กฎ 5 ชั่วโมง ที่จะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลง

กฎ 5 ชั่วโมง ที่จะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลง

18 พ.ค. 2021
กฎ 5 ชั่วโมง ที่จะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลง | THE BRIEFCASE
“การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในตัวเอง”
เป็นประโยคสุดคลาสสิกจากนักลงทุนอันดับ 1 ของโลกอย่างคุณ Warren Buffett
การลงทุนในตัวเองที่ว่านี้หมายถึงลงทุนในความรู้
เพราะถ้าเรามีความรู้มาก ย่อมหมายถึงโอกาสในการประสบความสำเร็จที่มากขึ้น
แน่นอนว่าความรู้ที่ว่านี้ไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่เพียงการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนเท่านั้น
แต่ยังหมายถึงความรู้ในการทำงานในสาขาต่าง ๆ, การใช้ชีวิต, การฝึกสมาธิ หรือแม้กระทั่งการทำอาหาร
ซึ่งในโลกที่เปิดกว้างในปัจจุบัน รวมถึงการเข้ามาของอินเทอร์เน็ตทำให้เรามีโอกาสที่จะศึกษาความรู้อะไรก็ได้ที่เราต้องการ
แต่ถ้าในแต่ละวัน เรากลับต้องยุ่งวุ่นวายกับการทำงานจากงานประจำหรือเตรียมตัวที่จะทำโปรเจกต์จบในมหาวิทยาลัย แล้วเราจะเอาเวลาที่ไหนไปลงทุนในตัวเอง ?
ถ้าเราคิดเช่นนี้ ลองไปดูชีวิตของผู้นำองค์กรระดับโลกอย่าง Elon Musk, Bill Gates หรือ Warren Buffett
ที่ต่อให้พวกเขาจะยุ่งกับการบริหารองค์กรมากแค่ไหน พวกเขามักจะหาเวลาเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
ซึ่งคุณ Michael Simmons เป็นผู้ที่ได้แกะแนวคิดของผู้นำระดับโลกและได้เผยแพร่บทความของเขาให้คนทั่วโลกได้รู้จักกันในชื่อ “กฎ 5 ชั่วโมง ที่จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้”
กฎดังกล่าวได้อธิบายไว้ว่าต่อให้คนที่ประสบความสำเร็จจะยุ่งแค่ไหน พวกเขาก็จะหาเวลาที่จะพัฒนาตัวเอง
อย่างน้อย 5 ชั่วโมงต่อ 1 สัปดาห์ หรือ 1 ชั่วโมงต่อ 1 วันนั่นเอง
การพัฒนาตัวเองอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อ 1 วันเป็นเวลาที่ไม่น้อยและไม่มากจนทำให้เรารู้สึกเหนื่อยจนเกินไป
เพราะเราอาจจะรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากที่เราทำงานประจำเสร็จ ดังนั้นเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงต่อวัน
จึงเป็นตัวเลขที่เหมาะสม
แน่นอนว่าถ้าเราพัฒนาตัวเอง 1 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ และเราก็ทำติดต่อไปเรื่อย ๆ แล้ว
สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาอาจทำให้เราแปลกใจก็เป็นได้
แล้วเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงต่อ 1 วัน เราสามารถพัฒนาตัวเองยังไงได้บ้าง ?
1. อ่านหนังสือ
การอ่านหนังสือเป็นวิธีการพัฒนาตัวเองที่ง่ายที่สุดที่ใคร ๆ ก็ทำได้
ถ้าเราอยากศึกษาหรือเรียนรู้เรื่องอะไร เราก็เพียงแค่ไปที่ร้านหนังสือหรือแพลตฟอร์มขายหนังสือออนไลน์
แล้วเลือกซื้อหนังสือในหัวข้อที่เรากำลังสนใจ
ที่สำคัญก็คือ ถ้าเราอ่านหนังสือจบแล้ว เราก็ควรนำสิ่งที่เราอ่านมาปฏิบัติจริงด้วย
เพื่อที่เราจะได้เห็นภาพในสิ่งที่เรากำลังศึกษาอยู่จริง ๆ
เช่น ถ้าเรากำลังศึกษาเรื่องวิธีการควบคุมอาหาร เราก็ควรที่จะลงมือปฏิบัติจริง ๆ ด้วย
เพราะถ้าเราไม่ได้ลงมือปฏิบัติ สักวันเราก็ต้องลืมเนื้อหาในหนังสือเล่มนั้นอย่างแน่นอน
คนที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือมาก
ไม่ว่าจะเป็น Bill Gates ที่อ่านหนังสือมากกว่า 50 เล่มต่อปี
หรือจะเป็น Elon Musk ที่ชีวิตในวัยเด็กของเขาเติบโตมากับการอ่านหนังสือ
จนทำให้เขาได้เจอกับหนังสือ The Ultimate Hitchhiker’s Guide to the Galaxy
ที่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาหลงใหลในเรื่องราวของอวกาศ
ซึ่งเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาก่อตั้งบริษัท SpaceX ขึ้นมา
2. คิดทบทวนและวางแผนชีวิตของตัวเอง
การคิดทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้วในอดีต ทำให้เราสามารถเรียนรู้กับสิ่งที่เราเคยทำพลาดไป
ซึ่งการเรียนรู้ข้อผิดพลาดนี้เอง จะทำให้เราสามารถเรียนรู้วิธีใหม่ ๆ เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเราเองนั้นทำผิดพลาดเหมือนในอดีต
นอกเหนือจากการเรียนรู้ข้อผิดพลาดแล้ว เราก็ควรที่จะวางแผนอนาคตของเราด้วยเช่นกัน
เพราะการวางแผนอนาคตของเราก่อนล่วงหน้า จะทำให้เรารับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
อย่างในกรณีของ Jack Dorsey ที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงต่อวันในการเดินไปทำงาน
เขาบอกเหตุผลที่เดินไปทำงานก็เพราะว่า เขาจะได้มีเวลาในการคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาในชีวิตของเขา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องงานหรือเรื่องอื่น ๆ ก็ตาม แน่นอนว่าการคิดทบทวนกับสิ่งที่ผ่านมา อาจจะทำให้เขาได้ไอเดียใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน
3. ทดลองสิ่งใหม่ ๆ
การเรียนรู้ที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเรียนในห้องเรียนหรืออ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงมือปฏิบัติ และกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ ถึงแม้ว่าการทดลองของเรานั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้ถึงข้อผิดพลาดว่าเราพลาดตรงไหน ในครั้งหน้าที่เราเริ่มต้นทดลองใหม่เราจะได้ไม่เดินทางเดิมอีก
อย่างในกรณีของ Mark Zuckerberg ที่ได้เปิดตัวโปรแกรมชื่อว่า The Facebook ที่ได้ทำการทดลองเชื่อมทุกคนในมหาวิทยาลัย Harvard เข้าหากัน จนปัจจุบันกลายเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกอย่าง Facebook
แน่นอนว่าการที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่ถ้าเราทำไปอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายสิ่งนี้จะกลายเป็นนิสัยที่จะทำให้เราไม่รู้สึกฝืนกับการที่เราต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อ 1 วันในการพัฒนาตัวเอง
แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับงานประจำเป็นอันดับแรก
แต่เมื่อเราเลิกงานแล้ว เวลาตรงนั้นจะเป็นเวลาของเราที่เราจะต้องให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน
เราอาจจะลองตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ของเราว่า เราอยากเห็นตัวเองในอีก 2 เดือนข้างหน้าเป็นแบบไหน
การกระทำในวันนี้แหละ จะเป็นตัวช่วยให้เราประสบความสำเร็จในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.