กลยุทธ์การเติบโต Organic Growth VS Inorganic Growth ต่างกันอย่างไร ?

กลยุทธ์การเติบโต Organic Growth VS Inorganic Growth ต่างกันอย่างไร ?

29 ก.ย. 2021
กลยุทธ์การเติบโต Organic Growth VS Inorganic Growth ต่างกันอย่างไร ? | THE BRIEFCASE
“ธุรกิจเติบโต” นับเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของทุกบริษัท ซึ่งก็มีหลากหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขาย หรือการทำให้กำไรเพิ่มขึ้น เพื่อจะช่วยให้มูลค่าของกิจการนั้นเติบโต ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น
ซึ่งในแง่ของการเติบโตทางธุรกิจนั้น หลายคนคงเคยได้ยินการเติบโตแบบ Organic Growth และการเติบโตแบบ Inorganic Growth
การเติบโตของธุรกิจทั้ง 2 แบบนี้เป็นอย่างไร และมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร ?
THE BRIEFCASE จะมาสรุปให้ฟัง
เรามาเริ่มที่การเติบโตแบบ “Organic Growth” กันก่อน..
Organic Growth หรือ การเติบโตจากภายใน หมายถึงการเติบโตของบริษัทที่เกิดจากทรัพยากรหรือสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันของบริษัท
โดยมีตัวอย่างแนวทางที่หลายบริษัทนำมาใช้ เพื่อให้เกิดการเติบโตแบบ Organic Growth เช่น
- การปรับโครงสร้างการบริหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการดำเนินงาน การกำหนดกลยุทธ์ การกำหนดราคาที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการ
- การใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น จัดสรรเงินลงทุนไปในโครงการที่ก่อให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม การจัดปัจจัยการผลิตเพื่อผลิตสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง
- การเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สินค้าและบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยสร้างยอดขาย และกำไรให้เติบโตมากขึ้น
ข้อดีของการเติบโตแบบนี้คือ เป็นการเติบโตที่ปลอดภัยและมั่นใจได้ เพราะบริษัทกำลังเติบโตในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่บริษัทกำลังทำอยู่ หรือมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ซึ่งตัวอย่างก็มีให้เห็นมากมาย เช่น
- ธุรกิจร้านอาหาร ทำการออกเมนูใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า
- ธุรกิจค้าปลีก ทำการขยายสาขาไปยังพื้นที่อื่น ๆ
- ธุรกิจโรงแรม ลงทุนพัฒนาโรงแรมในพื้นที่ต่าง ๆ
- ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานปิโตรเคมี ขยายกำลังการกลั่นน้ำมันหรือกำลังการผลิตปิโตรเคมี
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ท้าทายสำหรับการเติบโตแบบ Organic Growth คือ มันต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่กลยุทธ์นี้จะเริ่มส่งผลต่อการเติบโตอย่างชัดเจน
เช่น การเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ กว่าบริษัทจะหาลูกค้าใหม่ พัฒนาสินค้าใหม่ ทดลองตลาด ทำกิจกรรมโปรโมชัน เพื่อสร้างการรับรู้ในสินค้าใหม่นั้นต้องใช้เวลา บางครั้งใช้เวลาหลายปี กว่าที่ Organic Growth จะผลิดอกออกผล
หรือแม้แต่ในธุรกิจค้าปลีกที่ส่วนใหญ่อาศัยการเติบโตด้วยการขยายสาขา ซึ่งกว่าแต่ละสาขาจะเริ่มก่อสร้าง แล้วเสร็จ และเริ่มเปิดให้บริการ สร้างการรับรู้ สร้างรายได้จนถึงจุดคุ้มทุนก็ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง
พอเรื่องเป็นแบบนี้ จึงทำให้บางบริษัทเลือกที่จะใช้อีกวิธีหนึ่งนั่นคือ “Inorganic Growth”
Inorganic Growth หรือ การเติบโตจากภายนอก หมายถึงการเติบโตทางลัดจากปัจจัยภายนอกผ่านกระบวนการควบรวมหรือการซื้อกิจการ (Merger & Acquisition หรือ M&A) เพราะเป็นทางลัดที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัท ซึ่งการทำ M&A นั้น อาจเป็นกลุ่มธุรกิจเดิมหรือธุรกิจใหม่ที่บริษัทสนใจลงทุนก็ได้
พูดง่าย ๆ คือ บริษัทที่เลือกใช้กลยุทธ์นี้ มักต้องการเห็นกิจการของตนเองเติบโตอย่างรวดเร็วและเห็นผลทันที เพราะการเข้าไปซื้อกิจการอื่น ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (ในกรณีซื้อกิจการคู่แข่ง) แต่รวมไปถึงการสามารถรับรู้รายได้และกำไรของกิจการที่เข้าไปทำ M&A ได้ในทันที
อย่างไรก็ตาม การใช้กลยุทธ์ Inorganic Growth ผ่านการควบรวมกิจการก็จะทำให้อำนาจในการควบคุมกิจการนั้นลดลง หรือบางครั้งต้องไปกู้เงินเพิ่มในจำนวนสูงเพื่อมาซื้อกิจการ ซึ่งถ้าไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดไว้ ก็อาจนำมาซึ่งปัญหาทางการเงินในอนาคตเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ากลยุทธ์ Inorganic Growth เป็นแนวทางการทำธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ผ่านมาเราเห็นตัวอย่างหลายครั้ง อย่างในกรณีของประเทศไทย เช่น
- การเข้าซื้อหุ้น INTUCH ของ GULF เพื่อเป็นการทรานส์ฟอร์มธุรกิจพลังงานของ GULF ไปสู่ Digital Infrastructure ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้น
- การเข้าซื้อกิจการ Tesco Lotus ของเครือซีพี เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพในการทำธุรกิจค้าปลีก
- การเข้าซื้อหุ้น โอ้กะจู๋ ของ OR เพื่อหาโอกาสและช่องทางในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
- การควบรวมกิจการระหว่าง LINE MAN และ Wongnai เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจของ LINE MAN ทั้งยังช่วยให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารจากร้านที่อยู่บนฐานข้อมูลของวงในได้สะดวกมากขึ้น
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเกิดคำถามในใจว่า แล้วการเติบโตแบบไหนดีกว่ากัน ?
ต้องยอมรับว่า หากจะให้ตอบฟันธงคงเป็นเรื่องยาก เพราะแต่ละบริษัทนั้นมีการดำเนินนโยบายทางธุรกิจที่แตกต่างกัน
บางบริษัทเน้นการดำเนินธุรกิจแบบปลอดภัย และยั่งยืน จึงมีแนวโน้มที่จะเลือกใช้กลยุทธ์การเติบโตแบบ Organic Growth
ขณะที่บางบริษัทต้องการขยายฐานการเติบโตทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขยายฐานลูกค้า การเพิ่มยอดขายในระยะเวลาอันสั้น บริษัทเหล่านี้ก็อาจเลือกที่จะใช้ กลยุทธ์การเติบโตแบบ Inorganic Growth
ขณะที่บริษัทจำนวนไม่น้อยใช้ทั้ง Organic Growth และ Inorganic Growth เพื่อมาสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจ
ซึ่งแน่นอนว่า ทั้ง 2 วิธีก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
แต่สิ่งสำคัญคือไม่ว่าบริษัทจะเลือกวิธีไหน สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะบอกว่าบริษัทคิดผิดหรือถูกก็คือ บริษัทได้เติบโตทั้งในแง่ของรายได้และกำไรที่คาดหวังเอาไว้หรือไม่ ?
เพราะถ้าใช่ ก็ถือว่าเดินมาถูกทาง แต่ถ้าไม่ใช่ บริษัทก็ต้องกลับไปคิดทบทวนใหม่และหากลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้บริษัทเติบโตต่อไป ในอนาคต..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.