ส่องแนวคิดบริหาร ผู้ปลุกปั้น Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้า ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก

ส่องแนวคิดบริหาร ผู้ปลุกปั้น Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้า ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก

13 ก.ค. 2021
ส่องแนวคิดบริหาร ผู้ปลุกปั้น Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้า ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก | THE BRIEFCASE
ในวันนี้ หากพูดถึงร้านเสื้อผ้าอย่าง Uniqlo คงไม่มีใครไม่รู้จัก..
รู้หรือไม่ว่า ในปี 2017 มูลค่าของบริษัท Fast Retailing เจ้าของแบรนด์ Uniqlo อยู่ที่ 1.1 ล้านบาท
แต่ปัจจุบัน มูลค่าบริษัทอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท หรือเติบโตขึ้นกว่า 2 เท่าภายในระยะเวลา 4 ปี
คนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือ “คุณทาดาชิ ยานาอิ”
เขาคนนี้คือใคร ? และมีแนวคิดการบริหารอย่างไร
วันนี้ THE BRIEFCASE จะสรุปให้ฟัง
คุณทาดาชิ ยานาอิ เกิดที่เมืองอูเบะ จังหวัดยามางูจิ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1949 เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ และรัฐศาสตร์
หลังจากเรียนจบ เขาก็เริ่มงานเป็นพนักงานขายเครื่องครัว และเสื้อผ้าผู้ชายอยู่ที่ห้าง JUSCO แต่ทำงานได้เพียง 1 ปี เขาก็กลับมาทำงานที่ร้านขายเสื้อผ้าของพ่อที่บ้าน
จนในปี 1984 คุณทาดาชิ ยานาอิ ได้ตัดสินใจเปิดร้าน Uniqlo ร้านแรก ที่เมืองฮิโรชิมา
และในปี 1991 ก็ได้เปลี่ยนชื่อบริษัท Ogori Shoji ที่แต่เดิมเป็นของพ่อ ให้กลายเป็น Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ที่เรารู้จักกัน
Fast Retailing เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจร้านเสื้อผ้าผ่านแบรนด์ต่าง ๆ โดยมีตัวอย่างแบรนด์ที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย เช่น Uniqlo และ GU
ในปี 2020 บริษัท Fast Retailing มีรายได้ 587,000 ล้านบาท กำไร 27,500 ล้านบาท
โดยมีสัดส่วนรายได้มาจาก
- Uniqlo ในต่างประเทศ 42%
- Uniqlo ภายในประเทศญี่ปุ่น 40.2%
- GU 12.3%
- แบรนด์อื่นในเครือ 5.5%
จากร้านขายเสื้อผ้าเล็ก ๆ ในเมืองอูเบะ จนปัจจุบัน Fast Retailing มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท
แล้วคุณทาดาชิ ยานาอิ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ มีแนวคิดในการบริหารอย่างไร ?
1. ความล้มเหลว และความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า Uniqlo เคยล้มเหลวในหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน สหรัฐอเมริกา หรือยุโรป แต่คุณทาดาชิ ยานาอิ กลับมองเป็นเรื่องท้าทายที่ให้บทเรียนกับเขา และนำมาปรับปรุงกระบวนการขาย และผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการในแต่ละประเทศมากขึ้น
จนปี 2020 Uniqlo สามารถทำยอดขายจากต่างประเทศได้สูงถึง 244,000 ล้านบาท เทียบกับปี 2013 ยอดขายจากต่างประเทศอยู่ที่ 72,600 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตกว่า 3 เท่า ภายในเวลา 7 ปี
2. รู้จักคู่แข่ง
นิสัยอย่างหนึ่งของคุณทาดาชิ ยานาอิ คือชอบเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งหนึ่งในผู้บริหารที่เขาชอบที่สุดคนหนึ่งคือ เลส เว็กซ์เนอร์ ผู้บริหารเครือ L Brands ที่นำแบรนด์ชุดชั้นในอย่าง Victoria’s Secret ก้าวสู่แบรนด์ระดับโลก
ไม่ใช่แค่คนที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่เขายังชอบที่จะศึกษาบริษัทคู่แข่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น H&M, ZARA หรือ Marks & Spencer
นอกจากนี้เขายังชอบเรียนรู้วัฒนธรรมของคนจากประเทศต่าง ๆ โดยเขามักจะเดินทางไปประเทศ สหรัฐอเมริกา และแถบยุโรป อยู่บ่อยครั้ง เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ ๆ
3. เข้มงวด
คุณทาดาชิ ยานาอิ บอกว่า บางครั้งเขาจำเป็นที่จะต้องเข้มงวดกับพนักงานบ้าง
โดยมีจุดประสงค์คือต้องการให้พนักงานพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น เพราะหากไม่มีแรงกดดันหรือความท้าทายเลย
อาจทำให้พนักงานไม่สามารถพัฒนาตัวเอง และพัฒนาองค์กรได้
4. ปรับตัวกับสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา
“ปรับตัวและลองทำสิ่งใหม่ ๆ” หากรู้ว่าอะไรที่ทำแล้วไม่ได้ผล ก็ให้เปลี่ยนวิธี เป็นสิ่งที่เขาคอยบอกพนักงาน Uniqlo อยู่เสมอ
เขาเล่าว่าตอนเริ่มทำธุรกิจแรก ๆ เขาเคยขายเสื้อผ้าที่มีคุณภาพต่ำ จึงทำให้ทำกำไรได้น้อย ภายหลังเขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาทำเสื้อผ้าที่มีคุณภาพ ในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในทุกวันนี้
5. เติบโตช้า ๆ แต่มั่นคง
เขาเล่าว่า เมื่อตอนที่ Uniqlo ต้องการเข้าไปบุกตลาดในประเทศอังกฤษ เขาได้ตัดสินใจเปิดสาขาทีเดียวถึง 50 สาขา แต่ผลการดำเนินงานกลับไม่เป็นตามที่คาดไว้ ทำให้เมื่อถึงสิ้นปีกลับเหลือเพียง 21 สาขาที่สามารถดำเนินการได้ และอีก 16 สาขาต้องปิดตัวลง
จากความผิดพลาดในครั้งนี้ ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น
จนปัจจุบัน Uniqlo ในประเทศอังกฤษเหลืออยู่เพียง 13 สาขาเท่านั้น ซึ่งทุกสาขาสามารถทำกำไรได้หมด
ซึ่งบทเรียนในครั้งนั้น ก็ได้สอนเขาว่าการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอาจดูน่าตื่นเต้น แต่ในระยะยาวแล้วการค่อย ๆ เติบโตอย่างมั่นคงเป็นสิ่งที่ดีกว่า
6. อย่ามอบงานทั้งหมดให้ลูกน้อง
การมอบหมายงานให้ลูกน้อง เป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจ แต่สำหรับคุณทาดาชิ ยานาอิ แล้ว การลงมือทำด้วยตัวเองบ้างเป็นสิ่งที่จำเป็น
เขาบอกว่าการที่คนระดับผู้บริหารลงมือทำงานเอง เช่น งานประจำวันทั่วไป ทำให้เราเข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละงานมากขึ้น
แม้ทุกวันนี้ คุณทาดาชิ ยานาอิ จะเรียกได้ว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการบริหารอย่างมากคนหนึ่ง แต่รู้หรือไม่ว่า ครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสบริหารจัดการ คือ วันที่เขากลับมาบริหารร้านเสื้อผ้าเล็ก ๆ ของพ่อ
ในครั้งนั้นเขาทำให้พนักงานทั้งหมด 7 คน ลาออกจนเหลือพนักงานอยู่แค่คนเดียว แต่เขาก็เรียนรู้ความผิดพลาดจากการบริหารที่เขาทำมาโดยตลอด
และใครจะไปรู้ว่า คนที่เคยล้มเหลวในวันนั้น จะสามารถพาบริษัทเติบโตจนมีมูลค่า 2.4 ล้านล้านบาท และเป็นเจ้าของแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในวันนี้..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.