ราคาฝ้ายกำลังสูงขึ้น เราอาจต้องซื้อเสื้อผ้าแพงขึ้น เร็ว ๆ นี้

ราคาฝ้ายกำลังสูงขึ้น เราอาจต้องซื้อเสื้อผ้าแพงขึ้น เร็ว ๆ นี้

13 พ.ค. 2022
ราคาฝ้ายกำลังสูงขึ้น เราอาจต้องซื้อเสื้อผ้าแพงขึ้น เร็ว ๆ นี้ | BrandCase
รู้หรือไม่ ราคาฝ้ายในญี่ปุ่น กำลังทำจุดสูงสุดในรอบ 11 ปี
และราคาฝ้ายในตลาดฟิวเจอร์สนิวยอร์ก ก็ปรับตัวขึ้นมาจากปีที่แล้วกว่า 30%
ซึ่งเรื่องนี้กำลังสะท้อนว่า ราคาต้นทุนในการผลิตเสื้อผ้ากำลังสูงขึ้น
และก็น่าจะมีผลกดดัน ทำให้ราคาเสื้อผ้า ปรับตัวสูงขึ้นได้ด้วย
แล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร ? เรามาดูกัน
ประเด็นสำคัญคือ ช่วงที่ผ่านมา เกิดภัยแล้งรุนแรงในพื้นที่ปลูกฝ้ายในสหรัฐอเมริกา
รวมถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในอินเดีย
ซึ่งจากรายงาน ตลาดฝ้ายทั่วโลกในปี 2020 พบว่า ประเทศที่มีการส่งออกฝ้ายมากที่สุดของโลก คือ
อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา 43.7%
อันดับ 2 บราซิล 23.6%
อันดับ 3 อินเดีย 10.6%
จะเห็นว่า สหรัฐอเมริกาและอินเดีย มีกำลังการผลิตฝ้ายรวมกัน มากถึงครึ่งหนึ่ง ของกำลังการผลิตทั้งโลก เลยทีเดียว
เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ราคาฝ้าย ในตลาดฟิวเจอร์สนิวยอร์ก ก็ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็น 155.95 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2021 มากถึง 30%
ซึ่งราคาที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ มีสาเหตุหลัก ๆ มาจาก
พื้นที่เพาะปลูกฝ้ายในสหรัฐอเมริกา ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง
โดยพื้นที่เพาะปลูกสำคัญอย่าง รัฐเท็กซัส ก็กำลังอยู่ในภาวะภัยแล้งรุนแรง
ในขณะที่อินเดียเองก็ได้รับผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตร อย่าง ข้าวสาลี รวมถึงฝ้าย มีปริมาณการผลิตที่ลดลง
เรื่องนี้ทำให้อินเดีย ต้องระงับการส่งออกฝ้ายชั่วคราว เพราะเห็นแนวโน้มว่าปริมาณที่ผลิตได้จะไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ และจะกดดันให้ราคาฝ้ายภายในประเทศสูงขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียก็ยังออกมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าฝ้ายไปจนถึงเดือนกันยายน เพื่อชดเชยการขาดแคลนภายในประเทศด้วยเช่นกัน
แล้วประเทศที่มีการนำเข้าฝ้ายมากที่สุดของโลก เป็นอันดับ 1 คือประเทศอะไร ?
คำตอบคือ ประเทศจีน นั่นเอง
ถึงแม้ว่าจีนเองจะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตฝ้ายได้มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกก็ตาม
แต่ด้วยความต้องการภายในประเทศ ที่มีปริมาณมากกว่ากำลังในการผลิต ทำให้จีนยังคงต้องมีการนำเข้าฝ้ายจากประเทศอื่นอย่างอินเดีย
ที่น่าสนใจก็คือ ในจีน มีบริษัทผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่มากมาย
อย่างเช่น Shein บริษัทฟาสต์แฟชั่นราคาย่อมเยา
ที่ต้องการฝ้ายเป็นวัตถุดิบในการผลิตเสื้อผ้าต่อปีเป็นจำนวนมหาศาล
หากการผลิตฝ้ายในพื้นที่สำคัญ อย่างสหรัฐอเมริกาและอินเดีย ยังคงเจอปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้ปริมาณการผลิตลดลงแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ราคาฝ้ายก็มีโอกาสสูงขึ้นเรื่อย ๆ ได้เช่นกัน
และมันก็จะส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนในการผลิตเสื้อผ้าของหลายแบรนด์ เพิ่มสูงขึ้นตาม
ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็น่าติดตามว่า ผู้ผลิตจะเลือกแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้นไว้เอง
หรือจะเลือกผลักภาระต้นทุนมาให้ผู้บริโภคอย่างเรา ต้องซื้อเสื้อผ้าแพงขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ก็ต้องรอดูกัน..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.