ทำไม “อ้วก" วาฬ ถึงเป็นของล้ำค่า แห่งวงการน้ำหอม

ทำไม “อ้วก" วาฬ ถึงเป็นของล้ำค่า แห่งวงการน้ำหอม

26 ก.พ. 2022
ทำไม “อ้วก" วาฬ ถึงเป็นของล้ำค่า แห่งวงการน้ำหอม | THE BRIEFCASE
ถ้าพูดถึงคำว่า อ้วก แค่ได้ยินหลายคนก็คงขยะแขยงแล้ว
แต่รู้ไหมว่า ถ้าพูดถึง “อ้วกวาฬ” มันกลับกลายเป็นของล้ำค่า ที่บรรดาแบรนด์แฟชั่นและน้ำหอมต่างหมายปอง..
อ้วกวาฬ มีอีกชื่อเรียกว่า “อำพันทะเล (Ambergris)”
เป็นอ้วกของ วาฬสเปิร์ม หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อของ วาฬหัวทุย ซึ่งเมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดยาวประมาณ 15-18 เมตร
โดยอาหารหลักที่วาฬชนิดนี้ชอบกินที่สุดก็คือ “หมึกยักษ์”
แล้วเจ้าหมึกยักษ์นี้ มีความเกี่ยวข้องอะไรกับ อ้วกวาฬ ?
เนื่องจากปากของหมึกยักษ์มีความคมและแข็งมาก จนกระเพาะของวาฬหัวทุยไม่สามารถย่อยสลายได้ และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะของวาฬหัวทุย
พอเป็นแบบนี้ ระบบร่างกายของมันจึงสร้างสารซึ่งมีส่วนประกอบของคอเลสเตอรอล และไขมันประมาณ 80% ขึ้นมาบริเวณลำไส้ เพื่อห่อหุ้มเศษซากที่เหลือของหมึกที่ทำให้ท้องมันระคายเคือง
ในเวลาต่อมา ซากที่เหลือของหมึกก็จะถูกสำรอกหรือขับถ่ายออกมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักออกมาโดยการสำรอกจึงเรียกว่า “อ้วกวาฬ”
แต่ก็มีบางครั้งที่ออกมาตามอุจจาระของมันก็จะเรียกว่า “ขี้วาฬ”
โดยช่วงแรกอ้วกของมันจะมีกลิ่นเหม็นที่รุนแรงมากทีเดียว แถมยังมีลักษณะเป็นก้อนไขมันนิ่ม ๆ ที่ลักษณะคล้ายกับเศษของเสียทั่วไป
แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นร้อยเป็นพันปี เจ้าก้อนอ้วกวาฬที่ลอยอยู่ในทะเลจะเปลี่ยนเป็นก้อนที่แข็งขึ้น และมีสีที่แตกต่างกันออกไป โดยจะมีตั้งแต่สีดำ เทา ไล่ระดับสีอ่อนลงไปถึงสีขาวเลยก็มี
นอกจากนี้สีของมันก็ยังบ่งบอกได้ถึงคุณภาพอีกด้วย โดยก้อนอ้วกวาฬสีขาวจัดว่ามีคุณภาพดีที่สุด และมีราคาแพงที่สุด
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ยิ่งอ้วกวาฬลอยอยู่ในทะเลนานเท่าไร มันก็จะยิ่งให้สารที่ชื่อว่า Ambrein ออกมามากเท่านั้น
ซึ่งสารที่ว่านี้ เป็นแอลกอฮอล์ ที่มีคุณสมบัติในการตรึงกลิ่น
และจากผลการทดสอบก็พบว่า ก้อนอ้วกวาฬที่มีสีขาว มีปริมาณของ Ambrein สูงกว่าสีดำหรือสีที่เข้มกว่า
แล้วทำไม อ้วกวาฬ ถึงเอามาเป็นวัตถุดิบในการทำหัวเชื้อน้ำหอมได้ ?
เมื่อเวลาผ่านไป อ้วกของวาฬที่สำรอกออกมา จะทำปฏิกิริยากับอากาศ แสงแดด และน้ำทะเล จนทำให้ก้อนอ้วกเกิดการแห้งและแข็ง จนมีกลิ่นที่ซับซ้อน น่าหลงใหล และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะออกมา
เช่น บางก้อนจะให้กลิ่นที่มีความหอมหวาน กลิ่นดิน กลิ่นมัสก์ หรือกลิ่นสดชื่นของทะเล
จริง ๆ แล้ว อ้วกวาฬ ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของน้ำหอมมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชาวอียิปต์โบราณ ชาวโรมัน ชาวกรีก หรือชาวอาหรับ ต่างก็ใช้ทำเป็นหัวเชื้อน้ำหอม
แต่ในฝั่งของเอเชีย จะนิยมนำไปทำเป็นเครื่องเทศเสียมากกว่า
ต้องบอกว่า ที่อ้วกวาฬมีราคาแพงมาก
เพราะคุณสมบัติในการป้องกันการระเหยของกลิ่น เมื่อนำมาผ่านกระบวนการทำเป็นหัวเชื้อน้ำหอม ก็จะช่วยให้น้ำหอมติดทนนาน
นั่นจึงทำให้อ้วกวาฬ เป็นส่วนผสมของน้ำหอมชื่อดัง อย่างเช่น
- CREED Aventus
- YVES SAINT LAURENT L'Homme Parfum Intense
- BURBERRY Mr. Burberry Element EDT
- BVLGARI Le Gemme Opalon
โดยมูลค่าของอ้วกวาฬ ก็จะขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย
ทั้งขนาด น้ำหนัก ความสมบูรณ์ และสีของก้อนอ้วก
โดยก้อนอ้วกวาฬ 1 กิโลกรัม ก็มีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นบาท ไปจนถึงหลักล้านบาท
โดยก้อนอ้วกวาฬที่ว่านี้ ก็มักจะพบได้ตามชายหาด หรือตามโขดหิน เพราะถูกคลื่นซัดมาถึงฝั่ง
ซึ่งในไทยเมื่อปี 2563 ก็เคยมีชาวประมง จ.สุราษฎร์ธานี พบอ้วกวาฬขนาดใหญ่หนักถึง 30 กิโลกรัม และขายได้มูลค่ามากถึง 39 ล้านบาท เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีการสังเคราะห์สารที่ให้กลิ่นและมีคุณสมบัติคล้ายกับอ้วกวาฬขึ้นมา
แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างกลิ่นที่ซับซ้อนได้เท่าอ้วกวาฬที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้อยู่ดี
สรุปแล้ว ด้วยความหายาก
มีคุณสมบัติในการป้องกันการระเหยของกลิ่น
และมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ชวนหลงใหล
จึงทำให้ อ้วกวาฬ กลายเป็น “แรร์ไอเทม”
และเป็นของล้ำค่า ของวงการน้ำหอม นั่นเอง..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.