หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน..สวรรค์ของนักลงทุน

หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน..สวรรค์ของนักลงทุน

28 ก.ย. 2018
หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน..สวรรค์ของนักลงทุน / โดย ลงทุนแมน
พอพูดถึงหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน
คนธรรมดาทั่วไปอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไร
แต่สำหรับนักลงทุนแล้ว ที่นี่คือสวรรค์ของพวกเขา
เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หมู่เกาะบริติชเวอร์จินเป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียน ฝั่งตะวันออกของประเทศจาเมกา
ถูกค้นพบครั้งแรกโดยคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ซึ่งเป็นนักเดินเรือและนักสำรวจที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น
เดิมทีหมู่เกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิดัตช์ก่อนที่อังกฤษจะเข้ายึดครอง ในปี 1672
ซึ่งปัจจุบันถือเป็นเขตปกครองของอังกฤษที่มีกฎหมายเป็นของตนเอง
ปัจจุบัน หมู่เกาะบริติชเวอร์จินมีประชากรรวมกันประมาณ 31,000 คน บนเนื้อที่ 155 ตารางกิโลเมตร
มีขนาดของ GDP อยู่ที่ประมาณ 34,000 ล้านบาท และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรอยู่ที่ 1.1 ล้านบาทต่อคนต่อปี
การที่สภาพภูมิศาสตร์ของประเทศที่เป็นเกาะ และมีหาดทรายที่สวยงามทำให้แต่เดิมนั้นรายได้หลักของประเทศมาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการประมง
โดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวนั้น ว่ากันว่าหมู่เกาะบริติชเวอร์จินเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกสำหรับผู้ที่ต้องการมาแล่นเรือเลยทีเดียว
จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนในปี 2016
แต่ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันรายได้หลักของหมู่เกาะบริติชเวอร์จินกลับมาจาก ค่าธรรมเนียมในการจัดตั้งบริษัท
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในปี 1984 ที่ตอนนั้นผู้ปกครองหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน มองว่ารายได้ที่มาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการประมงนั้นไม่มากพอที่จะนำไปพัฒนาพื้นที่บนหมู่เกาะแห่งนี้
พวกเขาจึงต้องการหารายได้เพิ่ม ทำให้มีการออกกฎหมายเพื่อจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทของชาวต่างชาติหรือในชื่อ International Business Companies Ordinance (IBC)
ด้วยเงื่อนไขในการจัดตั้งบริษัทที่ออกมาเพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ เช่น บุคคลเพียงคนเดียวก็เป็นผู้จัดตั้งบริษัทได้ ไม่จำเป็นต้องมีพนักงาน ไม่กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ ไม่บังคับให้ต้องแสดงงบการเงินและไม่ต้องมีผู้สอบบัญชี การประชุมผู้ถือหุ้นสามารถจัดที่ไหนก็ได้ในโลก และสามารถจัดตั้งบริษัทได้ภายใน 24 ชั่วโมง
และที่สำคัญคือ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทต่างๆ เช่น ไม่มีการเก็บภาษีมรดก ภาษีนิติบุคคล และภาษีกำไรจากการขาย เป็นต้น
พูดง่ายๆ คือ หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ยอมเสียโอกาสที่จะไม่เก็บภาษีหรือเพิ่มสิทธิประโยชน์หลายอย่าง เพื่อแลกกับการดึงดูดให้บริษัทต่างๆ เข้ามาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและเก็บค่าธรรมเนียมนั่นเอง
โดยมีค่าจัดตั้งบริษัทและค่าธรรมเนียมในปีแรกรวมกันเพียง 45,000 บาท หลังจากนั้น นักลงทุนก็จ่ายเพียงค่าธรรมเนียมรายปีประมาณ 36,000 บาท ซึ่งด้วยค่าใช้จ่ายเพียงเท่านี้เทียบกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
จึงทำให้ที่นี่เปรียบเสมือน สวรรค์ของนักลงทุนหลายคนเลยทีเดียว..
พอเรื่องเป็นแบบนี้ ก็ทำให้มีบริษัทต่างชาติจำนวนมากที่เป็นบริษัท Offshore Company เข้ามาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท จนสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมให้แก่หมู่เกาะบริติชเวอร์จินอย่างมหาศาล
ภายใน 19 ปีหลังจากที่กฎหมาย IBC ถูกประกาศออกมา มีจำนวนบริษัทต่างชาติที่ไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในหมู่เกาะแห่งนี้กว่า 600,000 บริษัท หรือเฉลี่ยปีละ 31,579 แห่งหรือวันละ 87 บริษัทเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่า การจัดตั้งบริษัทในหมู่เกาะแห่งนี้ไม่ได้ผิดกฎหมาย เนื่องจากมีกฎหมายรองรับ พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลหลายๆ อย่างเมื่อเทียบกับข้อบังคับของประเทศอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็เหมือนดาบสองคม..
โดยเฉพาะการที่กฎหมายที่นี่เอื้อประโยชน์หลายอย่างทำให้คนบางกลุ่ม ได้ใช้หมู่เกาะแห่งนี้เป็นช่องทางในการซ่อนทรัพย์สิน เพื่อจงใจเลี่ยงภาษีหรือใช้เป็นแหล่งฟอกเงินนั่นเอง..

----------------------
นอกจากหมู่เกาะบริติชเวอร์จินแล้ว ยังมีสถานที่น่ารู้อื่นๆ ให้ติดตามที่แอปพลิเคชัน "blockdit" โหลดได้ที่ blockdit.com
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
.
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-6.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
----------------------
28 ก.ย. 2018