องยึดหลักปฏิบัติดังนี้
1. หลงใหลในตัวลูกค้าอย่างแท้จริง
หลงใหลในที่นี้ หมายถึงองค์กรหรือบริษัทต้องตั้งใจฟังความต้องการของลูกค้า แล้วพัฒนาสินค้าหรือบริการมาตอบโจทย์ความต้องการนั้นให้ได้
เจฟฟ์ ยกตัวอย่างว่า บริการ Amazon Web Services (AWS) ที่สามารถครอบครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งของบริการ Platform as a Services ในวันนี้ได้ ก็เพราะ 90% ของบริการถูกพัฒนาต่อยอดมาจากฟีดแบ็กและความต้องการของลูกค้า
ฉะนั้น จงฟังลูกค้าให้มาก จงหลงใหลในตัวลูกค้าให้มาก ๆ ให้เหมือนวันแรกที่ธุรกิจหรือการทำงานของเราเริ่มต้นขึ้นเสมอ
2. ตัดสินใจให้เฉียบคมอย่างเดียวไม่พอ ต้องรวดเร็วด้วย
หลายคนหรือหลายองค์กรมักเจอปัญหาว่า กว่าจะตัดสินใจเรื่องอะไรได้อย่างเฉียบคมและมีประสิทธิภาพนั้น ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลนานมาก สำหรับเจฟฟ์ เขามีคำแนะนำสำหรับการตัดสินใจให้เร็วขึ้นคือ
การรอข้อมูลให้ครบ 100% นั้นใช้เวลามากไป ให้ลองลดข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงให้เหลือสัก 70% และใช้เทคนิค Two-way doors ควบคู่ไปด้วย
Two-way doors ที่ว่านี้คือ ถ้าเราเลือกเข้าประตูผิดบาน เราก็ควรกลับออกมาจากประตูบานนั้นให้ได้ เปรียบเสมือนถ้าการตัดสินใจของเราผิดพลาด ก็ควรมีทางกลับออกจากความผิดพลาดนั้นได้ เหมือนประตูที่สามารถเข้าและออกได้ ไม่ใช่เข้าได้หรือออกได้เพียงแค่ทางเดียว
3. ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก เรียนรู้อยู่เสมอ และอย่ามีข้อแม้ในการสร้างอะไรใหม่ ๆ
อย่าเป็นคนแบบน้ำเต็มแก้ว และอย่าเป็นคนที่บอกตัวเองว่าเราเก่งมากพอแล้ว จะไม่เรียนรู้อะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะความจริงคือโลกมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นทุกวัน อะไรที่ “Wow” ในวันนี้ แต่ในวันพรุ่งนี้ก็อาจกลายเป็น “Ordinary” หรือเรื่องธรรมดาไปแล้ว
ดังนั้น จงคิดไว้เสมอว่า ทุกวันคือวันแรก วันที่เราทุ่มเทสุดกำลังเพื่อสร้างสิ่งใหม่ ให้ลูกค้าและคนทั่วโลกได้ “Wow” กับสิ่งใหม่ของเรา แล้วมันจะทำให้พนักงานและองค์กร ดูสดใหม่ ดูมีพลังอยู่ตลอดเวลา
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะเก่งหรือเจ๋งแค่ไหน
อย่าหยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตัดสินใจให้ดีและเร็ว เต็มใจเรียนรู้จากความผิดพลาด
สำคัญที่สุดคือ คิดเอาไว้เสมอว่า ทุกวันเปรียบเสมือน “วันแรก”
วันที่เรายืนอยู่ที่จุดเริ่มต้น และพร้อมออกเดินทางไกลอยู่เสมอ..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.