กลยุทธ์ โปรโมตร้านอาหาร จ้างอินฟลูเอนเซอร์ มากินโชว์

กลยุทธ์ โปรโมตร้านอาหาร จ้างอินฟลูเอนเซอร์ มากินโชว์

24 มิ.ย. 2022
กลยุทธ์ โปรโมตร้านอาหาร จ้างอินฟลูเอนเซอร์ มากินโชว์ | BrandCase
หากเราอยากเปิดร้านอาหารสักแห่ง เราจะมีวิธีการโปรโมตร้านอย่างไร ให้เป็นที่รู้จัก
แน่นอนว่า หนึ่งในวิธีที่ทำให้คนรู้จักก็คือ การจ้างให้คนมารีวิวผ่านทางเพจรีวิวอาหาร หรือผ่านทางอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ
แต่ก็มีอีกวิธีหนึ่งที่ร้านอาหารหลายร้านนั้นนิยมกัน และดูจะมีชั้นเชิงกว่านั้น
ก็คือการเชิญนักกินจุมาทำคอนเทนต์กินอาหารที่ร้านของพวกเขา
ซึ่งจริง ๆ แล้ว วิธีนี้ก็นิยมใช้กันมาก และมีให้เห็นกันบ่อย ๆ อยู่แล้วในต่างประเทศ
อย่างเช่น ในประเทศเกาหลีใต้ ที่ถือเป็นประเทศที่มีนักกินจุ เปิดช่องยูทูบกินอาหาร ที่มีทั้งแบบกินจุ และแบบ ASMR มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยก็ว่าได้
อย่างในประเทศไทยเอง ก็จะมีช่องต่าง ๆ ที่หลายคนคุ้นเคย เช่น
PEACH EAT LAEK ที่มีจำนวนผู้ติดตามกว่า 7.95 ล้านบัญชี
หรือรายการ TheFadd ที่มีจำนวนผู้ติดตาม 8.7 แสนบัญชี
แล้วการทำการตลาดแบบนี้ดีอย่างไร ?
- อย่างแรก เป็นเรื่องการเข้าหากลุ่มลูกค้าได้โดยตรง
แน่นอนว่า กลุ่มคนที่ติดตามเหล่านักกินจุทั้งหลาย ก็คงจะเป็นคนที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารอยู่แล้ว
แล้วในปัจจุบัน นักกินจุก็จะมีสไตล์ของอาหารที่ชื่นชอบของตนเองที่แตกต่างกันไป
ซึ่งในมุมของเจ้าของร้าน หากเราต้องการที่จะเข้าหากลุ่มลูกค้าแบบไหน เราก็สามารถเลือกนักกินจุให้เหมาะสมกับสไตล์ของร้านอาหารของเราด้วย
- อย่างต่อมาคือ เรื่องของความ “Win-Win” ที่ได้ประโยชน์ทั้งคนที่กินจุ และเจ้าของร้านเอง
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ นอกจากร้านจะได้เป็นที่รู้จักแล้ว ทางนักรีวิวเองก็ยังได้สร้างคลิปรีวิวอาหารเป็นของตัวเองอีกด้วย
ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นอาชีพในฝันของนักกินจุหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะได้คอนเทนต์แล้ว ยังได้กินโดยมีผู้สนับสนุนให้อีกด้วย
อย่างในประเทศเกาหลีใต้เอง ก็มีการรายงานว่า นักกินจุหรือ Mukbang ชื่อดังบางคนนั้นสามารถทำเงินได้ถึงเดือนละ 350,000 บาท ซึ่งรายได้นี้ยังไม่รวมค่าอาหารที่เหล่าสปอนเซอร์จัดมาให้รีวิว
ทั้งนี้ นอกจากจะมีการจ้างนักกินจุ หรือนักรีวิวมากินอาหารที่ร้านแล้ว ก็ยังมีการตลาดอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ดูจะดั้งเดิมกว่า นั่นก็คือ การเปิดการแข่งขันสำหรับนักกินจุ
ที่เป็นเหมือนการเรียกนักกินจุจากทั่วทุกสารทิศมาลิ้มลองอาหารของเรา ซึ่งกลยุทธ์นี้อาจจะดูคลาสสิกและมีมานานกว่า
อย่างที่เราอาจได้เคยเห็นตามร้านอาหาร โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น
ที่จะมีการทำเมนูพิเศษขึ้นมา โดยเป็นเมนูขนาดใหญ่สำหรับนักกินจุโดยเฉพาะ
พร้อมกับคำท้าว่า หากใครสามารถกินหมดภายใน xx นาที จะได้รับประทานฟรี หรือได้รับรางวัลเป็นเงินสดตามเงื่อนไขที่กำหนด
ซึ่งในประเทศไทย ร้านในลักษณะนี้ก็มีให้เห็นกันอยู่บ้าง อย่างเช่น
- ร้านข้าวแกงกะหรี่ Gold Curry ที่เปิดท้าให้กินข้าวหน้าแกงกะหรี่หมูทอดในปริมาณ 10 กิโลกรัม หากใครสามารถกินหมดตามเวลาที่กำหนด 1 ชั่วโมง ก็จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 40,000 บาท
โดยการทำ Challenge นี้ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านไปแล้ว
และก็มีนักกินจุต่างพากันมารับคำท้ากินให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ
- ร้านบะหมี่ล้มยักษ์ ของดีเมืองนนท์
โดยมีเมนูบะหมี่แห้ง ชามละ 18 ก้อน หากใครสามารถกินหมด โดยไม่จำกัดเวลา ทางร้านจะให้รับประทานฟรี ซึ่งก็ทำให้ร้านนั้นกลายเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลมีเดียมากมาย และทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น
ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า จากแต่เดิมที่การจะโปรโมตร้านอาหารร้านหนึ่ง อาจเป็นเรื่องของการบอกต่อกันปากต่อปาก หรือการทำสื่อโฆษณาตามโทรทัศน์
แต่ตอนนี้เมื่อโลกออนไลน์นั้นพัฒนามากขึ้น รูปแบบการตลาดเพื่อโปรโมตร้านค้าก็เปลี่ยนไปด้วย
ซึ่งการตลาดสำหรับนักกินจุแบบที่ว่านี้ ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่หลาย ๆ ร้าน เอามาใช้ให้เห็นกัน..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.