เด็กดาวน์ซินโดรม แต่เป็นเจ้าของธุรกิจร้อยล้าน

เด็กดาวน์ซินโดรม แต่เป็นเจ้าของธุรกิจร้อยล้าน

20 ธ.ค. 2018
เด็กดาวน์ซินโดรม แต่เป็นเจ้าของธุรกิจร้อยล้าน / โดย ลงทุนแมน
“ผมเป็นดาวน์ซินโดรม แต่ดาวน์ซินโดรมทำอะไรผมไม่ได้”
ประโยคนี้เป็นคำพูดของ John Lee Cronin เด็กหนุ่มวัย 22 ปี ที่เป็นโรคดาวน์ซินโดรม และต้องผ่าตัดเปิดหัวใจตั้งแต่ตอนอายุได้เพียง 3 เดือน
ปัจจุบัน John เป็นเจ้าของธุรกิจที่สร้างรายได้มากถึง 200 ล้านบาท
เขาสามารถทำได้อย่างไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ในช่วงใกล้จบการศึกษา เรามักจะถูกถามว่า “เรียนจบแล้วจะไปทำอะไรต่อ?”
บางคนอยากเป็นหมอ
บางคนอยากเป็นนักบิน
หรือบางคนอาจจะอยากเป็นนักแสดง
ซึ่งก็ดูเหมือนว่าโลกของเราจะเต็มไปด้วยตัวเลือกอาชีพมากมาย
แต่ตัวเลือกเหล่านี้คงไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นดาวน์ซินโดรม..
และ John เป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหานี้
เมื่อ John กำลังจะเรียนจบ Mark Cronin ผู้เป็นพ่อได้ถามเขาว่าอยากจะทำอะไรต่อ
ด้วยตำแหน่งงานที่มีน้อย และลักษณะงานค่อนข้างจำกัด ทำให้ John ยังไม่เจองานที่ถูกใจ
John จึงตอบพ่อของเขาไปว่า “ผมอยากทำธุรกิจกับพ่อ เพราะว่าผมรักพ่อมาก”
ทั้งสองจึงเริ่มระดมสมองคิดกันว่าจะทำธุรกิจอะไรดี
ไอเดียแรกที่พวกเขาคิดได้ก็คือ Food Truck ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Chef ที่สร้างขึ้นในปี 2014
ทั้ง 2 คนชอบความคิดนี้มาก แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกไป
เพราะติดอยู่เพียงปัญหาเดียว นั่นก็คือไม่มีใครทำอาหารเป็น
หลังจากนั้น John ก็เสนอว่าเขาอยากจะขายถุงเท้าลวดลายตลกๆ
เนื่องจากเขาสวมถุงเท้าพวกนี้มาตลอดทั้งชีวิต และนี่คือสิ่งที่แสดงตัวตนของเขา
พวกเขาใช้เวลาเตรียมตัวไม่นาน ไม่ได้วางแผนธุรกิจที่ซับซ้อน แค่อยากลองทำดู
ในที่สุดทั้งสองคนก็สามารถเปิดเว็บไซต์ขายถุงเท้าภายใต้ชื่อ John’s Crazy Socks ตอนช่วงต้นเดือนธันวาคม 2016
ในวันแรกที่เปิดขาย John’s Crazy Socks มีคำสั่งซื้อเข้ามา 42 รายการ
John บรรจุถุงเท้าที่ห่ออย่างดีลงในกล่องสีแดง พร้อมกับลูกกวาด และการ์ดขอบคุณที่เขาเขียนด้วยตัวเอง
และแทนที่ John จะส่งสินค้าโดยวิธีทั่วไป เขากลับเลือกเดินทางไปส่งถุงเท้าถึงมือลูกค้าที่หน้าประตูบ้านด้วยตัวเอง
ซึ่งนี่ก็กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเข้าเติบโตอย่างรวดเร็ว..
ลูกค้าหลายคนรอการมาส่งสินค้าของ John
พวกเขามักจะถ่ายรูปหรือวิดีโอด้วยเพื่อแชร์ไปในโลกออนไลน์ จนทำให้เรื่องนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ภายในเดือนแรกที่เปิดร้าน John’s Crazy Socks ทำรายได้ประมาณ 500,000 บาท
จากเงินลงทุนไม่ถึง 70,000 บาท
ปัจจุบัน John’s Crazy Socks มีถุงเท้าประมาณ 2,000 แบบให้เลือก ซึ่งบางส่วนก็เป็นการออกแบบของ John เองด้วย
ในปี 2017 รายได้ของ John’s Crazy Socks สูงถึง 56 ล้านบาท

ส่วนรายได้ของปี 2018 ได้พุ่งสูงจนมากกว่า 200 ล้านบาทแล้ว
ที่น่าสนใจคือ ถุงเท้าของ John’s Crazy Socks ถูกส่งไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
ลูกค้าของเขามีตั้งแต่คนทั่วไปจนถึงเหล่าคนดัง ไม่ว่าจะเป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา George H.W. Bush หรือนายกรัฐมนตรีแคนาดา Justin Trudeau
John’s Crazy Sock กลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ John
แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะแบ่งสิ่งที่ได้รับมาคืนสู่สังคม
โดย 5% จากกำไรของ John’s Crazy Socks จะถูกนำไปบริจาคให้กับ Special Olympics ซึ่งเป็นงานกีฬาสำหรับผู้พิการทางปัญญา
รวมทั้งถุงเท้าบางคอลเล็กชันก็ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อระดมเงินให้กับองค์กรการกุศล
นอกจากนั้นพนักงานกว่าครึ่งของ John’s Crazy Socks ยังเป็นผู้พิการ
หลักการเลือกพนักงานของ John และ พ่อของ John ก็คือ
“การดูว่าคนสามารถทำอะไรได้บ้าง แทนที่การดูว่า คนทำอะไรไม่ได้”
เปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือหากเราจะเลือกนักบาสเกตบอลเข้าทีม
เราก็คงเลือกคนที่เล่นบาสเกตบอลได้ โดยไม่สนใจว่าเขาจะแก้โจทย์คณิตศาสตร์ยากๆ ได้หรือไม่
ซึ่งสิ่งนี้นอกจากจะส่งผลด้านบวกแก่ผู้พิการแล้ว ยังส่งผลดีกับธุรกิจ John’s Crazy Socks ด้วย
เพราะเมื่อผู้พิการเหล่านี้ได้รับโอกาส พวกเขาก็มักจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ให้สมกับโอกาสที่ได้รับ
ทุกวันนี้ John ก็มีความสุขกับการทำงานมาก เขามีตำแหน่งเป็น “Chief Happiness Officer” ซึ่งมีความหมายคือ เป็นผู้ดูแลด้านความสุขของบริษัท
นอกจากนั้น John ยังได้รับเชิญไปพูดในงานต่างๆ รวมถึงงานที่อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และผลักดันเรื่องสิทธิสำหรับคนพิการ
John เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ผมชอบถุงเท้าเพราะมันสนุก มีสีสัน และทำให้เท้าของเราอุ่น”
เขาจึงเลือกขายในสิ่งที่เขาชอบ และใช้สิ่งที่เขาชอบเป็นสื่อกลางในการส่งต่อความสุข
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าผู้ที่ใส่ถุงเท้าจากร้าน John’s Crazy Socks จะไม่ได้อุ่นแค่เท้า แต่จะอบอุ่นไปถึงหัวใจ..
ปิดท้ายด้วยคำพูด Mark ผู้ที่เป็นพ่อของ John
“ตอนที่ John เด็กๆ มักมีแต่คนบอกว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้บ้าง แต่ผมเลือกที่จะปล่อยให้ John เป็นผู้กำหนดเองว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง”
----------------------
ติดตามเรื่องราวของบริษัทอื่นๆ ได้ที่เพจลงทุนแมน ในแอปพลิเคชัน blockdit โซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่ของคนไทย โหลดฟรี blockdit.com
----------------------
20 ธ.ค. 2018