ทำไม ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ให้ความสำคัญกับ “สิ่งที่จะไม่ทำ” ไม่แพ้ “สิ่งที่ต้องทำ”

ทำไม ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ให้ความสำคัญกับ “สิ่งที่จะไม่ทำ” ไม่แพ้ “สิ่งที่ต้องทำ”

25 ก.ย. 2021
ทำไม ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ให้ความสำคัญกับ “สิ่งที่จะไม่ทำ” ไม่แพ้ “สิ่งที่ต้องทำ” | THE BRIEFCASE
สิ่งที่จะทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้มีแค่การทำ To do list
หรือเขียนระบุสิ่งที่ “ต้องทำ” อย่างเดียวเท่านั้น
เพราะการระบุสิ่งที่ “ไม่ต้องทำ” ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน
และนี่เองจึงเป็นเหตุผลให้ แจ็ก ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งคนสำคัญของ Twitter และ Square ระบุทั้งสิ่งที่จะต้องทำ และ สิ่งที่จะไม่ทำ ในทุก ๆ วัน
แล้วการระบุสิ่งที่ไม่ต้องทำ มันแตกต่างจากการเขียน To do list อย่างไร
และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง ?
THE BRIEFCASE จะสรุปให้ฟัง..
สำหรับ แจ็ก ดอร์ซีย์ การเขียนสิ่งที่ไม่ทำ มักจะเป็นเรื่องสำคัญกว่าการลิสต์สิ่งที่จะต้องทำ
เพราะการตั้งเป้าว่าจะไม่ทำบางสิ่งบางอย่าง มันจะทำให้ตัวเขามีพื้นที่ว่างในการคิดและโฟกัสกับการทำงานได้มากขึ้น และตัวเราก็จะให้ความสำคัญกับเรื่องที่ยังไม่จำเป็นน้อยลง
การที่เราตอบโต้กับทุกอย่างที่วิ่งเข้ามา มันจะทำให้เวลาที่ต้องไปทำงานสำคัญนั้นน้อยลง
และอาจจะทำให้การทำงานของเรา ไม่ค่อยได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร
เพราะการทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน มันต้องใช้พลังงานสมองค่อนข้างเยอะ
อีกทั้ง การเขียนแต่สิ่งที่ต้องทำ เราก็อาจจะทำไม่ค่อยได้ตามนั้น เพราะในแต่ละวันมักจะมีเรื่องใหม่ ๆ เข้ามาแทรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นการกำหนดให้ชัดไปเลยว่า “ในวันนี้เราจะไม่ทำอะไรบ้าง” ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ควบคุมได้มากกว่า
เราลองมาดูตัวอย่างการทำ “To do list” และ “Won’t do list” ของแจ็ก ดอร์ซีย์ กัน
สิ่งที่จะทำวันนี้
- นั่งสมาธิ
- ออกกำลังกาย
- ติดตามข้อมูลของทีม Prop C
- พิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับการวัดผลของ Twitter
สิ่งที่จะไม่ทำวันนี้
- ไม่สังสรรค์ หรือดื่มแอลกอฮอล์
- ตัดสินใจเรื่องทีม
- เขียนระบบการทำงาน
แจ็ก ดอร์ซีย์ จะเขียน “สิ่งที่จะไม่ทำ” ในช่วงก่อนนอน และเมื่อถึงช่วงเช้า เขาค่อยมาโฟกัสกับสิ่งที่จะต้องทำ
และอีกเหตุผลหนึ่งที่น่าสนใจ จากนักเขียนชื่อดังอย่าง Kevin Kruse เจ้าของหนังสือขายดีที่ชื่อว่า “15 Secrets Successful People Know About Time Management”
Kevin Kruse เคยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำ To do list ไว้ว่า เวลาที่เราเขียนแต่ To do list มันมักจะไม่ได้แยกแยะระหว่างเรื่องเร่งด่วนและเรื่องที่สำคัญ
ดังนั้น หากต้องทำงานในเชิงการแข่งขัน ทั้งแข่งกับเวลาและแข่งกับคู่แข่ง การทำ To do list อาจจะทำให้เราพลาดการทำงานสำคัญอื่น ๆ ที่เพิ่งแทรกเข้ามา
แต่ถ้าเรากำหนดไว้แล้วว่า “วันพรุ่งนี้ ไม่มีการสังสรรค์”
เมื่อเราตัดกิจกรรมนี้ออกไปแล้ว ก็แปลว่า จะเหลือเวลาให้กับงานสำคัญมากขึ้น
จากทั้งหมดนี้ ก็คงทำให้เราเห็นแล้วว่า แจ็ก ดอร์ซีย์ เป็นคนที่รอบคอบ ระมัดระวัง ไม่ใช่แค่กับสิ่งที่ต้องทำ แต่รวมถึงสิ่งที่ไม่ต้องทำด้วย เพราะมันจะช่วยให้เขาควบคุมและจัดระเบียบชีวิตของตัวเอง ได้ดียิ่งขึ้น
เพราะการตัดงานที่ไม่สำคัญออกไป มันจำเป็นต่อประสิทธิภาพในการทำงานของเขา นั่นเอง..
Reference:
-https://www.cnbc.com/2018/10/22/twitter-ceo-jack-dorsey-writes-a-wont-do-list-every-day.html
© 2024 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.