เรียนรู้การเป็นผู้นำแบบ “นกอินทรี” ผ่านชีวิต วอร์เรน บัฟเฟตต์

เรียนรู้การเป็นผู้นำแบบ “นกอินทรี” ผ่านชีวิต วอร์เรน บัฟเฟตต์

26 ส.ค. 2021
เรียนรู้การเป็นผู้นำแบบ “นกอินทรี” ผ่านชีวิต วอร์เรน บัฟเฟตต์ | THE BRIEFCASE
รู้หรือไม่ นกอินทรี ถือเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญ มาหลายศตวรรษแล้ว
ตั้งแต่อารยธรรมแอซเท็กของเม็กซิโก (ค.ศ. 1428-1521) ก็ยังยกให้นกอินทรี เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมแอซเท็ก
มาจนถึงช่วงยุคปัจจุบัน ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ก็บันทึกไว้ว่า นกอินทรีเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ที่จะมาเป็นสัญลักษณ์ เพื่อแสดงถึงความเข้มแข็งและเสรีภาพ ของสหรัฐอเมริกา
แล้วนกอินทรีมีคุณสมบัติอะไรบ้าง และผู้นำแบบนกอินทรี ต้องเป็นคนแบบไหน ?
1. อินทรีมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
ถ้าเราดูสารคดี เราจะเห็นว่านกอินทรีมักจะอยู่บนหน้าผาสูง หรืออยู่บนต้นไม้ เพื่อที่จะได้สังเกตสิ่งรอบข้างได้อย่างชัด ๆ และจะไม่ค่อยขยับลำตัวมากนัก มีเพียงแค่เอียงหัวและขยับสายตาไปรอบ ๆ
ซึ่งสายตาของมันถูกสร้างมาแบบพิเศษ เพื่อให้สามารถโฟกัสและมองระยะไกลได้คมชัดกว่ามนุษย์ทั่วไป 4-8 เท่า
ทำให้ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ก็จะมองเห็นเหยื่อและบินพุ่งไปโจมตีได้อย่างรวดเร็ว
ถ้าหากอยากเป็นผู้นำแบบนกอินทรี เราก็ต้องเป็นคนที่มีความสามารถในการมองสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแจ่มชัดและมองให้เห็นตามความเป็นจริง ไปจนถึงความสามารถในการมองอนาคต
เมื่อผู้นำมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ก็จะชี้นำทีมและองค์กรได้อย่างถูกทิศทาง และนำพาให้ทีมและองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ถูกต้องได้
2. อินทรีเป็นนักล่าที่กล้าหาญ
นกอินทรีจะไม่มีวันยอมจำนนต่อเหยื่อของมัน ไม่ว่าเหยื่อจะแข็งแรงหรือมีขนาดใหญ่กว่าตัวมันก็ตาม
นกอินทรีมักจะต่อสู้เพื่อแย่งชิงเหยื่อ หรือยึดอาณาเขตของมันกลับคืนมา
ถ้าหากอยากเป็นผู้นำแบบนกอินทรี เราต้องเป็นผู้นำที่มีความกล้าหาญ ไม่ว่าปัญหาที่เข้ามาจะใหญ่ขนาดไหน ผู้นำจะต้องกล้าเผชิญหน้า ไม่ตื่นกลัว และพร้อมพุ่งชนกับปัญหา เพราะสัญชาตญาณแบบอินทรี คือการปกป้องในสิ่งที่สำคัญ
ดังนั้นผู้นำต้องอย่าให้ความมุ่งมั่นของตัวเองหมดไป เพราะความมุ่งมั่นที่มากพอ จะช่วยให้เราแข็งแกร่งมากขึ้น และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคหรือปัญหา
3. นกอินทรีชอบความสูง และรอคอยโอกาสอย่างอดทน
นกอินทรีสามารถบินได้สูงถึง 10,000 ฟุต ด้วยปีกที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้มันบินสูงและใช้พลังที่ค่อนข้างน้อย และนกอินทรีก็จะไม่คลุกคลีหรือทำตัวแบบพวกนกพิราบ ที่ชอบไล่ตามกันอยู่บนพื้น พร้อมกับส่งเสียงดังอยู่ตลอดเวลา เพราะนกอินทรีจะบินขึ้นสูงด้วยความเงียบ เพื่อรอโอกาสในการโจมตี
ถ้าหากอยากเป็นผู้นำแบบนกอินทรี เราต้องรู้จักคิดการใหญ่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงาน
ไม่เอาแต่บ่นจุกจิกเหมือนกับนกพิราบ และรอคอยโอกาสอย่างอดทน ที่จะโจมตีเหยื่ออย่างทรงพลัง
4. แม้เป็นผู้ล่าที่แข็งแกร่ง แต่เลี้ยงดูลูกอย่างใส่ใจ
แม้ว่านกอินทรี จะขึ้นชื่อในเรื่องของความแข็งกร้าว แต่มันก็สามารถเลี้ยงดูลูกของตัวอย่างดี ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง โดยการฉีกเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ๆ ด้วยปากของมัน แล้วป้อนอาหารให้ลูกทีละคำ
และทั้งตัวผู้ตัวเมีย จะต้องผลัดกัน เพื่อคอยเฝ้ารังตลอดเวลา
ดังนั้นถ้าหากอยากเป็นผู้นำแบบนกอินทรี เราจะต้องเป็น “ผู้นำ” ไม่ใช่ “ผู้บังคับบัญชา”
โดยผู้นำจะเติบโตไปพร้อม ๆ กับทีมงานของตัวเอง และมุ่งมั่นที่จะทำให้ทีมและองค์กรเติบโตได้อย่างเต็มความสามารถ ผู้นำจะคอยสอนและนำทางทีมเหมือนกับนกอินทรี
นั่นก็คือ ผู้นำไม่เคยหยุดเผชิญหน้ากับความท้าทาย แต่ก็ไม่ละทิ้งการกำกับและดูแลคนของตัวเอง
และนี่คือตัวอย่างผู้นำระดับโลก ที่มีคุณสมบัติแบบนกอินทรี
“วอร์เรน บัฟเฟตต์” ประธานและซีอีโอของบริษัท Berkshire Hathaway
เมื่อพูดถึงนักลงทุนสาย VI (Value Investment) หรือการลงทุนแบบเน้นคุณค่า แทบทุกคนจะต้องนึกถึงชื่อ วอร์เรน บัฟเฟตต์
เพราะเขาจะเน้นการลงทุนระยะยาว คอยมองหุ้นพื้นฐานดี
วิเคราะห์และหาจังหวะในการเข้าซื้อ ตอนที่ราคาหุ้นไม่แพงเกินไป หรืออยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล
เพื่อหวังราคาหุ้นที่จะเพิ่มขึ้นสูงในอนาคต ในระยะยาว ตามผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมของบริษัท
ทั้งนี้ บัฟเฟตต์แสดงความสามารถในเรื่องของการลงทุนตั้งแต่อายุ 11 ปี
แม้ว่าตัวเขาจะเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง แต่ก็เริ่มสร้างความมั่งคั่งด้วยตัวของเขาเอง
โดยการเริ่มเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์, เอาโต๊ะพินบอลไปฝากวางในร้านตัดผม แล้วแบ่งรายได้จากคนที่มาเล่น คนละส่วนกับเจ้าของร้าน, ขายโพยแข่งม้า และเริ่มเอาเงินมาลงทุนในหุ้น
เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ได้เข้าสะสมหุ้นของบริษัท Berkshire Hathaway เพราะราคาที่ค่อนข้างต่ำ และคาดการณ์ว่าผู้บริหารจะซื้อหุ้นคืน
แต่ผู้บริหารกลับซื้อหุ้นที่ราคาต่ำกว่าที่บอก ทำให้วอร์เรน บัฟเฟตต์ ตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่ม จนได้ครอบครองกิจการ
และเปลี่ยนจากธุรกิจสิ่งทอ ที่ดูแล้วไม่มีอนาคต มาเป็นธุรกิจการลงทุน ที่สร้างผลตอบแทนต่อเงินลงทุน ในระยะยาวได้ดีกว่า
อีกทั้งภายในบริษัท Berkshire Hathaway มีพนักงานไม่ถึง 30 คน เพราะเขาต้องการดูแลทุกคนได้อย่างทั่วถึง และเห็นว่าการมีพนักงานที่มีจำนวนมาก สำหรับบริษัทที่เน้นเรื่องการลงทุนในธุรกิจอื่นอย่าง Berkshire Hathaway คือเรื่องที่ไม่จำเป็น
ในความเป็นจริงแม้ว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ จะมีการตัดสินใจลงทุนที่ผิดพลาดไปบ้าง ในบางครั้ง
แต่หากเทียบกับหลายครั้งที่เขาประสบความสำเร็จ จากการเลือกหุ้นที่ยอดเยี่ยมแล้ว
สิ่งนี้ทำให้เขาสามารถสร้าง Berkshire Hathaway ให้เป็นสุดยอดบริษัทด้านการลงทุนของโลกได้
จนปัจจุบัน Berkshire Hathaway กลายเป็นบริษัทที่มีราคาหุ้นแพงที่สุดในโลก
โดยมีราคาอยู่ที่ 14 ล้านบาทต่อหนึ่งหุ้น และมีมูลค่ากิจการอยู่ที่ประมาณ 21 ล้านล้านบาท
จากเรื่องราวของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เราก็คงจะสรุปคุณสมบัติของเขาได้ว่า เขาเป็นคนที่มีความสามารถในการมองระยะไกล มีความกล้าและความมุ่งมั่นเสมอมา
และยังใส่ใจในเรื่องการบริหารทีม ให้เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
ดังนั้น เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธว่า สัญลักษณ์นกอินทรี นั้นไม่เหมาะกับ วอร์เรน บัฟเฟตต์..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.