ทำไม บริษัทระดับโลก ไม่ค่อยสนใจใบปริญญา เวลาเลือกคนเข้าทำงาน

ทำไม บริษัทระดับโลก ไม่ค่อยสนใจใบปริญญา เวลาเลือกคนเข้าทำงาน

19 ก.ค. 2021
ทำไม บริษัทระดับโลก ไม่ค่อยสนใจใบปริญญา เวลาเลือกคนเข้าทำงาน | THE BRIEFCASE
“บางครั้งใบปริญญาไม่ได้การันตีการประสบความสำเร็จในชีวิต”
เป็นคำคมที่เรามักจะเห็นบ่อยบนโลกออนไลน์ ยิ่งในวิดีโอสัมภาษณ์เหล่า CEO ดัง ๆ ทั้งหลาย ยิ่งเป็นเรื่องที่เรามักจะคุ้นเคยกันดี
จริง ๆ แล้ว ใบปริญญา ยังสำคัญอยู่ไหม ในการทำงานยุคสมัยนี้ ?
ถ้าลองมาดูตัวอย่างที่สุดโต่งในเรื่องการ “ไม่พึ่งใบปริญญา”
ก็อย่างเช่น กรณีของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ที่เขาได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย Harvard เพื่อมาพัฒนาแพลตฟอร์ม Facebook และกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกคนหนึ่งในวันนี้
และถ้าหากมาเจาะดู การคัดเลือกคนเข้าทำงานของหลาย ๆ องค์กรระดับโลก อย่างเช่น Google, Apple, Tesla บริษัทเหล่านี้ ก็ไม่ได้คำนึงถึงใบปริญญาเป็นอันดับแรก
จากบทสำรวจล่าสุด หลายบริษัททั่วโลกได้ปรับเปลี่ยนมุมมองการรับสมัครพนักงานใหม่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ใบปริญญานั้น ไม่ใช่ตัววัดหลัก ว่าพนักงานจะได้งานหรือไม่อีกต่อไป..
แต่ไหนแต่ไรมา เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ใบปริญญาคือตัวแทนความสำเร็จของเราสำหรับการสมัครงาน
ถ้าเรามีใบปริญญาที่จบมาจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก หรือมหาวิทยาลัยชื่อดัง ก็ย่อมเป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่จะรับเราเข้าทำงาน
แต่ทว่าในปี 2021 ยุคที่ทุกคนสามารถใฝ่หาความรู้ได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
ถ้าคนเราอยากรู้เรื่องอะไร เราก็จะถาม Google ถ้าอยากศึกษาเพิ่มเติม ก็จะดู YouTube หรือถ้าอยากจะเข้าใจมากขึ้น ก็ไปเรียนเป็นคอร์สออนไลน์ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Coursera, edX, Newsela หรือ MasterClass
เราอยู่ในยุคที่มีเครื่องมือความรู้ ที่อยู่ในมือเราแทบจะตลอดเวลา ซึ่งเรื่องนี้ก็กำลังทำให้บริษัทดัง ๆ หลายแห่งมองใบปริญญาว่า ไม่ใช่เรื่องหลัก ในการรับคนเข้าทำงาน
และตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในเรื่องนี้ก็คือ Google
ที่ได้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์การรับสมัครพนักงานใหม่ โดยมีหลักเกณฑ์ที่น่าสนใจคือ
- ให้ความสำคัญกับทักษะความสามารถมากกว่า ผลการเรียน
Google มองว่า การที่พนักงานมีเกรดที่สูง ไม่ได้แปลว่าจะสามารถทำงานที่มอบหมายให้ได้ โดยจากการสำรวจของ Google พนักงานที่มีเกรดเฉลี่ยสูงมักจะทำงานได้ดีในช่วงแรก แต่ประสิทธิภาพในการทำงานจะลดลงเรื่อย ๆ แตกต่างจาก คนที่มีทักษะที่เก่งและเหมาะสมกับงานมาตั้งแต่แรก ที่จะมีความสม่ำเสมอกว่า
เพราะฉะนั้นพวกเขาเลยมองหาคนที่มีความสามารถเหมาะกับแต่ละงาน มากกว่าดูแค่เกรดเฉลี่ยสูง ๆ
- ให้ความสำคัญกับการพลิกแพลง และคิดนอกกรอบ มากกว่าผลการเรียนที่ดี
Google จะมีแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องกับงานหรือปัญหาของงานเพื่อที่จะดูว่าพนักงานสามารถคิดนอกกรอบแล้วแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้หรือไม่
การที่ Google สอบถามแบบนี้จะได้ดูว่าพนักงานสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ไหม ใช้เวลานานไหม และสามารถเอาความรู้ที่มีอยู่ มาพลิกแพลงเพื่อเอาชนะปัญหาได้ดีหรือไม่
ซึ่งถ้าดูที่ตัวเลขผลการเรียนเพียงอย่างเดียว มันก็ไม่ได้การันตีว่า คนคนนั้นจะเอาความเก่งและความรู้ที่มี มาใช้แก้ปัญหาได้จริง ๆ ไหม
- ความสามารถในการทำงานร่วมกับทีม และความเป็นผู้นำ
การคัดเลือกพนักงานของ Google เน้นพิจารณาว่า ผู้สมัครจะทำงานร่วมกับคนอื่นได้ไหม รวมถึงมีความเป็นผู้นำ หรือกล้าแสดงความเห็นหรือไม่
เพราะการทำงานที่ Google เน้นการทำงานเป็นโปรเจกต์ ที่เน้นให้พนักงานต้องทำงานด้วยกัน ประสานงานกันมาก ๆ ซึ่งถ้าพนักงานมีความเป็นผู้นำสูง และทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี ก็จะทำงานลักษณะนี้ได้ดี
และแน่นอนว่า ถ้าดูแค่ใบปริญญา และดูแค่เกรดเฉลี่ยอย่างเดียว มันก็บอกอะไรได้ไม่มากนัก..
ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็เลยทำให้คนจำนวนไม่น้อย ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง มีเกรดเฉลี่ยสูง ๆ กลับไม่สามารถเข้าทำงานกับ Google ได้..
เพราะเราคงพอเห็นได้ว่า Google จะวัดทักษะและความสามารถของผู้สมัคร โดยมองที่ความสามารถภาพรวม ที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร มากกว่าจะสนใจแค่ใบปริญญาและเกรดเฉลี่ยเท่านั้น
บนโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกวัน
ผู้คนนิยมหาทักษะใหม่ ๆ ใส่ตัวอยู่เสมอ การแข่งขันที่มีมากขึ้น การที่เราจะเป็นคนเก่งและประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องหมั่นฝึกฝนตัวเราให้เก่งขึ้น รอบรู้ขึ้นตลอดเวลา
การเรียนจบมหาวิทยาลัยดี ๆ เกรดเฉลี่ยสูง ๆ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี และมีส่วนหล่อหลอมให้เรามีพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดี พร้อมเจอกับความท้าทายในอนาคต
แต่แค่มีใบปริญญาและเรียนดี มันอาจไม่จำเป็นสำหรับบางบริษัท ที่ไม่ได้มองเรื่องใบปริญญาเป็นเรื่องหลัก
เพราะมันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเรามีใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยดี ๆ จบมาด้วยเกรดเฉลี่ยสูง ๆ แต่กลับใช้ความรู้ที่มีเหล่านั้น มาแก้ปัญหา หรือใช้กับงาน ใช้กับชีวิตจริง ๆ ไม่ได้เลย..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.