ส่องแนวคิด “เจนเซ่น หวง” ผู้ปลุกปั้น NVIDIA สู่บริษัทมูลค่า 13 ล้านล้าน ภายในเวลาไม่ถึง 30 ปี

ส่องแนวคิด “เจนเซ่น หวง” ผู้ปลุกปั้น NVIDIA สู่บริษัทมูลค่า 13 ล้านล้าน ภายในเวลาไม่ถึง 30 ปี

17 มิ.ย. 2021
ส่องแนวคิด “เจนเซ่น หวง” ผู้ปลุกปั้น NVIDIA สู่บริษัทมูลค่า 13 ล้านล้าน ภายในเวลาไม่ถึง 30 ปี | THE BRIEFCASE
“เราจะแก้ปัญหา ที่ไม่มีใครแก้ได้”
นี่คือคำพูดของ เจนเซ่น หวง ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารคนปัจจุบัน ของบริษัท NVIDIA
บริษัทผลิตการ์ดจออันดับ 1 ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 13 ล้านล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 28 ปีที่แล้ว
NVIDIA เพิ่งก่อตั้งขึ้น ด้วยเงินทุนเพียง 1.2 ล้านบาทเท่านั้น
ซึ่งปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ NVIDIA ก็ไม่ได้มีแค่การ์ดจอสำหรับเล่นเกมแบบที่หลายคนเข้าใจ
แต่ยังได้เข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมอื่นอีกด้วย
เช่น Data Center ที่มีลูกค้าเป็นถึง AWS, Google Cloud
หรือรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งมี Benz, Volvo, Audi เป็นลูกค้า
วันนี้ THE BRIEFCASE จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ เจนเซ่น หวง
เขาเป็นใคร ? และมีแนวคิดการบริหารธุรกิจอย่างไร ? มาดูกัน
เจนเซ่น หวง เกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1963 ที่เมืองไถหนาน ประเทศไต้หวัน
ก่อนจะอพยพมายังประเทศสหรัฐอเมริกา ในเวลาต่อมา
เจนเซ่น หวง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จาก Oregon State University และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จาก Stanford University
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาได้เข้าทำงานที่บริษัท LSI Logic อยู่ช่วงหนึ่ง
ภายหลังได้ย้ายมาเป็นนักออกแบบไมโครโพรเซสเซอร์ที่ Advanced Micro Devices หรือ AMD
จนเมื่อปี 1993 เจนเซ่น หวง และเพื่อนเขาอีก 2 คน คือ Chris Malachowsky และ Curtis Priem
ได้คุยกันว่า พวกเขาต้องการสร้าง “สิ่งที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่สามารถทำได้”
ทำให้บริษัท NVIDIA ได้ถือกำเนิดขึ้นมา ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 1,200,000 บาท
โดยในปัจจุบัน NVIDIA ภายใต้การบริหารของ เจนเซ่น หวง ตลอดระยะเวลา 28 ปี
กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง 13 ล้านล้านบาท เป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งใหญ่เป็นกว่า 4 เท่าของ AMD ที่เขาเคยเป็นพนักงานมาก่อนด้วย
แล้วจากเรื่องราวความสำเร็จนี้
เจนเซ่น หวง มีหลักแนวคิด และแนวทางการบริหารอย่างไร ?
1. สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยากต่อการปฏิเสธ
สำหรับ เจนเซ่น หวง การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดี คือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหา ที่ยังไม่สามารถแก้ได้ ตัวอย่างเช่น
ในช่วงแรกที่ก่อตั้ง NVIDIA เขาเห็นว่าตลาดวิดีโอเกมกำลังเติบโตและทำยอดขายได้มหาศาล
เขาจึงมองว่าวิดีโอเกมนี่แหละคือกุญแจสำคัญ
ในปี 1999 เขาจึงทำในสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนคือ เปิดตัว GeForce 256 ถือได้ว่าเป็น
“การ์ดจอตัวแรกของโลก” ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ในตอนนั้น ที่ยังใช้การประมวลผลจากแค่ CPU เพียงอย่างเดียว
จึงทำให้ไม่สามารถเล่นเกม ที่ต้องการความสามารถในการประมวลผลขั้นสูงอย่างเกม 3D ได้
2. การมองไปข้างหน้า
แม้ว่า NVIDIA จะเติบโตมาจากอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ แต่ด้วยการมองหาโอกาสใหม่ ๆ เสมอ
ทำให้ปัจจุบันเราจึงเห็นผลิตภัณฑ์ของ NVIDIA ปรากฏอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมในรูปแบบของชิปเซตที่ช่วยให้ AI และเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับสูงสามารถประมวลผลได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการแพทย์ การขนส่ง และการเดินทาง
3. ให้ความสำคัญกับการเป็นผู้นำที่ดี
เจนเซ่น หวง กล่าวว่าผู้นำมีผลต่อวัฒนธรรมการทำงานในองค์กรเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการทำงานหรือการตัดสินใจ จะส่งผลถึงพนักงานและการทำงานโดยรวมของบริษัท
โดยเขายังบอกอีกว่าการจะเป็นผู้นำที่แท้จริงนั้นต้องทำด้วยใจ เพราะถ้าหากไม่ทำจากใจ พนักงานจะสามารถรับรู้ได้ และจะเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันทีในการนำ หรือกระตุ้นทีม
นอกจากนี้เขายังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพนักงานในแผนกต่าง ๆ
เพื่อที่จะได้รู้จักพนักงานแต่ละคนมากขึ้น
อีกทั้งยังช่วยสร้างความรู้สึกให้ว่าพนักงานสามารถสื่อสารกับ CEO ได้อย่างเปิดเผยอีกด้วย
4. ผันตัวเป็นโค้ช เพื่อสร้างผู้นำคนต่อไป
อีกหนึ่งงานหลักที่ เจนเซ่น หวง ทำคือ การนั่งคุยกับผู้จัดการในฝ่ายต่าง ๆ
ถึงแนวทางที่จะรับมือกับปัญหาและความท้าทายที่พวกเขาเจอในบริษัท
โดยเขาเชื่อว่าทางเดียวที่จะทำให้บริษัทโตต่อไปได้ คือการสร้างผู้นำคนต่อไป
เพราะคนรุ่นใหม่มักจะมีไอเดีย และมองเห็นโอกาสในธุรกิจใหม่ได้ดีกว่า
ปิดท้ายด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ
ครั้งหนึ่งพนักงานบริษัทของเขาได้มีการพนันกันเล่น ๆ ว่า
หากราคาหุ้นของ NVIDIA สามารถขึ้นไปแตะที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐได้
บางคนจะโกนผม บางคนจะย้อมสีผมใหม่
แน่นอนว่า เจนเซ่น หวง เองไม่พลาดที่จะเล่นเกมในครั้งนี้
ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของรอยสักตราโลโกบริษัท NVIDIA บนแขนซ้ายของเขานั่นเอง
และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ จากวันนั้นไม่ถึง 5 ปี ราคาหุ้นของ NVIDIA ก็เพิ่มขึ้นเป็น 7 เท่า
จนปัจจุบันสามารถแตะหลัก 700 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.