รู้จัก Upbit แพลตฟอร์มเทรดคริปโท น้องใหม่ในไทย ที่มีมาตรฐานระดับโลก

รู้จัก Upbit แพลตฟอร์มเทรดคริปโท น้องใหม่ในไทย ที่มีมาตรฐานระดับโลก

21 ต.ค. 2021
Upbit x ลงทุนแมน
หากพูดถึงสินทรัพย์ที่เป็นกระแสร้อนแรงในขณะนี้
คงไม่พ้นสินทรัพย์ตระกูล “คริปโทเคอร์เรนซี”
สังเกตได้ตั้งแต่การเก็งกำไรในแต่ละสกุลเงิน, เหรียญ DeFi ไปจนถึง NFT
ล้วนให้อัตราผลตอบแทนที่สูง แม้ว่าความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
เหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดอย่าง BTC มีราคาพุ่งทะยานเพิ่มขึ้น 95.00% จากต้นปี
ขณะที่เหรียญที่มีมูลค่าตลาดรองลงมาอย่าง ETH ก็มีราคาเติบโต 346.48% ในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะมีความน่าสนใจมากเพียงใด
แต่นักลงทุนก็มักจะพบปัญหาอื่น ๆ นอกเหนือจากสินทรัพย์อยู่เสมอ
โดยเฉพาะปัญหาเรื่องแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี
ตั้งแต่ระบบการซื้อขาย ที่มักจะล่มช่วงเวลาที่ราคาสินทรัพย์ผันผวนรุนแรง
ทำให้นักลงทุนต้องมานั่งลุ้นว่าระบบจะสามารถทำธุรกรรมได้หรือไม่ คำสั่งจะถูกส่งหรือไม่ หรือว่าระบบจะล่มหรือไม่
รวมทั้ง ความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มที่ให้บริการว่าจะเกิดการฉ้อโกงแบบเคสที่ผ่านมาหรือไม่
เช่น Thodex แพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ของประเทศตุรกี ที่เจ้าของได้หอบสินทรัพย์ของลูกค้าหนีหายไป
และแม้ว่าจะมีบุคลากรที่น่าเชื่อถือ แต่แพลตฟอร์มจะมีระบบความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน
เพราะต้องไม่ลืมว่ายังมีเหล่าแฮกเกอร์ที่คอยหาช่องโหว่โจมตีอยู่ตลอดเวลา
ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ จะไม่เกิดขึ้นเลย...
หากเราเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ผ่านการตรวจสอบระบบ มีความโปร่งใส และได้รับมาตรฐานโลก
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Upbit แพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซี สัญชาติเกาหลีใต้ ที่เพิ่งเปิดให้บริการในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้
แม้ว่า Upbit จะเพิ่งเปิดบริการในไทย
แต่ทำไมจึงเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่น่าสนใจ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Upbit คือแพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซี สัญชาติเกาหลีใต้ ที่ก่อตั้งในปี 2017
ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่สุดในโลก
และได้รับมาตรฐาน ISO 27001, ISO 27017, ISO 27018 ซึ่งเป็นการการันตีมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวระดับโลก
แล้ว Upbit ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลกได้อย่างไร
เราคงต้องย้อนกลับไปศึกษาตั้งแต่จุดเริ่มต้น
จุดเริ่มต้นเกิดจากชายเกาหลีใต้ 2 คนคือ คุณ Chi-hyung Song และคุณ Kim Hyoung-nyon
หลังจากที่ทั้งคู่เก็บเกี่ยวประสบการณ์และทำงานจากบริษัทเทคโนโลยีมาสักพัก

(คุณ Chi-hyung Song ขึ้นกล่าว keynote งาน Upbit Developer Conference)
จนกระทั่งในปี 2012 ทั้งสองตัดสินใจก่อตั้งบริษัทด้านการเงินของตัวเอง ชื่อว่า Dunamu (“두나무”) ซึ่งเป็นภาษาเกาหลีแปลว่า “ต้นไม้สองต้น” มีความหมายโดยนัยถึงต้นไม้แรกคือ “การเงิน” และอีกต้นคือ “อินเทอร์เน็ต” โดยได้รับเงินทุนจาก Kakao Ventures
เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีชื่อว่า Stockplus ที่มีฟีเจอร์ social trading ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในยุคนั้น
หลังจากเปิดตัว Stockplus ก็ได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้บริษัทสามารถระดมเงินทุนจากเหล่า VC ต่าง ๆ เช่น Qualcomm Ventures และ Woori Technology
Dunamu สะสมประสบการณ์ เรียนรู้และพัฒนาธุรกิจเกี่ยวกับบริการทางการเงินจนเกิดความเชี่ยวชาญ
และนั่นทำให้พวกเขาตัดสินใจเข้ามาลุยในวงการคริปโทเคอร์เรนซี
ด้วยการเปิดแพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซีที่ชื่อว่า “Upbit” ขึ้นมา
โดยมี Lee Sir-goo อดีตซีอีโอจาก Kakao มารับตำแหน่งเป็น CEO

(คุณ Lee Sir-goo ระหว่างร่วมพูดในงาน Upbit Developer Conference)
ด้วยประสบการณ์ที่ได้รับจากการให้บริการด้านซื้อขายหลักทรัพย์แก่บุคคลทั่วไปผ่านแอปพลิเคชัน StockPlus
และมีพันธมิตรธุรกิจที่เป็นธุรกิจนายหน้าและธุรกิจหลักทรัพย์แทบจะทุกราย จนมีส่วนแบ่งการตลาดในเกาหลีใต้มากกว่า 70% พวกเขาจึงเข้าใจความต้องการของกลุ่มนักเทรดและนักลงทุนเป็นอย่างดี และนำประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้พัฒนา Upbit ให้เป็น Application ที่ตอบโจทย์ให้กับนักลงทุนที่สุด
ภายใน 3 เดือน หลังจากเปิดตัวแพลตฟอร์ม
Upbit สามารถครองใจนักลงทุน และกลายเป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่สุดด้วย สถิติ Trading Volume 24 ชั่วโมง มากกว่า 11,000 ล้านเหรียญ ในระยะเวลาไม่ถึง 100 วันที่เปิดให้บริการ และในช่วงปีนี้ยังสามารถทำสถิติปริมาณการเทรดต่อวันสูงกว่า GDP ต่อวันของประเทศจีนมาแล้ว!
เมื่อ Upbit ประสบความสำเร็จที่เกาหลีใต้แล้ว
พวกเขาไม่รอช้า เริ่มขยายธุรกิจไปสู่กลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง
โดยประเทศแรกที่เป็นตัววางรากฐานคือ ประเทศสิงคโปร์
และต่อมาคือ ประเทศอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม Dunamu ไม่ได้ทำแค่เพียงขยายธุรกิจไปสู่ประเทศอื่น ๆ
แต่พวกเขาพยายามพัฒนาระบบและฟีเจอร์ต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือนักลงทุนอยู่เสมอ
อย่างเช่น ปี 2018 Dunamu ได้เปิดให้บริการดัชนีสำหรับสินทรัพย์ประเภทคริปโทเคอร์เรนซีขึ้นมาเป็นที่แรกของโลก โดยมีชื่อว่า Upbit Digital Asset Index หรือ UBCI (https://www.ubcindex.com/)
ซึ่งหากเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ๆ ก็จะคล้ายกับ SET Index ดัชนีตลาดหุ้นไทย
แต่ UBCI จะเป็นดัชนีของคริปโทเคอร์เรนซี นั่นเอง
ความสำคัญของดัชนีคือ การบอกถึงการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ในดัชนีนั้น
และทำให้นักลงทุนประเมินทักษะการลงทุนของตัวเองได้ว่าดีหรือแย่กว่าตลาดโดยรวม
ยกตัวอย่างเช่น นาย A สามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 50% ภายในปีเดียว
หากเรามองอย่างผิวเผิน อาจจะคิดว่านาย A มีความเชี่ยวชาญ
แต่ความเป็นจริงแล้ว เราคงมองเพียงแค่ผลตอบแทนของนาย A อย่างเดียวไม่ได้
แต่ควรจะดูการเติบโตของตลาดโดยรวมเพื่อเป็นการเปรียบเทียบกันด้วย
เพราะหากดัชนีเติบโต 100% จากที่มองว่า นาย A เก่งนั้น จะกลับกลายเป็นตรงกันข้าม
แต่ถ้าดัชนีเติบโตเพียง 25% ก็จะถือว่านาย A มีผลตอบแทนการลงทุนที่มากกว่าตลาด
นอกจากดัชนีภาพรวมตลาดแล้ว UBCI ยังมีดัชนีแบ่งตาม Theme การลงทุนอีกด้วย
เช่น DeFi และ NFT สามารถเลือกตามความต้องการของนักลงทุนได้เลย

(ตัวอย่างดัชนีจาก UBCI)
ในปี 2018 Dunamu ได้เริ่มจัดงาน Upbit Developer Conference (UDC) ประจำปี ซึ่งเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการ และตัวแทนจากโครงการและบริษัทบล็อกเชนต่าง ๆ มาให้ความรู้และเสวนาเรื่องความคืบหน้าและแผนการของโครงการต่างๆ โดยจัดเป็นประจำต่อเนื่องทุกปีโดย UDC 2021 เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อเมื่อต้นกันยายนที่ผ่านมา โดยมีหัวข้อที่เป็นที่สนใจต่อนักพัฒนาและนักลงทุน ทั้ง NFT, CBDC, Smart Contract และอื่น ๆ มีตัวแทนจากโครงการและบริษัทต่าง ๆ ทั้ง Theta, cLabs, Tezos, Visa, Algorand, Solana Labs หรือแม้แต่ Sky Mavis ผู้พัฒนา Axie Infinity มาร่วมพูดคุยในงาน
ต้นปี 2019 Dunamu ได้เปิดตัว Luniverse แพลตฟอร์มให้บริการด้านบล็อกเชน BaaS (Blockchain as a Service) ที่จะช่วยให้บริษัทและองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการนำเอา บล็อกเชนใช้กับธุรกิจเป็นไปได้ง่ายขึ้น ทั้งวิธีการสร้าง ใช้งาน และที่สำคัญค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า
ปัจจุบัน Luniverse ถูกนำไปใช้กับธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบ Loyalty Program, บริการทางการเงิน ธุรกิจค้าปลีก เกม และที่เป็นหัวข้อร้อนแรงขณะนี้คือ NFT! ซึ่ง Luniverse สามารถช่วยให้การออก NFT เป็นเรื่องง่าย ค่าใช้จ่ายไม่สูง และมีฟีเจอร์เด่นและแตกต่างไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Split Ownership, API, Source Verification และที่สำคัญรองรับปริมาณธุรกรรมได้ 2,000 ธุรกรรมต่อวินาที มากกว่ามาตรฐานทั่วไปที่รองรับได้เพียง 15 ธุรกรรมต่อวินาที
อย่างไรก็ตาม ระบบและฟีเจอร์ต่าง ๆ ใช่ว่าจะดี
หากแพลตฟอร์มที่ให้บริการนั้น ไร้ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
ทาง Upbit เห็นความสำคัญตรงนี้ จึงพยายามสร้างความโปร่งใสอย่างที่สุด
โดยการทำตามกฎหมายและกฎเกณฑ์จากหน่วยงานกำกับดูแลแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด รวมถึงยอมให้มีผู้ตรวจสอบระบบอีกด้วย อย่างเช่นในเกาหลีใต้ Upbit เป็นศูนย์ซื้อขายรายแรกในประเทศที่ยื่นขอและได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ให้บริการสินทรัพย์เวอร์ชวลประเทศเกาหลีใต้ โดยคณะกรรมการบริการการเงิน (Financial Services Commission) ส่วนในอินโดนีเซียก็ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจาก BAPPEBTI และในสิงคโปร์ก็ได้รับการยกเว้นจาก MAS และมีการดำเนินการเพื่อทำตามกฎเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง
จากเรื่องราวนี้ ทำให้ Upbit กลายเป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซีรายแรก ๆ ที่ได้รับ ISO 27001, ISO 27017, ISO 27018 มาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูลและความเป็นส่วนตัวระดับโลก
และยังได้รับรองความโปร่งใสจาก Blockchain Transparency Institute หรือกลุ่มนักวิจัยด้านบล็อกเชนระดับโลก อีกด้วย
หลังจากเปิดให้บริการในสิงคโปร์ และอินโดนีเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อต้นปี 2021 Upbit ก็เปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการหลังจากได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเป็นศูนย์ซื้อขายและนายหน้าทั้งคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล โดยใช้ชื่อว่า Upbit Thailand ซึ่งเป็นการลุงทุนร่วมกันระหว่าง Upbit และนักธุรกิจไทยชื่อดัง 3 คน นั่นคือ
- คุณชัชวาลย์ เจียรวนนท์ เจ้าของคนปัจจุบันของ Fortune Magazine นิตยสารด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ และการเงินระดับโลก
- คุณสมโภชน์ อาหุนัย ผู้ก่อตั้ง, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ถือหุ้นหลักของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)
- คุณปรีชา ไพรภัทรกุล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MOL Global Inc
คนไทยคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัทจดทะเบียนบน NASDAQ
โดยมีผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างคุณพีท พีรเดช ตันเรืองพร ซึ่งจบการศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร และเพรียบพร้อมไปด้วยประสบการณ์ในสายเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลตัวยง รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

(ลำดับในภาพ: คุณสมโภชน์, คุณชัชวาลย์, คุณพีรเดช, คุณปรีชา)
ปัจจุบันแพลตฟอร์ม Upbit เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้ โดยคัดสรรและลิสต์เหรียญให้เทรดกว่า 154 เหรียญใน 255 ตลาดคู่เหรียญ และมี Trading Volume อยู่ในอันดับ 2 ของโลกรองจาก Binance
ส่วน Upbit Thailand ได้ทยอยลิสต์เหรียญอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดให้บริการมา โดยในขณะนี้มีเหรียญให้เทรดกว่า 70 เหรียญใน 86 ตลาดคู่เหรียญ และมีการเชื่อมต่อกับตลาดของทุกสาขา Upbit ทั่วโลก นับว่าเป็นการสมัครในไทยแต่ได้เทรดในระดับโลก และยังได้รับความคุ้มครองตามกฎเกณฑ์ของประเทศไทยนั่นเอง
แล้วอะไรจะทำให้ Upbit มีโอกาสยืนหนึ่งในประเทศไทย?
1. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย
Upbit ผ่านการรองรับมาตรฐาน ISO 27001 จากองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน และ Blockchain Transparency Institute พร้อมทั้งนโยบายการคัดคู่เหรียญที่เข้มข้น สะท้อนได้ว่า Upbit เป็นหนึ่งแพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซีที่โปร่งใสมากสุดในโลก และลงทุนโดยกลุ่มทุนที่มั่นคงและแข็งแกร่ง
2. ระบบรองรับการทำธุรกรรมมหาศาล
จากประวัติที่ผ่านมา Upbit เคยมียอดธุรกรรมในระบบต่อวันสูงสุดถึง 1.1 ล้านล้านบาท
และมีนักลงทุนอยู่ในระบบถึง 8.4 ล้านคน
ทำให้นักลงทุนไทยไม่ต้องกังวลถึงปัญหาระหว่างการทำธุรกรรม แม้ว่าจะเป็นช่วงที่ราคาสินทรัพย์ผันผวนอย่างรุนแรงก็ตาม
3. พัฒนาระบบและฟีเจอร์ เพื่อช่วยนักเทรดอยู่เสมอ
นอกจากจะมีดัชนีตลาดคริปโทเคอร์เรนซีอย่าง Upbit Digital Asset Index แล้ว
Upbit ยังมีระบบ OpenAPI ให้นักลงทุนสามารถพัฒนาอัลกอริทึมช่วยเทรดได้
และเพิ่มทางเลือกการเทรด โดยนักลงทุนสามารถใช้ BTC หรือ USDT ในการซื้อเหรียญได้

ปกติแล้ว แต่ละแพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซี จะมีข้อมูลเพียงแค่กราฟเท่านั้น
แต่ Upbit จะมีอธิบายถึงข้อมูลคุณสมบัติของแต่ละเหรียญ และบล็อกเชนด้วย ภายใต้คอนเซ็ปต์ #KnowWhatYouTrade จาก Upbit Thailand
เช่น คุณสมบัติมีอะไรบ้าง และแตกต่างจากผู้อื่นอย่างไร
สะท้อนได้ถึงความใส่ใจและความครบครันสำหรับการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี เลยทีเดียว
มาถึงตรงนี้ คงเห็นได้ว่าทำไม Upbit จึงเป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโทเคอร์เรนซีที่น่าสนใจ แม้ว่าเป็นน้องใหม่ในประเทศไทยก็ตาม
* ยอดธุรกรรมอ้างอิงจาก Coingecko
** คำนวณโดยใช้ยอดธุรกรรม 1.36 ล้านล้านบาทต่อวัน เทียบกับตัวเลข GDP ของจีนปี 2563 ที่ 474.47 ล้านบาทหรือเฉลี่ยเป็น 1.30 ล้านล้านบาทต่อวัน (ตัวเลขจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ - https://www.ditp.go.th/ditp_web61/article_sub_view.php?filename=contents_attach/722084/722084.pdf&title=722084&cate=413&d=0)
© 2022 Longtunman. All rights reserved.