เฮลซ์บลูบอย ทำอย่างไร ? ขายสินค้าอย่างเดียว ให้ประสบความสำเร็จได้

เฮลซ์บลูบอย ทำอย่างไร ? ขายสินค้าอย่างเดียว ให้ประสบความสำเร็จได้

20 มิ.ย. 2022
เฮลซ์บลูบอย ทำอย่างไร ? ขายสินค้าอย่างเดียว ให้ประสบความสำเร็จได้ | BrandCase
น้ำหวานขวดแก้ว ที่มาพร้อมกับรูปเด็กหนุ่มสวมหมวกเป็นสัญลักษณ์ ภายใต้ชื่อว่า เฮลซ์บลูบอย ถือเป็นน้ำหวานชื่อดังที่อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 6 ทศวรรษ
รู้ไหมว่า แม้จะขายแค่น้ำหวานเป็นหลักเพียงอย่างเดียว
แต่เฮลซ์บลูบอยก็มีกำไรในระดับพันล้านบาท
เฮลซ์บลูบอย ทำอย่างไร ?
จุดเริ่มต้นของเฮลซ์บลูบอยมาจาก 4 พี่น้องตระกูลพัฒนะเอนก ชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทย ในปี 2502
โดยเริ่มจากการทำร้านโชห่วย ต่อมาก็เริ่มทำธุรกิจน้ำหวาน เพราะมองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ เนื่องจากในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยยังขาดสินค้าประเภทนี้อยู่
ก่อนที่ในปี 2521 พวกเขาจะเริ่มก่อตั้ง บริษัท เฮลซ์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด
ต้องบอกว่า กว่า 63 ปีที่ผ่านมานั้น เฮลซ์บลูบอย ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ จนส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
รวมไปถึงคู่แข่งในตลาดน้ำหวาน ซึ่งมีทั้งแบรนด์ระดับพรีเมียมที่เป็นกลุ่มสินค้านำเข้า แบรนด์ระดับกลางซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของพวกเขา และยังมีแบรนด์ระดับล่างที่คอยแชร์ส่วนแบ่งอยู่เต็มตลาด
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเฮลซ์บลูบอยก็ยังสามารถประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่อดีตมาจนถึงวันนี้
พูดได้ว่า เฮลซ์บลูบอย กลายเป็นแบรนด์ที่หลายคนนึกถึง เวลาที่ต้องการจะดื่มน้ำหวาน ตั้งแต่ผู้คนระดับรากหญ้าไปจนถึงระดับไฮโซ
น้ำหวาน เฮลซ์บลูบอย พบเจอได้ตั้งแต่ตามรถเข็นน้ำแข็งไส รถเข็นขายน้ำ ร้านเครื่องดื่ม ร้านขนม ไปจนถึงในห้องครัวของหลาย ๆ บ้าน
ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดก็หนีไม่พ้นเรื่องของ “คุณภาพ” ที่แบรนด์ยังคงรักษาไว้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
เช่น ความใส่ใจเรื่องของแพ็กเกจจิงอย่าง ขวดแก้ว ที่เฮลซ์บลูบอยให้ความสำคัญมาตลอด เพราะขวดแก้วนั้น สามารถรักษาคุณภาพของสินค้าอย่างน้ำหวานได้ดีกว่าแพ็กเกจจิงอย่างอื่น
รวมไปถึงการพัฒนาน้ำหวานให้มีรสชาติหลากหลาย เพื่อช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น โดยปัจจุบัน เฮลซ์บลูบอยมีน้ำหวานให้ลูกค้าเลือกถึง 9 รสชาติ
ในขณะเดียวกัน นอกจากเฮลซ์บลูบอยจะวางขายสินค้าในประเทศแล้ว ก็เริ่มรุกขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2558 ด้วยการส่งสินค้าไปขายยังตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย
นอกจากนี้ ด้วยความที่สินค้าของบริษัทนั้นเป็นสินค้าที่บริโภคได้ง่าย ๆ
และลูกค้าพร้อมที่จะนำน้ำหวานของเฮลซ์บลูบอย ไปออกแบบเมนูด้วยตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่ม ขนมไทย เบเกอรี และเมนูอื่น ๆ
ก็ยิ่งทำให้น้ำหวานของเฮลซ์บลูบอยกลายมาเป็นส่วนผสมสำคัญ สำหรับเมนูของลูกค้าในหลาย ๆ เมนูตามไปด้วย
รายได้และกำไรของ บริษัท เฮลซ์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2562 รายได้ 3,769 ล้านบาท กำไร 1,099 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 3,320 ล้านบาท กำไร 1,057 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 3,563 ล้านบาท กำไร 1,137 ล้านบาท
แม้จะมีรายได้และยอดขายเป็นหลักพันล้านบาท
แต่รู้ไหมว่า เฮลซ์บลูบอย ก็มีสินค้าที่เป็นพระเอกของบริษัทเพียงอย่างเดียวนั่นคือ น้ำหวานขวดแก้ว ที่มีรูปเด็กหนุ่มสวมหมวกเป็นสัญลักษณ์
ที่เป็นแบบนี้ เพราะผู้บริหารรุ่นปัจจุบันของบริษัท เคยให้สัมภาษณ์กับกรุงเทพธุรกิจว่า
เฮลซ์บลูบอยไม่จำเป็นที่จะต้องเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งอาจมาพร้อมกับความเสี่ยงมากขึ้น
โดยบริษัทจะไม่พยายามไปก่อหนี้ เพื่อมาสร้างการเติบโต
ไม่ใช้เงินผิดประเภท ไม่แตกไลน์ไปทำในสิ่งที่ไม่ถนัด
แต่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ทุ่มเทไปกับสิ่งที่บริษัทถนัดอยู่แล้วให้ออกมาดีที่สุด
ที่ผ่านมาเราจึงไม่ค่อยได้ยินข่าวคราวของ เฮลซ์บลูบอย เพราะบริษัทเลือกที่จะเติบโตแบบเงียบ ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา
ทำให้พวกเขาเลือกที่จะขายสินค้าชิ้นเดียวที่เป็นจุดขายของบริษัท
ด้วยการมุ่งพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพของน้ำหวานมาเรื่อย ๆ จนแบรนด์นั้นติดตลาดถึงขนาดที่ว่า ถ้าเรานึกถึงน้ำหวานที่มีรสชาติเข้มข้นก็ต้องนึกถึง เฮลซ์บลูบอย
ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้น้ำหวานขวดแก้วอย่าง เฮลซ์บลูบอย ประสบความสำเร็จมากว่า 6 ทศวรรษ จนมีรายได้และกำไรระดับ พันล้านบาท ในวันนี้..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.