แนวคิดการบริหาร เจ้าของอาณาจักรแบรนด์หรู ที่ใหญ่สุดในโลก

แนวคิดการบริหาร เจ้าของอาณาจักรแบรนด์หรู ที่ใหญ่สุดในโลก

28 เม.ย. 2021
แนวคิดการบริหาร เจ้าของอาณาจักรแบรนด์หรู ที่ใหญ่สุดในโลก | THE BRIEFCASE
“ความหลงใหลในแบรนด์จะยังคงต้องแข็งแกร่งไปอีก 10 ปี
นี่คือกุญแจสู่ความสำเร็จของเราอย่างแท้จริง”
นี่คือสิ่งที่ คุณ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ CEO ของ บริษัท LVMH
เจ้าของอาณาจักรแบรนด์หรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มักจะคิดในทุก ๆ เช้าหลังตื่นนอน
ในปัจจุบัน LVMH มีมูลค่าบริษัทประมาณ 12 ล้านล้านบาท
ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทแบรนด์หรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โดยมีคุณ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ บริหารบริษัทแห่งนี้มานานกว่า 32 ปี
แล้วเขามีหลักการในการบริหารอย่างไร ?
THE BRIEFCASE จะสรุปให้ฟัง
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักบริษัทแห่งนี้กันสักนิด
จุดเริ่มต้นของบริษัท LVMH มาจากการควบรวมกิจการ Louis Vuitton และ Moët Hennessy ในปี 1987
โดยชื่อ LVMH มีที่มาจาก อักษรตัวแรกของ 2 กิจการที่ควบรวมเข้าด้วยกัน
ในปัจจุบัน LVMH เป็นเจ้าของแบรนด์หรู ที่ถือครองกิจการอยู่หลากหลายประเภท ได้แก่
-สินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง เช่น Louis Vuitton, Charles & Keith, Marc Jacobs
-ร้านค้าปลีก เช่น Sephora
-น้ำหอมและเครื่องสำอาง เช่น Christian Dior, Guerlain, Givenchy
-ไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น Hennessy, Moët & Chandon
-นาฬิกาและเครื่องประดับ เช่น TAG Heuer, Tiffany & Co.
ซึ่งคุณ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บริษัทยิ่งใหญ่ได้อย่างในทุกวันนี้
เพราะระยะเวลากว่า 30 ปี ที่เขาขึ้นมาบริหาร LVMH
มูลค่าบริษัทก็เพิ่มขึ้นเกือบ 20 เท่า
แล้วเขาทำได้อย่างไร ? เราลองมาดูตัวอย่างแนวคิดในการบริหารของเขากัน
1.ให้ทำตัวเหมือนเป็นบริษัท “Start-Up” อยู่เสมอ
เคล็ดลับอย่างหนึ่งในความสำเร็จของ LVMH อยู่ที่การบริหารงานแบบกระจายอำนาจ
โดยเขากล่าวว่า แบรนด์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ LVMH จะบริหารงานด้วยผู้บริหารของตนเอง
และให้ทำตัวเหมือนว่า LVMH เป็นบริษัท Start-Up เล็ก ๆ อยู่เสมอ
เพราะบริษัทเล็ก ๆ เหล่านี้ จะรักษาความคิดสร้างสรรค์ และตื่นตัวทำทุกอย่างเพื่อให้กลายเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
นอกจากนี้เขายังให้ความสำคัญกับ การออกไปพบปะพนักงาน หรือ ลูกค้าตามร้านค้า
เพื่อให้มองเห็นถึงสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น มากกว่าการนั่งทำงานเอกสารในออฟฟิศ
ซึ่งตัวของเขาเองก็มักจะไปดูงานที่ร้านค้าทุกสัปดาห์ เช่นกัน
2. ไม่มีการควบคุมความคิดสร้างสรรค์
หากคุณไม่สามารถควบคุม เลโอนาร์โด ดา วินชี ได้ฉันใด
คุณก็ไม่สามารถควบคุมความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานได้ฉันนั้น
พนักงานจะรังสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดออกมา ก็ต่อเมื่อพวกเขาปราศจากการถูกควบคุม
หรือความวิตกกังวลด้านต่าง ๆ เช่น จะถูกลดงบประมาณในสิ่งที่พวกเขาออกแบบหรือไม่ ?
ดังนั้น เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ จึงให้อิสระพนักงานอย่างเต็มที่ในการสร้างสรรค์ผลงานออกมา
3. สร้างสินค้าที่ให้คนรู้สึกว่าจำเป็นและต้องมี
เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ไม่ใช้กลยุทธ์ การวิเคราะห์ตลาด หาความต้องการของลูกค้า
จากนั้นค่อยผลิตสินค้าออกมา แล้วมาดูทีหลังว่าลูกค้าชอบหรือไม่
แต่เขาทำในสิ่งที่ต่างออกไป คือ การสร้างสินค้าออกมาก่อน แล้วทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ของชิ้นนี้มันต้องมี”
แน่นอนว่าคนเราสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องมี Louis Vuitton รุ่นล่าสุด
แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้ความสำเร็จของ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์น่าประทับใจมากขึ้น
เพราะเขาสร้างความรู้สึกที่จำเป็น ความอยากกระหายในแฟชั่น ลงไปในสินค้าของเขา
4.สร้างแบรนด์ที่อยู่เหนือกาลเวลา
เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ เชื่อว่า การสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ คือ
การผสมผสานอดีตและอนาคตเข้าด้วยกัน แต่ก็ต้องมีความทันสมัย
แบรนด์ที่สร้างขึ้นต้องอยู่เหนือกาลเวลา ทำให้คนไม่ว่าอีก 10 ปี หรือ 100 ปี ก็ยังอยากได้มันอยู่
เช่น หากมั่นใจว่าในอีก 100 ปีข้างหน้าคนยังจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันอยู่
ก็ให้สร้างแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้น จากนั้นทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า ในอีก 100 ปีหลังจากนั้น
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสำเร็จของ LVMH มาจาก ความคิดสร้างสรรค์
วิสัยทัศน์ และ ความกระหายที่อยากจะยิ่งใหญ่อยู่เสมอ ของชายที่มีชื่อว่า เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.