ทำไม อากาศร้อนจัดในอินเดีย อาจกระทบเรื่องการกิน ของหลายประเทศ

ทำไม อากาศร้อนจัดในอินเดีย อาจกระทบเรื่องการกิน ของหลายประเทศ

11 พ.ค. 2022
ทำไม อากาศร้อนจัดในอินเดีย อาจกระทบเรื่องการกิน ของหลายประเทศ | BrandCase
รู้หรือไม่ว่า ? อินเดีย คือหนึ่งในประเทศที่มีอากาศร้อนมากที่สุดในโลก และอาจมีแนวโน้มอุณหภูมิสูงถึง 50°C ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 122 ปี ของอินเดีย
ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อินเดียมีอากาศร้อนจัดอย่างต่อเนื่อง
โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 42 - 44 °C และจากรายงานพบว่า พื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดในประเทศคือ
รัฐอุตตรประเทศ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 45.9°C
ซึ่งรู้หรือไม่ว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาสครั้งนี้ ได้สร้างผลกระทบเชิงลบต่อผลผลิตทางการเกษตร ของอินเดียเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “ข้าว”
ลองมาดูตัวเลขผู้ส่งออกข้าว Top 3 ของโลก ในปี 2021 กัน
- อันดับ 1 อินเดีย ปริมาณการส่งออก 18.8 ล้านตัน
- อันดับ 2 เวียดนาม ปริมาณการส่งออก 6.4 ล้านตัน
- อันดับ 3 ไทย ปริมาณการส่งออก 6.1 ล้านตัน
โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมาก จากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิคือ “ข้าวสาลี” เนื่องจากข้าวสาลีเป็นธัญพืชที่ไวต่อความร้อนมาก
อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ มีผลต่อการเจริญเติบโตของเมล็ดข้าวสาลี ทำให้ผลผลิตข้าวสาลีของเกษตรกรชาวอินเดีย มีโอกาสที่จะลดลงได้ 10 - 50%
นอกจากนี้ อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการผลิตข้าวสาลี คือเงินเฟ้อของประเทศอินเดีย ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติโรคระบาด
ราคาเชื้อเพลิงต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำการเกษตร เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เท่านั้นยังไม่พอ เพราะความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ก็ยังเป็นอีกปัจจัย ที่ทำให้ต้นทุนการทำการเกษตรในปีนี้เพิ่งสูงขึ้น
เพราะรัสเซียเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยอันดับต้น ๆ ของโลก
และภาวะสงคราม ก็ทำให้การส่งออกปุ๋ยนั้นเกิดการชะลอตัว และดันให้ราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น
พอเป็นแบบนี้ เกษตรกรภายในประเทศอินเดียนั้น ไม่เพียงแต่จะต้องเจอปัญหาของ ประสิทธิภาพในการผลิตข้าวสาลีที่ลดลงจากอากาศร้อน แต่ยังเจอปัญหาด้านต้นทุนการเกษตร ที่สูงขึ้นด้วย
เรื่องนี้ก็ทำให้ รัฐบาลอินเดียต้องทำการรับซื้อข้าวสาลีจากเกษตรกร เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์
พร้อมทั้งเสนอให้เกษตรกรหันไปใช้พันธุ์ข้าวสาลีที่ทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนแทน
แล้วอินเดียส่งออกข้าวไปประเทศไหนมากสุดบ้าง ?
ลองมาดู 5 อันดับ ประเทศที่นำเข้าข้าวจากอินเดีย ปี 2021
1. ซาอุดีอาระเบีย มูลค่าประมาณ 35,200 ล้านบาท
2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มูลค่าประมาณ 11,600 ล้านบาท
3. บังกลาเทศ มูลค่าประมาณ 11,500 ล้านบาท
4. เยเมน มูลค่าประมาณ 10,700 ล้านบาท
5. สหรัฐอเมริกา มูลค่าประมาณ 8,000 ล้านบาท
ถึงตรงนี้ เราคงพอบอกได้ว่า
อุณหภูมิที่ร้อนจัดในอินเดีย ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนอินเดีย แต่ยังกระทบสินค้าส่งออกสำคัญด้านการเกษตรของอินเดีย อย่าง ข้าว
ซึ่งในฐานะที่อินเดียเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก
ก็ต้องติดตามกันว่า ถ้าผลผลิตข้าวของอินเดียในปีน้ี ลดลงมาก
จะส่งผลกระทบในเรื่องอาหารการกิน
ของประเทศที่นำเข้าข้าวจากอินเดีย มากแค่ไหน..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.