Sam Bankman-Fried ผู้ทำกำไรไร้ความเสี่ยง จากบิตคอยน์ได้ 330,000 ล้าน

Sam Bankman-Fried ผู้ทำกำไรไร้ความเสี่ยง จากบิตคอยน์ได้ 330,000 ล้าน

27 ก.ค. 2022
Sam Bankman-Fried ผู้ทำกำไรไร้ความเสี่ยง จากบิตคอยน์ได้ 330,000 ล้าน /โดย ลงทุนแมน
เมื่อเทียบกับ Binance แล้ว FTX อาจไม่ใช่กระดานซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี ที่คนไทยคุ้นเคยมากนัก
แต่เว็บไซต์จัดอันดับคริปโทเคอร์เรนซีชื่อดังอย่าง CoinMarketCap และ CoinGecko นั้น
ต่างยกให้ FTX เป็นกระดานซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก Binance
และล่าสุดในเดือนมกราคมที่ผ่านมา FTX ได้ถูกประเมินว่ามีมูลค่ากิจการ มากถึง 1.18 ล้านล้านบาท
ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือ Sam Bankman-Fried ผู้ที่ก่อตั้ง FTX ขึ้นมาในปี 2019
ร่วมกับเพื่อนของเขาที่ชื่อ Gary Wang
ซึ่งเงินที่ Sam Bankman-Fried นำมาใช้ก่อร่างสร้าง FTX ขึ้นมา ก็ไม่ได้เป็นการหยิบยืมเงินมาจากใคร
แต่เป็นกำไรซึ่งเขาได้มาจากการเทรดบิตคอยน์แบบไร้ความเสี่ยง (Arbitrage) จนกลายเป็นวัยรุ่นแสนล้าน ในเวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น
เขามีวิธีทำกำไรอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
เส้นทางความมั่งคั่งของ Sam Bankman-Fried เริ่มขึ้นหลังจากตอนที่เขาเบนเข็มความฝัน จากการเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ ตามสาขาวิชาที่เขาได้ร่ำเรียน มาฝึกงานในสายการเงิน กับบริษัท Jane Street Capital ในช่วงปี 3 ของการเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนจะได้ทำงานเป็นพนักงานประจำ ในตำแหน่งเทรดเดอร์ กับบริษัทเดิม หลังเรียนจบ
หน้าที่หลักของเขาในการทำงานคือ การทำ Arbitrage กองทุน ETF ระหว่างประเทศ
โดย ETF นั้น เป็นกองทุนรวมดัชนี ที่สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้เหมือนกับหุ้น
แล้วการทำ Arbitrage คืออะไร ?
หลักการอย่างง่าย ๆ ของการทำ Arbitrage คือ ของสองสิ่งที่เหมือนกัน ต้องมีราคาเท่ากัน
แต่ถ้าราคามันเกิดไม่เท่ากัน นั่นก็คือโอกาสในการทำกำไร
วิธีทำกำไรด้วยการ Arbitrage ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน โดยนักลงทุน จะทำการซื้อสินทรัพย์ที่มีราคาถูกกว่า จากในตลาดแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะนำสินทรัพย์นั้น ไปขายยังตลาดที่สินทรัพย์นั้น มีราคาแพงกว่า และได้กำไรจากส่วนต่างของราคา หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการ “ซื้อถูก ขายแพง” นั่นเอง
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ Sam Bankman-Fried ต้องทำในแต่ละวัน คือการมองหาโอกาสที่จะเกิดความไม่เท่ากัน
ของราคาหน่วยลงทุนของ ETF ในตลาด เพราะถึงแม้ ETF จะเป็นกองทุนรวมดัชนีหุ้นเหมือนกัน
แต่ความต้องการ ETF ในแต่ละตลาดนั้น ก็ไม่ได้มีเท่ากัน
ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น Sam Bankman-Fried จะต้องรีบซื้อ ETF จากตลาดที่มีราคาถูกกว่า จากนั้นก็ขาย ETF
ในอีกตลาดที่มีราคาแพงกว่าทันที ก่อนที่โอกาสนี้จะหายไป เพราะเทรดเดอร์ที่ได้รับหน้าที่ให้ทำ Arbitrage เช่นเดียวกับเขา รวมทั้งนักลงทุนอีกมากมาย ต่างก็จ้องจะทำแบบเดียวกันกับเขาอยู่
เขาได้ทำงานกับบริษัท Jane Street Capital เรื่อยมา จนกระทั่งปี 2017 เขาก็ได้รู้จักกับสินทรัพย์ดิจิทัล
ซึ่งกำลังเริ่มเป็นที่รู้จักในขณะนั้นอย่าง “บิตคอยน์”
โดยบิตคอยน์นี้เอง ได้เป็นประตูสู่การศึกษาโลกของคริปโทเคอร์เรนซี ให้กับ Sam Bankman-Fried
จากที่แต่ก่อน เขาไม่เคยสนใจมันมาก่อนเลย
หลังศึกษาโลกของคริปโทเคอร์เรนซีมาสักพัก จนเข้าสู่ช่วงเดือนตุลาคม ปี 2017 ด้วยความที่เขามีความชำนาญในการทำ Arbitrage หลังจากที่เขาต้องทำสิ่งนี้เกือบทุกวัน มาตลอด 3 ปี ทำให้ Sam Bankman-Fried เห็นว่า ตลาดซื้อขายบิตคอยน์ ในหลาย ๆ ประเทศนั้น มีราคาไม่เท่ากันกับที่สหรัฐอเมริกา
เนื่องจาก ณ เวลานั้น ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น
ทำให้สภาพคล่องในตลาดยังมีน้อยมาก ๆ ประกอบกับราคาของบิตคอยน์ ในช่วงเดือนตุลาคมนั้น
ได้พุ่งขึ้นสูงกว่า 300% ตั้งแต่ต้นปี ทำให้ผู้คนต่างแห่กันเข้ามาซื้อบิตคอยน์ อย่างบ้าคลั่ง
ทำให้ในหลาย ๆ ประเทศ ที่สภาพคล่องในตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี มีน้อยกว่าสหรัฐอเมริกา
ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “พรีเมียม” หรือการที่ราคาสินทรัพย์ในตลาดหนึ่ง มากกว่าอีกตลาดหนึ่ง
เพราะจำนวนบิตคอยน์ในประเทศเหล่านั้น มีไม่เพียงพอกับความต้องการของนักลงทุนในประเทศ
เมื่อ Sam Bankman-Fried มองเห็นโอกาสในการทำเงินมากมายแบบนี้ เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงาน
และชวนเพื่อนของเขา ซึ่งเป็นวิศวกรของ Google ณ ขณะนั้น อย่าง Gary Wang ออกมาตั้งบริษัท
เทรดคริปโทเคอร์เรนซีด้วยตัวเอง ชื่อว่า Alameda Research
โดยโอกาสทำกำไรที่เขาเล็งไว้ในตอนแรกคือ พรีเมียมของบิตคอยน์ในประเทศเกาหลีใต้
เพราะในตอนนั้นราคาบิตคอยน์ในเกาหลีใต้ มีราคาสูงถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่
บิตคอยน์ในสหรัฐอเมริกา มีราคาแค่ประมาณ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ
นั่นแปลว่าถ้าหาก Sam Bankman-Fried และเพื่อน ซื้อบิตคอยน์จากสหรัฐอเมริกา ไปขายยังเกาหลีใต้
พวกเขาก็จะได้กำไรมากถึง 50% เลยทีเดียว ซึ่งกำไรที่มากขนาดนี้ ต่อให้หักต้นทุนแล้ว ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ
แต่อุปสรรคใหญ่ของพวกเขาคือ ประเทศเกาหลีใต้ มีการควบคุมการเข้าออกของเงินจากต่างประเทศ
อย่างเข้มงวด ทำให้การนำกำไรกลับมายังสหรัฐอเมริกา ในรูปแบบของเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำได้ยาก Sam Bankman-Fried จึงได้พับแผนนี้ไป และมองหาตลาดอื่นแทน
จนเขาได้พบว่า ญี่ปุ่นก็กำลังเกิดพรีเมียมของบิตคอยน์เช่นกัน โดยราคาบิตคอยน์ในญี่ปุ่น มีราคาสูงกว่าสหรัฐอเมริกาประมาณ 15% ซึ่งแม้จะได้กำไรน้อยกว่าการนำไปขายที่เกาหลีใต้มาก แต่การนำเงินเข้าออกจากญี่ปุ่น ก็สามารถทำได้ง่ายกว่ามาก Sam Bankman-Fried จึงได้เริ่มแผนการทำ Arbitrage ของเขาในที่สุด
โดยผลตอบแทนที่เขาได้รับ จากการทำ Arbitrage เมื่อหักต้นทุนต่าง ๆ แล้ว ก็ตกอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อวัน
และกำไรที่เขาทำได้ทั้งหมด เมื่อคิดเป็นตัวเงินแล้ว จะอยู่ที่ประมาณ 330,000 ล้านบาท ส่งผลให้เขากลายเป็นเศรษฐีภายในอายุเพียงแค่ 25 ปี เท่านั้น
หลังจากที่เขาได้เห็น ความไม่มีประสิทธิภาพของตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีนี้เอง
Sam Bankman-Fried จึงได้ตัดสินใจ นำกำไรที่ได้จากการทำ Arbitrage ของ Alameda Research
มาทำการก่อตั้ง กระดานซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี ชื่อ FTX ในปี 2019
และด้วยความที่ Sam Bankman-Fried เคยเป็นเทรดเดอร์มาก่อน ทำให้เขารู้ว่าลูกค้า ซึ่งเป็นเทรดเดอร์
เช่นเดียวกันกับเขานั้น ต้องการอะไรจากแพลตฟอร์ม จึงทำให้ FTX กลายเป็นกระดานซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี
ที่เติบโตอย่างรวดเร็วมากที่สุดแห่งหนึ่ง และส่งผลให้ Sam Bankman-Fried ขึ้นแท่นบุคคลที่รวยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในโลกคริปโทเคอร์เรนซี ด้วยสินทรัพย์กว่า 880,000 ล้านบาท ในวัยเพียงแค่ 30 ปี
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
บริษัท Alameda Research ที่ Sam Bankman-Fried เป็น CEO อยู่ ได้ปล่อยกู้รวมแล้วเกือบ
37,600 ล้านบาท ให้กับแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีต่าง ๆ ที่ขาดสภาพคล่อง อย่างเช่น
Voyager Digital และ BlockFi ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ของกองทุน Three Arrows ที่เพิ่งล้มละลายไป
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://coinmarketcap.com/rankings/exchanges/
-https://www.coingecko.com/en/exchanges
-https://www.coindesk.com/business/2022/01/31/ftx-reaches-32b-valuation-with-400m-fundraise/
-https://inside.com/campaigns/inside-tech-2021-07-21-28706/sections/243700
-https://auresnotes.com/sam-bankman-fried-biography-ftx-story/
-https://www.investopedia.com/articles/investing/032615/how-etf-arbitrage-works.asp
-https://finance.yahoo.com/quote/BTC-USD/
-https://harraiyatimes.com/bitcoinprice/gary-wang-ftx-net-worth/
-https://finance.yahoo.com/news/sam-bankman-fried-explains-arbitrage-132901181.html
-https://cryptoslate.com/ftx-in-talks-to-raise-funds-amid-spending-spree-to-prevent-contagion/
-https://decrypt.co/103319/sam-bankman-fried-ftx-has-responsibility-to-step-in-and-stem-crypto-contagion
© 2022 Longtunman. All rights reserved.