วิกฤติแรงงาน ของแคนาดา

วิกฤติแรงงาน ของแคนาดา

วิกฤติแรงงาน ของแคนาดา / โดย ลงทุนแมน

ปัญหาวิกฤติแรงงานกำลังเป็นปัญหาในหลายประเทศ
และหนึ่งในนั้นคือ แคนาดา
ถึงขนาดที่ว่า มีป้ายประกาศโฆษณาขนาดใหญ่หน้า Silicon Valley ในประเทศสหรัฐอเมริกา
เพื่อให้คนไปสมัครงานในประเทศแคนาดาแทน
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ทุกวันนี้ สังคมผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นกำลังส่งผลต่อสภาพสังคมในหลายประเทศ รวมถึงประเทศที่เราอาจนึกไม่ถึงอย่างแคนาดา

ในปี 2016 จำนวนประชากรของแคนาดาที่เป็นผู้สูงอายุเท่ากับ 16.9% ขณะที่จำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี เท่ากับ 14% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โครงสร้างประชากรที่สัดส่วนผู้สูงอายุมีมากกว่าเด็ก

เนื่องจากประชากรที่เกิดในยุค Baby Boomers ปัจจุบันเขาเหล่านั้นมีอายุขัยที่มากขึ้น และผู้หญิงแคนาดามีลูกน้อยลง

ปี 1960 อายุขัยเฉลี่ยของประชากรแคนาดาเท่ากับ 70 ปี
แต่ในปี 2015 อายุขัยเฉลี่ยของประชากรแคนาดาเท่ากับ 82 ปี

ทำให้แคนาดาเป็นประเทศที่ประชากรมีอายุขัยเฉลี่ยสูงเป็นลำดับที่ 12 ของโลก

นอกจากนี้ ผู้หญิงแคนาดาแต่ละคนก็มีลูกเฉลี่ยลดลงอย่างต่อเนื่อง

ในปี 1960 ผู้หญิงแคนาดามีลูกเฉลี่ย 3.8 คน
แต่ในปี 2015 ผู้หญิงแคนาดามีลูกเฉลี่ย 1.6 คน

ขณะที่หน่วยงานรัฐบาลของแคนาดาคาดว่า ในปี 2031 ประมาณ 25% ของประชากร จะเป็นผู้สูงอายุ

นั่นหมายความว่า แคนาดาจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society)

ขณะที่ในปี 2035 ผู้ทำงานอีกกว่า 5 ล้านคนจะเกษียณอายุ ทำให้สัดส่วนวัยทำงานต่อผู้สูงอายุจะลดลงไปอีก

ปี 1971 สัดส่วนวัยทำงาน 6.6 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน
ปี 2012 สัดส่วนวัยทำงาน 4.2 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน

และคาดว่าในปี 2036 สัดส่วนวัยทำงานจะอยู่ที่ 2 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน

แล้วเรื่องนี้น่ากลัวอย่างไร?

การขาดแคลนแรงงานจะส่งผลให้ตลาดแรงงานแข่งขันกันสูง
ทำให้ค่าแรงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น
และในที่สุดอาจทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น

ในขณะที่จำนวนผู้สูงอายุที่มากขึ้น จะทำให้ภาวะการออมและการลงทุนลดลง

เพราะกลุ่มผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วนั้น จะใช้จ่ายจากเงินออมสะสม เนื่องจากไม่มีรายได้แล้ว

ในด้านของรัฐบาล
เมื่อแรงงานในระบบเศรษฐกิจมีน้อย จะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและรายรับที่เป็นภาษีของรัฐบาลลดลง ขณะที่รายจ่ายในด้านสวัสดิการที่ต้องให้แก่ผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น

พอเรื่องเป็นแบบนี้ รัฐบาลของแคนาดาจึงอยู่เฉยไม่ได้ ทำให้ในปี 2017 แคนาดาประกาศว่าจะเปิดรับผู้อพยพต่างชาติอีกเกือบ 1 ล้านคนในช่วงระหว่างปี 2018 – 2020 เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจและแรงงานในประเทศ

คล้ายกับญี่ปุ่นที่ตอนนี้หันมาเปิดรับแรงงานต่างชาติมากขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทางออกที่จะแก้ปัญหาเรื่องสังคมผู้สูงอายุ

ต้องยอมรับว่า แรงงานต่างชาตินั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ อย่างใน Silicon Valley ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง เช่น Google, Facebook, Apple, Yahoo ในปี 2016 นั้นสร้างรายได้กว่า 7.8 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่า GDP ของหลายประเทศ

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจว่า
ใน Silicon Valley สหรัฐอเมริกามีแรงงานกว่า 1.6 ล้านคน
2 ใน 3 ของคนเหล่านี้เป็นแรงงานต่างชาติ..
———————-
ญี่ปุ่นก็กำลังประสบปัญหาด้านประชากร อ่านต่อได้ที่
https://www.blockdit.com/articles/5c21ef4002ced504f3435624

ติดตามเรื่องราวบริษัทชั้นนำของโลก ได้ที่เพจลงทุนแมน ในแอปพลิเคชัน blockdit โหลดฟรี blockdit.com
———————-

References
-https://www.immigration.ca/severe-shortages-in-the-2018-canadian-labour-market
-https://tradingeconomics.com/canada/gdp
-https://www.dallasnews.com/business/technology/2018/10/09/neighborly-competition-canada-speeds-visa-process-attract-foreign-tech-workers
-https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/DocLib_/Article_30Oct2018.pdf
-https://www.weforum.org/agenda/2018/12/canada-wants-to-take-in-more-than-1-million-new-immigrants-in-the-next-3-years/
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_life_expectancy
-https://en.wikipedia.org/wiki/Demographics_of_Canada
-https://www.macleans.ca/news/canada/what-the-census-tells-us-about-canadas-aging-population/
-http://www.stou.ac.th/stouonline/lom/data/sec/Lom12/05-01.html
-https://jointventure.org/images/stories/pdf/sv-employment-trends-2017-09.pdf
-https://www.cbc.ca/news/politics/immigration-canada-2018-1.4371146