การคุกคามทางเพศในองค์กร ปัญหาที่ผู้นำ ไม่ควรมองข้าม

การคุกคามทางเพศในองค์กร ปัญหาที่ผู้นำ ไม่ควรมองข้าม

7 พ.ค. 2021
การคุกคามทางเพศในองค์กร ปัญหาที่ผู้นำ ไม่ควรมองข้าม | THE BRIEFCASE
รู้หรือไม่ จากผลสำรวจ ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
ที่ทำการสำรวจ 136 หน่วยงานจากหลายองค์กรในไทย
พบว่า มีผู้ที่ถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
เมื่อลองเทียบตัวเลขสัดส่วนนี้กับประเทศอื่น ๆ
- สหรัฐอเมริกา ประมาณ 54%
- สหราชอาณาจักร 13%
จะเห็นว่าสถิติการถูกคุกคามทางเพศในไทย
ดูน้อยกว่า สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ก็ยังตั้งข้อสังเกตไว้ว่า
ที่สัดส่วนในไทยอยู่ในระดับต่ำ อาจเป็นเพราะ จริง ๆ แล้วยังมี “เหยื่อ” อีกหลายรายที่ไม่อยากเปิดเผยเรื่องนี้ในแบบสำรวจ หรือไม่มีโอกาสได้พูดเรื่องนี้กับสังคม
และถึงแม้ตัวเลขนี้ที่เกิดขึ้นในไทยอาจจะดูน้อย แต่นี่ก็เป็นปัญหาที่องค์กรไม่ควรมองข้าม
แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
THE BRIEFCASE จะสรุปให้ฟัง
ก่อนอื่นเรามาเข้าใจคำว่า การคุกคามทางเพศกันก่อน
ในบางครั้งการกระทำของเรา การหยอกล้อต่าง ๆ ที่ทำไปด้วยความสนิทสนม
และไม่ได้คิดอะไร แต่อีกฝ่ายอาจจะมองว่าเป็นการคุกคามทางเพศก็ได้
หลายคนจึงเกิดคำถามว่าแล้วแบบไหนล่ะ ถึงเรียกว่าคุกคามทางเพศ ?
ในปัจจุบันนั้นคำนิยามการคุกคามทางเพศ ครอบคลุมตั้งแต่การใช้สายตา คำพูดวิจารณ์รูปร่าง
การพูดตลกทางเพศ การสัมผัสร่างกาย ไปจนถึงการส่งรูป ส่งข้อความที่ส่อเจตนาทางเพศ
ที่ทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกเดือดร้อนรำคาญ
แล้วถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในองค์กร ผู้นำควรรับมืออย่างไร ?
เราลองมาดูตัวอย่างบริษัทชื่อดังระดับโลกจัดการกับปัญหาการคุกคามทางเพศภายในองค์กรกัน
ซึ่งบริษัทนั้นก็คือ Google
Andy Rubin คือผู้ก่อตั้งบริษัท Android Inc. ผู้คิดค้นระบบปฏิบัติการ Android ที่เราคุ้นเคยกัน
ก่อนที่จะถูก Google เข้าซื้อกิจการในปี 2005
โดย Andy Rubin ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของ Google เลยก็ว่าได้
เพราะเขาทำผลงานให้กับทางบริษัทอย่างมหาศาล
แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดการร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของ Andy กับพนักงานหญิงคนหนึ่ง
ภายหลังจากการสอบสวน Andy ก็ลาออกจากบริษัทไปในปี 2014 และ Google ได้จ่ายเงินชดเชยการลาออกให้กับเขาราว 2,900 ล้านบาท
แต่เรื่องก็ไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อ The New York Times สำนักข่าวชั้นนำของสหรัฐอเมริกา
ได้รายงานถึงเงินชดเชยที่ Andy ได้รับ
ซึ่งจากข่าวนั้นเองที่ทำให้พนักงานคนอื่น ๆ ที่เพิ่งมาทราบต่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก
ว่า Andy ที่มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศคนในบริษัท ไม่สมควรจะได้รับเงินชดเชยก้อนนั้น
จนเกิดเป็นเหตุให้พนักงานของ Google กว่า 20,000 คนทั่วโลก มารวมตัวกันประท้วงบริษัทในปี 2018
หลังจากนั้นมา คุณซุนดาร์ พิชัย CEO ของ Google ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เขาได้ออกแถลงการณ์ว่า บริษัทกำลังดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อพนักงานที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับใดก็ตาม
ซึ่งในช่วงปี 2016-2017 Google ก็ได้สั่งปลดพนักงานกว่า 48 ตำเเหน่ง
ในจำนวนนี้เป็นผู้บริหารระดับอาวุโสถึง 13 คน
ซึ่งเป็นผลจากการถูกกล่าวหาว่าได้กระทำพฤติกรรมที่เป็นการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศต่อเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา
ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทแม่ของ Google อย่าง Alphabet
ยังได้ตกลงที่จะอัปเดตหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและขั้นตอนเกี่ยวกับการลงโทษ พนักงานที่ประพฤติมิชอบทางเพศ และการคุกคามทางเพศอีกกว่า 80 ข้อกำหนด
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พนักงานของ Google ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
จากกรณีของ Google แสดงให้เห็นว่า ปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
หลายคนต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับการคุกคาม เพียงเพราะกลัวถูกไล่ออก
หรือบางคนก็ทนไม่ไหว จนขอลาออกไปเอง
และในท้ายสุดแล้ว หากองค์กรละเลยปัญหานี้ ก็อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา เหมือนที่ Google เคยเจอในปี 2018
สุดท้ายนี้ การคุกคามทางเพศไม่ควรจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะกับใคร เพศไหน หรือว่าที่ใดก็ตาม
เพราะการกระทำเหล่านั้นอาจเป็นการสร้างบาดแผลในจิตใจของคนที่โดนคุกคามทางเพศไปตลอดชีวิต
แล้วหากผู้นำยังปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
องค์กรอาจเสียพนักงานที่ดีไป หรือสูญเสียภาพลักษณ์ขององค์กร
เพียงเพราะมองข้ามปัญหา หรือซ่อนปัญหานั้นเอาไว้ ที่ใต้พรม..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.