สรุปเส้นทาง จาซินดา อาร์เดิร์น นายกหญิงนิวซีแลนด์ ที่ทั้งโลกจับตามอง

สรุปเส้นทาง จาซินดา อาร์เดิร์น นายกหญิงนิวซีแลนด์ ที่ทั้งโลกจับตามอง

20 ม.ค. 2022
สรุปเส้นทาง จาซินดา อาร์เดิร์น นายกหญิงนิวซีแลนด์ ที่ทั้งโลกจับตามอง | THE BRIEFCASE
หากพูดถึง “ผู้หญิง” ที่เป็นผู้นำประเทศ และมีการบริหารงานโดดเด่นที่สุดในขณะนี้
หนึ่งในนั้นก็คือ “จาซินดา อาร์เดิร์น” นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ของประเทศนิวซีแลนด์
ด้วยการบริหารงานและการรับมือกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เธอนั้นเป็นที่จับตามองจากคนทั่วโลก
แล้วกว่าที่เธอจะมาเป็น นายกรัฐมนตรีที่คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและชื่นชมในวันนี้ เส้นทางของเธอเป็นอย่างไรมาก่อน ?
THE BRIEFCASE จะสรุปให้ฟัง
จาซินดา เคต ลอเรลล์ อาร์เดิร์น เกิดที่เมืองแฮมิลตัน ประเทศนิวซีแลนด์
โดยเธอเริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2017
ซึ่งในขณะนั้นเธอมีอายุเพียงแค่ 37 ปี นับว่าเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง ที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในโลก
แล้วอะไรที่ทำให้เธอก้าวเข้ามาลงในสนามของการเมืองได้ ?
เดิมทีเธอมีความสนใจเกี่ยวกับปัญหาทางด้านความยากจนในเด็กอยู่แล้ว และเธอเองก็ได้เข้าสู่ชีวิตทางการเมือง โดยเริ่มจากการช่วยหาเสียงให้กับ เฮนรี เจมส์ จากพรรคแรงงานในนิวซีแลนด์ ซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น
ต่อมาเธอก็ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยไวกาโต คณะสื่อสารทางการเมืองและประชาสัมพันธ์
และนั่นจึงทำให้เธอมีวิธีการสื่อสารที่ดีเยี่ยมในแบบฉบับผู้นำหัวก้าวหน้า นั่นก็คือ การพูดที่ดูเด็ดขาดมั่นคง
แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
และที่สำคัญเธอพร้อมที่จะยอมรับว่าตัวเธอนั้นสามารถผิดพลาดได้
นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เธอได้รับความเชื่อใจจากประชาชนชาวนิวซีแลนด์ไปเต็ม ๆ
หลังจากนั้นเธอก็เริ่มต้นการเป็นนักวิจัยให้กับนายกรัฐมนตรี เฮเลน คลาร์ก จากพรรคแรงงานที่นิวซีแลนด์ และตามมาด้วยการเป็นที่ปรึกษาให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร นั่นก็คือ โทนี แบลร์
และเธอยังได้ถูกคัดเลือกให้รับตำแหน่งประธานของ International Union of Socialist Youth (IUSY) หรือ สหภาพเยาวชนสังคมนิยมนานาชาติ ในปี 2007 ซึ่งเป็นองค์กรเยาวชนที่ส่งเสริมสังคมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือ
เธอยังเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ที่ได้ให้กำเนิดลูกขณะที่ยังดำรงตำแหน่ง โดยเธอได้ประกาศผลการตั้งครรภ์ของเธอ หลังจากผ่านการเลือกตั้งไปได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น
และนี่จึงถือเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หลายคนจับตา และรอวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของเธอ ว่าเธอจะทำได้เต็มที่หรือไม่
แล้วบททดสอบครั้งสำคัญของเธอ ก็มาถึงอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุกราดยิงในมัสยิดเมืองไครสต์เชิร์ช มีผู้เสียชีวิต 51 คน และส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตเป็นชาวมุสลิม
สิ่งที่เธอเลือกทำในเหตุการณ์ครั้งนั้น คือ จาซินดาเลือกที่จะไม่เอ่ยชื่อของมือสังหารให้สาธารณชนทราบ ซึ่งถึงแม้การไม่เอ่ยชื่อนี้จะดูเป็นเหมือนเรื่องเล็ก ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า นี่เป็นการกระทำที่ทำให้หลายคนได้ตระหนักว่า การกล่าวชื่อหรือนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรนั้น เป็นเหมือนเวทีและเป็นการทำในสิ่งที่อาชญากรต้องการ
ไม่เพียงเท่านั้น เธอได้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยการแก้กฎหมายด้านอาวุธ ที่เดิมทีมีความหย่อนยาน เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนของเธอว่า เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
พร้อมกันนั้นเธอยังแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวผู้สูญเสีย โดยการสวมผ้าคลุมศีรษะและสวมกอดครอบครัวของผู้สูญเสีย ด้วยท่าทีที่แสดงความเสียใจและเศร้าโศกอย่างสุดซึ้ง
ต่อมาจาซินดาก็ได้ถูกพูดถึงอีกครั้งในโลกออนไลน์ จากคลิปสรุปผลงานรัฐบาลของเธอ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และถึงแม้จะเป็นคลิปสั้น ๆ ในเวลา 2 นาที แต่กลับเป็นไวรัลไปทั่วโลก
เพราะเธอได้พูดถึงผลงานที่เธอได้สร้างไว้ออกมาอย่างน่าสนใจ เช่น
- การสร้างงาน 92,000 ตำแหน่ง ซึ่งส่งผลให้อัตราการว่างงานลดลง ต่ำสุดในรอบ 11 ปี
- การผลักนักลงทุนต่างชาติออกจากประเทศ
- การจัดตั้งศูนย์ผู้ป่วยมะเร็ง และการแก้ปัญหาด้านสุขภาพจิต
- การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 17.70 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
ซึ่งผลงานทั้งหมดนี้ของเธอ เป็นสิ่งที่คนหลายประเทศกำลังต้องการ
แต่บททดสอบยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อโลกได้เผชิญกับวิกฤติการณ์การระบาดของโควิด 19 และนี่เป็นบทพิสูจน์สำคัญที่จะทดสอบทุกประเทศไปพร้อมกัน
จาซินดา ได้ตัดสินใจใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่รวดเร็ว รวมถึงการอนุญาตการทำงานในบางอาชีพ และได้มีการลดเงินเดือนของเธอและคณะรัฐมนตรีลงถึง 20% เป็นเวลา 6 เดือน ในช่วงการระบาด
และแน่นอนการจัดการกับวิกฤติโควิด 19 ในครั้งนี้ ทำให้เธอถูกยกให้เป็นผู้นำที่มีการบริหารและการจัดการกับโรคระบาดได้ดีอีกคนหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้
ตลอดการบริหารงานโดยผ่านวิกฤติที่ยากลำบากเหล่านี้ นับว่าเป็นบทพิสูจน์ในการเป็นผู้นำของเธอได้เป็นอย่างดี เพราะจากทั้งหมดนี้ เราจะเห็นได้ว่าเธอมีการบริหารงานที่รวดเร็วและตัดสินใจอย่างเฉียบขาด และยังเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจประชาชน
จนทำให้เธอกลายเป็นผู้นำที่ใครหลายคนลงความเห็นกันว่าอยากให้มาบริหารประเทศของตัวเองบ้าง เลยทีเดียว..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.