ผู้สนับสนุน.. อสังหาริมทรัพย์ไทย ที่อยู่ใหม่ของคนจีน

ผู้สนับสนุน.. อสังหาริมทรัพย์ไทย ที่อยู่ใหม่ของคนจีน

18 ก.พ. 2019
ผู้สนับสนุน..
อสังหาริมทรัพย์ไทย ที่อยู่ใหม่ของคนจีน / โดย ลงทุนแมน
“เศรษฐกิจที่เติบโตมักจะมาพร้อมกับราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น”
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
จีน เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์จีนปรับตัวสูงขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก
เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว คนจีนจำนวนไม่น้อยจึงเริ่มที่จะมองหาอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศทดแทน
ซึ่งหนึ่งในประเทศที่คนจีนให้ความสนใจก็คือประเทศไทย เพราะราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง
รู้หรือไม่ว่า ราคาอสังหาริมทรัพย์เฉลี่ยต่อตารางเมตรของเมืองใหญ่ในจีน อยู่ที่เท่าไร?
ปักกิ่ง อยู่ที่ประมาณ 480,000 บาท/ตารางเมตร
เซี่ยงไฮ้ อยู่ที่ประมาณ 470,000 บาท/ตารางเมตร
เซินเจิ้น อยู่ที่ประมาณ 430,000 บาท/ตารางเมตร
ส่วนที่กรุงเทพเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท/ตารางเมตร
เท่ากับว่า ราคาเฉลี่ยของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยถูกกว่าที่จีนถึงเกือบ 3 เท่า
พอเป็นแบบนี้จึงไม่น่าสงสัยเลยว่า ทำไมคนจีนจึงให้ความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ของไทย
แล้วคนจีนเข้ามาลงทุนในอสังริมทรัพย์ไทยมากขนาดไหน?
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย มูลค่าเงินโอนเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ของคนจีน
ปี 2558 อยู่ที่ 12,500 ล้านบาท
ปี 2559 อยู่ที่ 14,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 16%
ปี 2560 อยู่ที่ 23,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 63%
แสดงให้เห็นว่า คนจีนกำลังสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง
โดย มูลค่าการลงทุนของจากคนฮ่องกงและคนจีนในอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 56% ของมูลค่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด
ซึ่งเรื่องนี้กลับตรงกันข้ามกับความต้องการอสังหาริมทรัพย์ของคนไทยที่มีแน้วโน้มชะลอตัวลง
นอกจากนั้นยังพบว่า คนจีนจำนวนมากยังนิยมลงทุนในรูปแบบของคอนโดมากกว่าอสังหาริมทรัพย์แบบอื่นๆ อีกด้วย
แล้วคนจีนซื้อคอนโดไปทำอะไร?
หลายคนอาจจะสงสัยว่า คนจีนเข้ามาซื้อคอนโดเป็นจำนวนมากขนาดนี้จะเอาไปทำอะไรกันแน่
ถ้าเรามาดูจำนวนของประชากรจีนย้อนหลัง
ปี 2558 มีจำนวน 1,376 ล้านคน
ปี 2559 มีจำนวน 1,382 ล้านคน
ปี 2560 มีจำนวน 1,388 ล้านคน
แปลว่าทุกๆ ปี คนจีนจะมีประชาการเพิ่มขึ้นมากขึ้นถึงปีละ 6 ล้านคน
เราอาจจะบอกว่าประเทศจีนมีเนื้อที่กว้างกว่าไทยหลายเท่าตัว แต่จริงๆแล้วสำหรับพื้นที่เมืองเพื่ออยู่อาศัยและการทำงาน ประเทศจีนก็มีพื้นที่จำกัดไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ เช่นกัน
พอเป็นแบบนี้แล้ว รูปแบบการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของคนจีนส่วนใหญ่จึงกลายเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัย และที่เหลือคือปล่อยเช่า
ทําเลที่นิยมคือบริเวณกรุงเทพกับปริมณฑล ตามแนวรถไฟฟ้าและสำนักงานขนาดใหญ่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ย่านเพลินจิต ถึง สุขุมวิท 63 ซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวต่างชาตินิยมอยู่อาศัยมากที่สุด
เนื่องจากเดินทางสะดวก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งที่อยู่อาศัย สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ และโรงพยาบาล
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เราจะเห็นว่าคนจีนมีบทบาทต่อวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยค่อนข้างมากเลยทีเดียว
ส่งผลให้ใครที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในตอนนี้ อาจจะต้องเน้นไปที่กลุ่มคนจีนเพราะน่าจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า
ซึ่งพอดีกับที่เมื่อเร็วๆ นี้ทางบริษัทคิง ไว กรุ๊ป (KWG) ซึ่งบริหารภายใต้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชาวจีนได้ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ที่ชื่อว่า S61 SUKHUMVIT
S61 SUKHUMVIT มีอะไรน่าสนใจ?
โครงการ S61 SUKHUMVIT ตั้งอยู่บริเวณซอยสุขุมวิท 61 ซึ่งชาวต่างชาตินิยมอยู่อาศัยจำนวนมากและใกล้กับห้างสรรพสินค้าเกตเวย์ เอกมัย และ โรงพยาบาลสมิติเวช
นอกจากนั้น โครงการยังตั้งอยู่ใกล้กับ BTS เอกมัยทำให้สะดวกต่อการเดินทาง เพราะไม่ต้องกังวลกับปัญหาในเรื่องของรถติด
ซึ่งปัจจัยในด้านการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีส่วนช่วยส่งเสริมให้ราคาที่ดินเติบโตมาตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโครงการนี้จะอยู่ใกล้กับ BTS แต่โครงการนี้ก็ยังมีที่จอดรถสำรองไว้ให้เพียงพอกับผู้อยู่อาศัย ด้วยสัดส่วนที่จอดรถที่สูงถึง 83% ซึ่งสูงกว่าของคอนโดปกติทั่วไป
ภายในโครงการจะประกอบไปด้วย co-working space สระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้า สวนหย่อมสไตล์อังกฤษ และ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมายเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนสมัยใหม่
ทั้งหมดนี้จึงทำให้โครงการ S61 SUKHUMVIT น่าจะตรงกับเงื่อนไขซึ่งเป็นที่ต้องการของคนจีน และช่วยเพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าของเราได้
สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโด
S61 SUKHUMVIT ก็น่าจะถือเป็นหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจในเวลานี้..
ค้นพบนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตสมบูรณ์แบบ บนทำเลสงบเงียบ ร่มรื่น ใจกลางเอกมัย
สำหรับผู้ที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.s61condo-kwg.com หรือโทร 02-079-1353
18 ก.พ. 2019