ทำไม ทิม คุก เชื่อว่า ความพร้อม ไม่มีในโลก

ทำไม ทิม คุก เชื่อว่า ความพร้อม ไม่มีในโลก

15 ม.ค. 2022
ทำไม ทิม คุก เชื่อว่า ความพร้อม ไม่มีในโลก | THE BRIEFCASE
11 ปีที่แล้ว สตีฟ จอบส์ ได้ก้าวลงจากการเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้วยปัญหาสุขภาพ
และ ทิม คุก ก็ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Apple แทน
แล้วถ้ามองจากสายตาคนนอก หลาย ๆ คนก็คงคิดว่า ทิม คุก คือคนที่มีคุณสมบัติที่เพียบพร้อม มิเช่นนั้น คนที่ถูกขนานนามว่าเป็นศาสดาแห่งนวัตกรรมอย่าง สตีฟ จอบส์ ก็คงไม่ส่งไม้ต่อไปอยู่ในมือใครง่าย ๆ
เพราะก่อน ทิม คุก ขึ้นมาเป็นซีอีโอของ Apple ทาง ทิม คุก เองก็ได้สร้างผลงานที่น่าสนใจตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เขามาทำงานที่ Apple เช่น เขาได้มีการปรับปรุงคุณภาพสายการผลิต และลดระดับสินค้าคงคลัง
โดยการวางแผนระบบซัปพลายเชนใหม่ ลดจำนวนโรงงานการผลิต และโกดังที่กระจายอยู่ทั่วโลกให้น้อยลง ตามคำแนะนำของ สตีฟ จอบส์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้อัตรากำไรของ Apple เพิ่มสูงขึ้นมากได้จริง ๆ
จากผลงานที่ผ่านมา พอ Apple เริ่มดูดีขึ้นในเรื่องการเติบโตด้านการเงิน เมื่อมีมือดีอย่าง ทิม คุก เข้ามาช่วยดูแล ก็แปลว่า ทิม คุก คือคนที่ดูน่าจะพร้อม และเหมาะสมสำหรับการนั่งเก้าอี้ซีอีโอเป็นที่สุด ในสายตาของจอบส์
แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า แม้ว่าเขาจะนั่งเก้าอี้ซีอีโอมาหลายปีแล้วก็ตาม เขากลับรู้สึกว่า ตัวเองไม่พร้อมกับตำแหน่งหน้าที่นี้เลย และไม่ว่าจะได้นั่งเป็นซีอีโอตอนช่วงไหนของชีวิต ตัวเขาก็จะไม่มีวันพร้อมอยู่ดี
ทำไมคนที่ทำผลงานได้ดีอย่างเขา ถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อม ?
และเมื่อรู้สึกไม่พร้อม ทำไมถึงกล้ารับตำแหน่งซีอีโอของ Apple ?
THE BRIEFCASE จะสรุปให้ฟัง..
ในปี 2019 ทิม คุก ได้ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ ให้คำแนะนำกับบัณฑิตจบใหม่จาก Stanford โดยเขาได้พูดถึงเรื่อง “ความพร้อม ความคาดหวัง และการรับไม้ต่อของการบริหาร”
ทิม คุก ได้เริ่มกล่าวว่า ในขณะที่สตีฟ จอบส์ เข้ารับการรักษาพยาบาล
จอบส์ ปล่อยให้ ทิม คุก มีเวลาเตรียมพร้อมในเรื่องต่าง ๆ เรียนรู้ทุกเรื่องก่อนเข้ามานั่งแทนที่จอบส์
แต่ตัว ทิม คุก เองกลับรู้สึกว่าเขาไม่เคยพร้อมจริง ๆ ที่จะเข้ามาครอบครองกิจการ
เมื่อจอบส์ป่วย ทิม คุก คิดอยู่ตลอดว่า จอบส์จะดีขึ้น แต่เมื่อถึงวันที่จอบส์ต้องจากไปจริง ๆ ตัวเขาก็ได้เรียนรู้ความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างคำว่า “การเตรียมการ” กับ “ความพร้อม”
แล้ว “การเตรียมการ” กับ “ความพร้อม” ต่างกันอย่างไร ?
THE BRIEFCASE มองว่า “การเตรียมการ” ก็คงเหมือนกับช่วงเวลาที่เรากำลังอ่านหนังสือคู่มือ How to สักหนึ่งเล่ม เช่น หนังสือสอนวิธีทำเบเกอรี ในตอนเตรียมตัวก็เหมือนกับตอนที่เรากำลังอ่าน กำลังจดจำเทคนิคทุกขั้น ทุกตอนในการทำขนม เพื่อให้พร้อมสำหรับการทำขนมจริง ๆ
แต่ “ความพร้อม” หมายถึง ภาวะกำลังแรง กำลังใจที่เรามีอยู่ในขณะนั้น สามารถรองรับสิ่งที่กำลังจะเข้ามาได้หรือไม่ ?
เพราะตอนที่เรากล้าลงสนามจริง กำลังจะลงมืออบขนมจริง และกำลังทดลองขาย ด้วยความเป็นมนุษย์ของเรา ลึก ๆ แล้วก็คงกลัวที่จะได้รับฟีดแบ็กด้านไม่ดี กลัวขายไม่ได้ กลัวความคาดหวังของคนอื่น
ซึ่งแน่นอนว่า ธรรมชาติของการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ คงไม่มีความเพอร์เฟกต์ 100%
ดังนั้นหากรอให้ทุกอย่างเพอร์เฟกต์ รอให้ทุกอย่างพร้อม ก็คงไม่มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นนั่นเอง
และหลาย ๆ คนก็คิดว่า ถ้าตัวเราจะพร้อม เราต้องเก่งให้ได้แบบคนนั้นคนนี้เสียก่อน
เช่น ต้องพูดเก่งแบบสตีฟ จอบส์ ต้องเป็นคนบ้าพลัง ทำงานเยอะ ๆ แบบอีลอน มัสก์ ธุรกิจถึงจะสำเร็จ
แต่ ทิม คุก แนะนำว่า ความคิดนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เวิร์กเท่าไรนัก..
ทิม คุก เล่าว่า การจากไปของจอบส์ครั้งนั้น เป็นความเหงาที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้สึกมาในชีวิต แต่เมื่อความรู้สึกจางลง เขารู้แค่ว่า “ฉันจะต้องเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้
อย่าพยายามเลียนแบบคนที่มาก่อนคุณ เพราะมันจะเป็นการปิดกั้นสิ่งอื่น ๆ ในชีวิต”
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคุณลุกจากเตียงทุกเช้า และตั้งนาฬิกาตามที่คนอื่นคาดหวัง หรือเรียกร้อง มันจะทำให้คุณคลั่งขนาดไหน
แล้วเราจะจัดการความคิด หรือความรู้สึกที่ไม่พร้อมของเราอย่างไร ?
ทิม คุก กล่าวว่า “เมื่อเวลาของคุณมาถึงจริง ๆ คุณจะไม่มีวันพร้อมหรอก
และอยากให้คุณระลึกไว้เสมอว่า ตลอดทั้งชีวิต.. คุณไม่มีทางพร้อมอยู่แล้ว”
เขาแนะนำเหล่าบัณฑิตเพิ่มเติมอีกว่า
เมื่อเราทุกคนรู้สึกไม่พร้อม ให้เราลองค้นหา
3 อย่างนี้ในตัวเรา คือ
- เป้าหมาย ในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคาดคิดมาก่อน
- ความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ ในความท้าทาย
- วิสัยทัศน์ บนเส้นทางที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยว
พูดง่าย ๆ ก็คือ กล้าที่จะแตกต่างและเป็นตัวของตัวเอง
แต่อย่างไรก็ตาม ทิม คุก ก็ได้ฝากคำเตือนเพิ่มเติมอีกว่า อย่าไปคิดว่าการเป็นคนมุ่งมั่น มีความตั้งใจที่ดี จะไปลบล้างผลลัพธ์ที่เราทำไม่ดีไว้ได้ เพราะทุกอย่างที่คุณทำ มันจะติดตัวคุณไป และกำหนดความเป็นตัวคุณ (Identity)
ถ้าเราอยากเป็นคนที่มีเครดิตที่ดี น่าเชื่อถือ เราต้องเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบสิ่งที่ทำลงไปให้เป็นด้วย
อะไรที่เคยทำ ไม่ว่าจะผิดหรือถูก หรืออะไรที่เรากำลังตัดสินใจจะทำ
ต้องยอมรับให้ได้ว่า มันก็มีผลของการกระทำที่จะติดตัวเราไปอีกนาน และเราก็ต้องยอมรับ รับผิดชอบ และอยู่กับมันให้ได้
หัวหน้าและที่ปรึกษาที่เก่งกาจ สามารถสอนและให้คำแนะนำเราได้ แต่การเรียนรู้จากประสบการณ์ และพัฒนาตัวเองในแบบของตัวคุณเอง มันเป็นงานที่คุณต้องทำเอาเอง
อ่านมาถึงตรงนี้.. ใครที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม หรืออยากออกมาปลุกปั้นกิจการของตัวเอง มันเป็นธรรมดาที่การก้าวต่อไปในระดับที่สูงขึ้น มันจะไม่ได้มีแค่ความน่าตื่นเต้น แต่มันมีความน่ากลัวมากมายที่ตามมา
แต่ขอให้รู้ไว้ว่า ความรู้สึกไม่พร้อมเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสายงานใด หรือทำอะไรก็ตาม
แม้แต่ซีอีโอระดับโลกอย่าง ทิม คุก ยังไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพร้อมเลย
และถ้า ทิม คุก รู้สึกไม่พร้อม ไม่กล้าลงมือทำในสิ่งที่ใหญ่ขึ้น
ในวันนี้เราอาจจะไม่ได้เห็น Apple มีมูลค่า 94 ล้านล้านบาท ภายในเวลา 10 ปี ก็เป็นได้..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.