รู้จัก Banpu NEXT ธุรกิจพลังงานสะอาด อนาคตใหม่ของเครือบ้านปู

รู้จัก Banpu NEXT ธุรกิจพลังงานสะอาด อนาคตใหม่ของเครือบ้านปู

21 มี.ค. 2022
รู้จัก Banpu NEXT ธุรกิจพลังงานสะอาด อนาคตใหม่ของเครือบ้านปู | BrandCase
ถ้าพูดถึง บริษัทที่ทำธุรกิจเหมืองถ่านหินรายใหญ่
และจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
หลายคนคงนึกถึงบริษัทที่ชื่อ “บ้านปู”
อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมา เทรนด์สำคัญของโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
คือ การใส่ใจและรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
จึงทำให้ความต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
แน่นอนว่า บ้านปู ในฐานะที่เคยเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานเชื้อเพลิงอย่าง ถ่านหิน
หลายคนอาจมองว่า เป็นธุรกิจที่ส่งผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ทำให้ บ้านปู ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แล้ววันนี้ บ้านปู เปลี่ยนไปจากเดิมมากแค่ไหน ?
บ้านปู ก่อตั้งขึ้นในปี 2526 เดิมมีชื่อว่า “บริษัท เหมืองบ้านปู จำกัด”
เพื่อทำสัญญาเช่าช่วงการทำเหมืองถ่านหินที่เหมืองบ้านปู ที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
จากจุดเริ่มต้นที่เป็นธุรกิจเหมืองถ่านหินในประเทศไทย
บ้านปู ค่อย ๆ ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย จีน และออสเตรเลีย
ธุรกิจเหมืองถ่านหิน จึงนับเป็นธุรกิจหลักของบ้านปู เนื่องจากดำเนินการมานาน
โดยถ่านหินที่ผลิตได้ของบ้านปู จะถูกขายให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียและยุโรป ในภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง
ถ่านหินนั้น นอกจากจะใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าแล้ว ยังถูกใช้เป็นแหล่งพลังงานความร้อนที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมถลุงเหล็ก ปูนซีเมนต์ กระดาษ อาหาร
แล้ว ความท้าทายของธุรกิจนี้ คืออะไร ?
ธุรกิจเหมืองถ่านหิน กำลังเจอความท้าทายอย่างมากจากเทรนด์กระแสเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม
รวมไปถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อลดการใช้พลังงานที่ก่อเกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มตั้งแต่การขุดเจาะไปจนถึงการเผาไหม้ ก่อให้เกิดมลพิษในทุกขั้นตอนการผลิต
นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า ยังสร้างปริมาณมลพิษทางอากาศในระดับสูง
ทำให้ปริมาณการผลิตถ่านหินในช่วงหลายปีที่ผานนั้นมีแนวโน้มชะลอตัวลง
ปี 2013 ปริมาณการผลิตถ่านหินทั่วโลก 8,075 ล้านตัน
ปี 2020 ปริมาณการผลิตถ่านหินทั่วโลก 7,742 ล้านตัน

พอเรื่องเป็นแบบนี้ หลายบริษัทที่อยู่ในธุรกิจเหมืองถ่านหินก็ต้องปรับตัวไป รวมไปถึงบ้านปูด้วยเช่นกัน
โดยปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ของบ้านปู มาจากธุรกิจหลัก คือ
- ธุรกิจถ่านหิน
- ธุรกิจก๊าซ
- ธุรกิจไฟฟ้า
- ไอน้ำและอื่น ๆ
แม้ว่า รายได้จากธุรกิจถ่านหินยังมีสัดส่วนสูง เนื่องจากยังเป็นธุรกิจหลักของบ้านปู
แต่สัดส่วนดังกล่าวต่อรายได้รวมก็ค่อย ๆ ลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ปี 2562 สัดส่วนรายได้ของธุรกิจถ่านหิน 86%
ปี 2563 สัดส่วนรายได้ของธุรกิจถ่านหิน 82%
ปี 2564 สัดส่วนรายได้ของธุรกิจถ่านหิน 72%
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในปี 2562 บ้านปู จัดตั้ง “บ้านปู เน็กซ์ (Banpu NEXT)” บริษัทลูกของเครือบ้านปู
เพื่อขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด
ยกตัวอย่างเช่น
1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาด
- โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในประเทศจีนและญี่ปุ่น
- โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ในประเทศเวียดนาม
2. ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน
- ธุรกิจการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา และระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ
- ธุรกิจด้านการออกแบบ ผลิต และติดตั้งระบบแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงานแบบลิเธียมไอออน
3.ธุรกิจยานพาหนะไฟฟ้า
- ธุรกิจด้านการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก กับบริษัทญี่ปุ่น
- ธุรกิจออกแบบ และผลิตยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยเริ่มจากรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า
- ธุรกิจพัฒนาเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเล ให้บริการในแถบทะเลอันดามันและอ่าวไทย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเรือท่องเที่ยวไฟฟ้า

ที่น่าสนใจก็คือ บ้านปู ยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วน
กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)
จากกลุ่มธุรกิจพลังงานที่สะอาดและเทคโนโลยีพลังงาน ให้มากกว่า 50% ในปี 2568
ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อตอกย้ำว่า ธุรกิจพลังงานสะอาด จะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญต่อการเติบโตที่ยั่งยืนของบ้านปูในอนาคต
สุดท้ายแล้ว กรณีศึกษาของบ้านปู ก็น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามฉีกตัวเองออกจากสิ่งที่เคยทำอยู่แบบเดิม ๆ
จากธุรกิจถ่านหินที่กำลังถูกเทรนด์พลังงานสะอาดค่อย ๆ เข้ามาท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ
บ้านปู จึงได้เตรียมพร้อมและเร่งการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจพลังงาน ที่เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้ในอนาคต นั่นเอง..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.