กรณีศึกษา เทพไทย ขายยาสีฟันอย่างไร ให้มีรายได้ 300 ล้านบาท

กรณีศึกษา เทพไทย ขายยาสีฟันอย่างไร ให้มีรายได้ 300 ล้านบาท

20 พ.ย. 2021
กรณีศึกษา เทพไทย ขายยาสีฟันอย่างไร ให้มีรายได้ 300 ล้านบาท | THE BRIEFCASE
“แม่ผมเริ่มต้นทำยาสีฟันสมุนไพรออกขาย ด้วยเงินที่มีอยู่กับตัวจำนวน 500 บาท”
นี่คือประโยคที่บอกเล่าโดย คุณกร สุริยพันธุ์ ผู้บริหารยาสีฟันเทพไทยคนปัจจุบัน
ใครจะไปคิดว่า จากจุดเริ่มต้นด้วยเงินหลักร้อยบาทในวันนั้น
ยาสีฟันเทพไทย ในตอนนี้ ได้ก้าวมาไกลจนประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในวันนี้ โดยสร้างยอดขาย ทะลุ 300 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
จากก้าวแรกจนวันนี้ ยาสีฟันเทพไทย ผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง ?
THE BRIEFCASE จะสรุปให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของยาสีฟันเทพไทย เริ่มตั้งแต่รุ่นคุณปู่ของ คุณกร สุริยพันธุ์
คือด้วยความที่คุณปู่ของคุณกร เป็นนายแพทย์ทหารเรือเก่า ซึ่งชำนาญเรื่องสมุนไพรต่าง ๆ ที่ใช้รักษาคนไข้ในสมัยนั้น
เรื่องนี้ทำให้ครอบครัวของคุณกร มีความคุ้นเคยกับสมุนไพรต่าง ๆ เป็นอย่างดี
ในช่วงแรกนั้นครอบครัวของคุณกร ทำยาสีฟันและผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่าง ๆ เพื่อใช้กันภายในครอบครัวเท่านั้น
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่เพื่อนบ้านของคุณกรมีอาการปวดฟัน คุณแม่ของคุณกรจึงลองนำยาสีฟันสมุนไพรที่ตนเองทำขึ้นไปให้ลองใช้ ปรากกฏว่า หลังใช้เพียงไม่วันอาการปวดฟันก็ทุเลาลงจนหายไป
พอเรื่องเป็นแบบนี้ จึงเริ่มมีกันพุดกันแบบปากต่อปาก และบางคนจึงเริ่มแนะนำให้คุณแม่ของคุณกร ลองทำยาสีฟันและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรต่าง ๆ ออกมาขาย
แม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยทุนเพียงแค่ 500 บาท แต่คุณแม่ของคุณกรก็ค่อย ๆ ทำทีละเล็กละน้อย กวนยาสีฟันใส่กะละมัง โดยทั้งคุณกรและพี่สาว ก็มาช่วยคุณตั้งแต่การกวนยาสีฟัน ไปจนถึง หิ้วใส่ตระกร้าขาย
ในช่วงเริ่มต้น ยาสีฟันสมุนไพรที่นำออกมาขายมีชื่อว่า “ยาสีฟันรักษ์ไทย”
ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น ยาสีฟันเทพไทย ตอนที่ทำเป็นแบรนด์เพื่อขายเป็นสินค้า OTOP
โดยในปี 2545 ยาสีฟันเทพไทยเคยได้รับคัดเลือกให้เป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว และเริ่มเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นเรื่อย ๆ
ต่อมา พอคุณกร เริ่มเขามาดูแลการสร้างแบรนด์
เขาก็มองว่า การที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับจากลูกค้านั้น ต้องพยายามความเชื่อมั่นและดึงดูดให้คนรักในตัวสินค้าจริง ๆ ให้ได้
ซึ่งสำหรับยาสีฟันเทพไทยนั้น จะมีการชูจุดเด่นผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น
- ให้ความรู้กับผู้ใช้ ว่าประโยชน์ที่ได้จากการใช้ยาสีฟันสมุนไพร มีอะไรที่ไม่ควรมองข้าม
เทพไทย เน้นย้ำอย่างมากว่า ยาสีฟันสมุนไพรสามารถช่วยลดปัญหาสุขภาพเหงือก ฟันผุ และลดคราบอาหารและเครื่องดิ่มต่างๆ ที่รับประทานเข้าไปแล้วเกาะอยู่ตามฟันจนเป็นคราบหินปูน
ทั้งผ่านสื่อ และบนบรรจุภัณฑ์
2. การสื่อถึงความคุ้มค่า
อีกจุดหนึ่งคือ การที่แบรนด์เทพไทยต้องการเปลี่ยนความเชื่อที่ว่า การแปรงฟันนั้นต้องใช้ยาสีฟันเต็มแปรง มาใช้ในปริมาณเพียงแค่เท่า “เมล็ดถั่วเขียว” ก็สามารถทำความสะอาดช่องปากลูกค้าได้ ซึ่งจุดนี้เป็นการสื่อสารเรื่องของความคุ้มค่าในตัวสินค้าไปยังลูกค้านั่นเอง
3. ทำการตลาดเพื่อเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ด้วยความที่เป็นสินค้าสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ใช้กันในชีวตประจำวัน การเข้าถึงฐานลูกค้าในวงกว้างเป็นถือเป็นความได้เปรียบในการทำธุรกิจ
เราจึงเห็นว่า แบรนด์เทพไทยเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นดาราดัง อย่างเช่น เวียร์ - ศุกลวัฒน์ คณารศ และ เบลล่า - ราณี เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนหลายวัย
ลองมาดู รายได้ กำไร ของบริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด
ปี 2561 รายได้ 176 ล้านบาท กำไร 16 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 298 ล้านบาท กำไร 71 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 378 ล้านบาท กำไร 107 ล้านบาท
ปัจจุบัน สินค้าของบริษัทยังเพียงแค่ขายในประเทศ แต่ยังมีการส่งออกไปขายยังต่างประเทศอีกด้วย
ใครจะไปคิดว่ายาสีฟันที่มีจุดเริ่มต้นมาจากสินค้า OTOP เริ่มต้นด้วยการทำใช้กันเองในครอบครัว และลงทุนเริ่มแรกแค่ 500 บาท มาวันนี้จะสามารถสร้างรายได้มากกว่า 300 ล้านบาท
และนี่คือเรื่องราวและเส้นทางของยาสีฟันเทพไทย
ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
ในการส้รางธุรกิจ และสร้างแบรนด์..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.