ชุง จู ยุง จากเด็กขโมยวัว หนีออกจากบ้าน สู่ผู้ก่อตั้ง อาณาจักรฮุนได

ชุง จู ยุง จากเด็กขโมยวัว หนีออกจากบ้าน สู่ผู้ก่อตั้ง อาณาจักรฮุนได

5 มิ.ย. 2021
ชุง จู ยุง จากเด็กขโมยวัว หนีออกจากบ้าน สู่ผู้ก่อตั้ง อาณาจักรฮุนได | THE BRIEFCASE
ปัจจุบันฮุนได ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้
หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า แชโบล
และยังเป็นบริษัทที่ได้การยอมรับไปทั่วโลก
แต่รู้ไหมว่า กว่าจะมาเป็น ฮุนได อย่างในทุกวันนี้
ผู้ก่อตั้งอย่าง ชุง จู ยุง ได้ผ่านอุปสรรคและความล้มเหลวมามากมาย
แล้วเขาก่อตั้งอาณาจักรฮุนได มาได้อย่างไร
THE BRIEFCASE จะสรุปให้ฟัง
ชุง จู ยุง เกิดเมื่อปี 1915 ตอนนั้นยังไม่มีการแบ่งแยกเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
เขาเกิดมาในครอบครัวชาวนาที่มีฐานะยากจน
จากเมือง Tongchon ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตเกาหลีเหนือ
ในตอนที่เขายังเด็กเขามีความฝันอยากเป็นครู
แต่ความฝันนั้นก็ต้องดับลงไปเพราะฐานะทางบ้านที่ยากจน
เขาจึงเรียนจบเพียงชั้นประถมศึกษาเท่านั้น
โดยหลังจากที่เรียนจบเขาก็กลับมาช่วยที่บ้านทำการเกษตรอยู่เรื่อยมา
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้เข้าเมืองไปขายไม้ ซึ่งจุดประกายให้เขาอยากเข้าไปทำงานในเมืองเพื่อหนีจากความยากจน
จนสุดท้าย ชุง จู ยุง ก็ได้ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน
โดยไปทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง แต่ก็ทำอยู่ได้ไม่นาน พ่อของเขาก็ตามมาเจอและพาเขากลับบ้าน
แต่ด้วยความที่ไม่อยากทำงานเป็นเกษตรกร และมีใจรักในการก่อสร้าง
ทำให้เขาตัดสินใจหนีออกจากบ้านอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็โดนจับได้อีก
จนมาถึงความพยายามหนีออกจากบ้านในครั้งที่ 4
เขาได้ขโมยวัวของครอบครัวไปขาย
เพื่อนำเงินไปซื้อตั๋วรถไฟไปโซลที่ปัจจุบันคือเมืองหลวงของเกาหลีใต้
หลังจากหลบหนีได้สำเร็จเขาก็ได้ทำงานในร้านค้าข้าว
ซึ่งหลังจากเข้ามาทำงานได้เพียง 6 เดือน เขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งมาดูแลงานด้านบัญชีของร้าน
จนมีความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจมากขึ้น และได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของร้านให้มาดูแลกิจการแทน
ทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะไปได้ดี แต่ก็พลันสลายหายไปกับตา
เมื่อญี่ปุ่นเข้ามายึดครองเกาหลี ทำให้คนเกาหลีไม่สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้
ชุง จู ยุง จึงต้องปิดกิจการร้านข้าวนั้นลง และตัดสินใจนำเอาประสบการณ์และเงินที่เก็บสะสม ไปเริ่มต้นธุรกิจอู่ซ่อมรถในบ้านเกิด แต่ธุรกิจอู่ซ่อมรถก็ต้องปิดตัวลงอีกครั้ง จากคำสั่งของรัฐบาลญี่ปุ่น
ในที่สุดโชคชะตาก็เข้าข้างเขาบ้าง..
เพราะหลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945
สหรัฐอเมริกาก็เข้ามาดูแลพื้นที่ทางตอนใต้ของเกาหลี หรือที่เรียกเกาหลีใต้ในปัจจุบัน
การเข้ามาของสหรัฐอเมริกา ทำให้การทำธุรกิจในเกาหลีใต้มีอิสระมากขึ้น
ซึ่งช่วงนี้เองที่ ชุง จู ยุง ก็ได้ก่อตั้งบริษัท ฮุนได ขึ้นในปี 1947
โดยเริ่มจากการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
และด้วยวิสัยทัศน์ของ ชุง จู ยุง ที่ต้องการฟื้นฟูประเทศหลังสงครามให้กลับมาดียิ่งขึ้น
ทำให้บริษัทของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ฮุนไดเติบโตได้ดีในช่วงแรก เพราะในช่วงนั้นรัฐบาลของเกาหลีใต้ มีโครงการก่อสร้างและบูรณะประเทศหลายโครงการ เช่น สร้างทางด่วน การก่อสร้างท่าเรือและเขื่อน
โดยฮุนไดก็เป็นผู้ชนะการประมูลหลายโครงการของรัฐบาลเกาหลีใต้
รวมทั้งโครงการอื่นจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาด้วย
หลังจากนั้น ก้าวสำคัญของกลุ่มฮุนไดก็คือ การก่อตั้ง ฮุนได มอเตอร์ เพื่อผลิตรถยนต์ ในปี 1967
โดยในช่วงแรก ฮุนได ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตจาก Ford ทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถใช้ชื่อแบรนด์ว่า ฮุนได ได้
จนกระทั่งในปี 1974 ฮุนไดได้ตัดสินใจผลิตรถยนต์ด้วยตัวเอง
แต่ยังคงใช้ส่วนประกอบส่วนใหญ่มาจาก Ford และเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ของ Mitsubishi แทน
ซึ่งรถรุ่นแรกที่ฮุนไดผลิตออกมาก็คือรุ่น Pony ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ขายดีมากในเกาหลีใต้
และช่วยให้ฮุนไดเจาะตลาดต่างประเทศสำเร็จในเวลาต่อมา
ถึงแม้ว่าฮุนไดจะประสบความสำเร็จในการผลิตรถยนต์แล้ว
แต่ ชุง จู ยุง ก็ไม่หยุดอยู่แค่นั้น เขายังมองหาช่องทางทำเงิน และหาทางขยายธุรกิจให้หลากหลายมากขึ้น
ซึ่งเขาก็เลือกที่จะทำธุรกิจผลิตเรือเพิ่มเติม โดยเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังประเทศอังกฤษ
เพื่อมาหาแหล่งเงินทุนอย่าง ธนาคาร Barclays ที่มองเห็นศักยภาพของประเทศเกาหลีใต้ในด้านธุรกิจต่อเรือ
สุดท้าย ฮุนไดก็ได้เงินกู้มาทำธุรกิจต่อเรือตามที่ต้องการ และนี่ก็ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มธุรกิจ Hyundai Heavy Industries ในเวลาต่อมา
ภายในระยะเวลา 30 ปีนับจากการก่อตั้ง ฮุนไดก็ได้กลายเป็นผู้ผลิตเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ต่อมาในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ชุง จู ยุง เห็นว่า Samsung กำลังคุมส่วนแบ่งตลาดอิเล็กทรอนิกส์
ทำให้เขาอยากเข้ามาแย่งส่วนแบ่งบ้าง จึงได้ก่อตั้ง Hyundai Electronics ในเวลาต่อมา
ซึ่งปัจจุบันก็คือ SK hynix ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก
ที่ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ เขายังมีส่วนสำคัญในการร่างข้อเสนอให้เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกปี 1988
อีกด้วย
และในช่วงบั้นปลายของชีวิต เพื่อเป็นการชดใช้วัวที่เขาได้ขโมยไปเมื่อวัยเด็ก เขาก็ได้ตัดสินใจปล่อยวัวกว่า 1,001 ตัวกลับสู่ประเทศเกาหลีเหนือ ประเทศที่เขาเดินทางจากมา
สุดท้ายนี้ ชุง จู ยุง ก็เคยได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำธุรกิจกับนิตยสาร Time ว่า
ด้วยความคิดริเริ่ม ความขยัน และความสามารถ ทำให้เขาสามารถผลักดันให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าและประสบความสำเร็จได้
ถึงแม้ว่า ชุง จู ยุง จะจากโลกนี้ไปแล้ว
แต่เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางที่ยากลำบากของเขาจนประสบความสำเร็จ
คงเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนไม่น้อย..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.