ทำไมกองทุนรวม ถึงเหมาะกับ ผู้ลงทุนมือใหม่ ?

ทำไมกองทุนรวม ถึงเหมาะกับ ผู้ลงทุนมือใหม่ ?

9 ส.ค. 2021
ทำไมกองทุนรวม ถึงเหมาะกับ ผู้ลงทุนมือใหม่ ? | THE BRIEFCASE
“การลงทุนผ่านกองทุนรวมนั้น เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากสำหรับผม กองทุนรวมคือสิ่งที่ตอบโจทย์สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ไม่อยากศึกษาด้วยตัวเอง”
นี่คือคำกล่าวของ ปีเตอร์ ลินช์ อดีตผู้จัดการกองทุนรวม Magellan Fund และนักลงทุนชื่อดังคนหนึ่งของโลก
ถ้าเราเป็นพนักงานประจำ เป็นคนที่ไม่มีเวลาศึกษาเรื่องการลงทุน หรือมีเวลาไม่มากพอจะมาโฟกัสเรื่องการลงทุนด้วยตัวเอง การลงทุนในกองทุนรวมก็เป็นหนึ่งช่องทางน่าสนใจไม่น้อย
เพราะหน้าที่ของเราจะเหลือแค่ เลือกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น หรืออุตสาหกรรมที่เราสนใจ เลือกระดับความเสี่ยงของกองทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ และศึกษารายละเอียดของกองทุนให้เข้าใจในเบื้องต้น
ที่เหลือ ก็จะเป็นหน้าที่ของผู้จัดการกองทุนรวม ที่จะเข้ามาบริหารจัดการเงินลงทุนของเรา ที่ไปลงทุนผ่านกองทุนรวมนั้น ๆ
ส่วนเราก็มีหน้าที่รอติดตามผลการดำเนินงานของกองทุน และจ่ายค่าธรรมเนียมการบริการจัดการกองทุน ให้กับผู้จัดการกองทุน ที่มาช่วยเราบริหารเงินลงทุนนั่นเอง
โดยคนที่จะมาบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้กับเรา จะเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ในด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนที่สูง
ซึ่งผู้จัดการกองทุนทุกคน จะต้องผ่านหลักสูตร CFA หรือ Chartered Financial Analyst มาก่อน ซึ่งจะทำให้นักลงทุนไว้วางใจได้เลยว่าคนที่มาดูแลเงินของเรานั้น มีความรู้และความสามารถเกี่ยวกับการเงินอย่างแท้จริง
ทำให้มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า เงินลงทุนของเราจะถูกบริหารจัดการด้วยคนที่มีความเข้าใจในการลงทุน ที่คอยปรับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ในกองทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงต่าง ๆ ได้
พูดง่าย ๆ ว่า กองทุนรวมก็เป็นหนึ่งช่องทางลงทุนสำหรับมือใหม่ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เราสามารถเลือกได้
และยังมีผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพด้านการลงทุน มาคอยบริหารการลงทุนให้กับเรานั่นเอง
อีกเรื่องก็คือ การลงทุนในกองทุนรวมนั้น เริ่มต้นได้ด้วยเงินลงทุนหลักร้อยหลักพันบาท เช่น 500-1,000 บาท เท่านั้น หมายความว่า ผู้ที่มีเงินเก็บที่ไม่สูงมาก ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนได้แล้ว
ส่วนเรื่องที่สำคัญมากที่สุดอีกเรื่องก็คือ
การลงทุนในกองทุนรวม “ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี”
ตามปกติแล้ว กองทุนรวมแต่ละกอง จะกระจายเงินลงทุนของเราไปในสินทรัพย์หลายตัวหรือหลายประเภท ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การกระจายลงทุนในหลาย ๆ สินทรัพย์สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนลงได้
เช่น ลดโอกาสการขาดทุนจากการลงทุนในสินทรัพย์เพียงตัวเดียวได้
หากเราต้องการกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ด้วยตัวเองก็อาจต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
แต่หากลงทุนในกองทุนรวม แค่เงินลงทุนเริ่มต้น 500-1,000 บาท ก็สามารถกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ตามนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมนั้น ๆ ได้แล้ว
ทีนี้ประเด็นคลาสสิกในโลกการลงทุนก็คือ ผู้คนส่วนมากจะคิดว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมนั้น ไม่สามารถทำกำไรได้มากเท่า การลงทุนโฟกัสเป็นรายตัวด้วยตัวเอง
สำหรับบางกรณี ที่ผู้ลงทุนมีความเข้าใจในโลกการลงทุนเป็นอย่างดี การลงทุนแบบโฟกัสรายตัวด้วยตัวเอง ก็คงให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนรวมได้
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าเราลองมาดูผลประกอบการกองทุนอิงดัชนี S&P 500 ซึ่งจะเน้นการลงทุนในบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 500 บริษัทในสหรัฐอเมริกา ที่กระจายตัวอยู่ในหลายอุตสาหกรรม
กองทุนรวมนี้ มีผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนคือ 12.24% เฉลี่ยต่อปี ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.ค. 2564)
ซึ่งจากตัวอย่างที่ว่านี้ ก็คงพอจะบอกได้คร่าว ๆ ว่า การลงทุนในกองทุนรวม ก็ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี ที่ไม่ได้แย่เลย และเผลอ ๆ แล้ว ยังอาจจะทำผลตอบแทนได้ดีกว่า การที่เราไปลงทุนด้วยตัวเองแล้วบริหารจัดการผิดพลาดเสียอีก
เช่น ลงทุนในหุ้นของบริษัท A เพียงบริษัทเดียว แล้วในปีนั้น ราคาหุ้นของบริษัท A ลดลงจากช่วงที่เราไปลงทุน 90% แบบนี้ เราก็จะขาดทุนหนัก
ทั้งหมดนี้คือข้อดีของการลงทุนผ่านกองทุนรวม กองทุนรวมนั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับมือใหม่ หรือแม้แต่คนที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว แต่อาจไม่มีเวลามาติดตามการลงทุนด้วยตัวเองมากนัก
และครั้งหนึ่งคุณปู่ Warren Buffett นักลงทุนแนวเน้นคุณค่าชื่อดัง ถึงกับเคยกล่าวไว้ว่า
“การลงทุนผ่านกองทุนอิงดัชนี คือการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน”
© 2022 Longtunman. All rights reserved.