FinTech อุตสาหกรรมเปลี่ยนโลก กับเรื่องที่หลายคนยังเข้าใจผิด

FinTech อุตสาหกรรมเปลี่ยนโลก กับเรื่องที่หลายคนยังเข้าใจผิด

21 มิ.ย. 2021
FinTech อุตสาหกรรมเปลี่ยนโลก กับเรื่องที่หลายคนยังเข้าใจผิด | THE BRIEFCASE
ถ้าให้บอกว่า FinTech คืออะไร
หลายคนคงเข้าใจว่า ต้องเป็นเทคโนโลยีทางการเงินล้ำ ๆ ที่ในสมัยก่อนไม่มี
อย่างเช่น Digital Wallet อย่าง TrueMoney Wallet ที่หลายคนใช้
หรือแอปพลิเคชัน Mobile Banking ของแต่ละธนาคาร
ซึ่งคำตอบเหล่านี้ก็ไม่ผิด แต่ก็ถือว่ายังถูกไม่หมด..
เพราะถ้าเรามาดูคำนิยามของคำว่า FinTech
คือมาจากคำว่า Financial ที่แปลว่า การเงิน บวกกับคำว่า Technology
คำว่า FinTech จึงหมายความรวมถึง “ทุกเทคโนโลยีที่เข้ามาพัฒนาโลกการเงิน”
นั่นหมายความว่า FinTech หมายรวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เราเคยใช้ในอดีต
ไม่ว่าจะเป็น ตู้ ATM ที่เข้ามาเปลี่ยนโลกการเงินของเราในช่วงกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ให้คนสามารถทำธุรกรรมทางการเงินบางอย่าง ที่ตู้อัตโนมัตินี้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่ต้องเสียเวลาเข้าสาขาธนาคาร
หรือแม้กระทั่งระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของธนาคาร
ที่เข้ามาเปลี่ยนการทำงานของแต่ละธนาคารให้รวดเร็ว สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้แบบเรียลไทม์
โดยไม่ต้องพึ่งการจดบันทึกข้อมูลใส่กระดาษ
แบบนี้ก็นับเป็น FinTech เช่นกัน..
สรุปประเด็นนี้คือ ไม่ว่าเทคโนโลยีอะไรที่เข้ามาเปลี่ยนโลกการเงินให้สะดวกสบายขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น
ไม่ว่าจะเทคโนโลยีหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ ก็นับเป็น FinTech ทั้งนั้น
ประเด็นต่อมาที่มักมีการเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ
คือ FinTech หมายความถึงแค่เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจธนาคารและการชำระเงิน
ซึ่งจากที่เราได้อธิบายไปในเบื้องต้นแล้ว
ว่าคำว่า FinTech นั้น มีความหมายที่กว้างมาก
และแน่นอนว่า มันกว้างกว่าคำว่าธนาคารแน่นอน
ถ้าลองดูตัวอย่างที่ใกล้ตัวเราคนไทย อย่างเช่น TrueMoney Wallet
ที่ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล และบริการทางการเงินอื่น ๆ ผ่านแอปพลิเคชันของตัวเอง
ซึ่งเจ้าของ TrueMoney Wallet คือ แอสเซนด์ กรุ๊ป ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจธนาคาร
โดยปัจจุบัน TrueMoney Wallet มีจำนวนผู้ใช้งานชาวไทยประมาณ 17 ล้านคน
หรือถ้าลองดูตัวอย่างในต่างประเทศ ก็จะเริ่มเห็น FinTech ในลักษณะ “InsureTech” ที่ผู้ให้บริการหลายรายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
โดยที่ธุรกิจประเภทนี้ ให้ผู้ใช้งานเลือกซื้อประกัน ชำระเงิน รับกรมธรรม์ได้ครบ จบ บนโลกออนไลน์ ซึ่งธุรกิจลักษณะนี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในหลายประเทศ เพราะเข้าถึงบริการได้ง่าย และขั้นตอนในการซื้อไม่ยุ่งยาก
FinTech อีกแบบที่เริ่มเห็นในไทย
ก็คือ “Robo-Advisor” ที่เข้ามาเปลี่ยนโลกการลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งเริ่มพบเห็นได้ตามแอปพลิเคชันซื้อ-ขายกองทุนรวมในไทย
โดย Robo-Advisor เป็นเหมือนการเอา Big Data ในโลกของการลงทุนมาวิเคราะห์ด้วย AI แล้วปรับออกมาเป็นคำแนะนำการลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของผู้ลงทุนแต่ละคน และยังช่วยปรับพอร์ตการลงทุนอัตโนมัติได้
ซึ่ง Robo-Advisor ก็มีให้เห็นทั้งในแอปพลิเคชันซื้อ-ขายกองทุนรวม ที่อยู่ในเครือของธนาคาร อย่างเช่น EASY INVEST ของ SCB และของบริษัทรายอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เครือธนาคาร อย่างเช่น odini
และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมี FinTech ในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย
เช่น FinTech ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำธุรกรรมรูปแบบใหม่
อย่างเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่มาเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้ธุรกรรมแบบไร้ตัวกลาง อย่างเช่น การแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี
รวมไปถึง FinTech เกี่ยวกับการให้สินเชื่อผู้บริโภค (Microloans)
ซึ่งกำลังเป็นสิ่งที่หลาย ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ให้ความสนใจ
เพราะตลาดผู้ที่ต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วโลกนั้นถือว่าใหญ่มาก ซึ่งเป็นโอกาสแห่งอนาคตของบริษัทที่มี Big Data ของผู้ใช้งานอยู่ในมือ
สรุปประเด็นนี้ก็คือ ความเข้าใจที่ว่า FinTech อยู่ในแค่วงการธนาคารหรือการชำระเงินเท่านั้น เป็นเรื่องที่ยังเข้าใจผิดกัน เพราะเราจะเห็นว่า มีหลาย ๆ เทคโนโลยีที่ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคารเลย และไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของการชำระเงินเพียงเท่านั้น
แล้วทำไมถึงบอกว่า FinTech เป็นอุตสาหกรรมเปลี่ยนโลก ?
เราลองมาดูตัวเลขเหล่านี้กัน
- อ้างอิงข้อมูลจากกองทุนบัวหลวง การชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัล จะเติบโตจาก 52% ของปริมาณการชำระเงินทั้งหมด ในปี 2015 เป็น 80% ในปี 2030
- การทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือ Mobile Banking กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด
จากจำนวนผู้ใช้ 800 ล้านคน ในปี 2014 มาเป็น 2,400 ล้านคน ในปี 2020 และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก หากประชากรโลกเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการใช้งานสมาร์ตโฟนมากขึ้น
- สถิติจำนวนบัญชีลูกค้าที่ใช้บริการ Mobile Banking ในประเทศไทย จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
ปี 2015 จำนวน 13.9 ล้านบัญชี
ปี 2019 จำนวน 60.1 ล้านบัญชี
- อ้างอิงข้อมูลจาก Deloitte
รายได้ของอุตสาหกรรม FinTech ทั่วโลกในปี 2019 อยู่ที่ประมาณ 4.1 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตถึง 7.1 ล้านล้านบาท ในปี 2024 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 11.7% ต่อปี
จากข้อมูลทั้งหมดนี้คงทำให้ได้เห็นภาพใหญ่ ๆ
ว่าโลกการเงินของทั้งประเทศไทยและทั้งโลก
กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์มากขึ้นทุกที
หลายคนวันนี้จ่ายบิลค่าน้ำ-ค่าไฟ ผ่านสมาร์ตโฟนมาแล้วเป็นปี ๆ
หลายคนวันนี้ลงทุนในกองทุนรวม ผ่านบริการผู้แนะนำการลงทุนอัจฉริยะอย่าง Robo-Advisor
และหลายคนในวันนี้ คงไม่ได้หยิบเงินสดมาใช้จ่ายกันนานมากแล้ว
หลายคนอาจไม่ทันสังเกตพฤติกรรมในโลกการเงินของตัวเองด้วยซ้ำ
ว่าเราในวันนี้ กำลังเปลี่ยนไปและหันเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มที่
ซึ่งสิ่งที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ ก็คือ “FinTech” นั่นเอง..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.