Facebook เปิดตัว LIBRA สกุลเงินใหม่ของโลก

Facebook เปิดตัว LIBRA สกุลเงินใหม่ของโลก

Facebook เปิดตัว LIBRA สกุลเงินใหม่ของโลก / โดย ลงทุนแมน

“โลกต้องการสกุลเงินดิจิทัล ที่เชื่อถือได้”
ประโยคนี้เป็นคอนเซ็ปต์ในการสร้างสกุลเงินดิจิทัล Libra ที่เพิ่งประกาศออกมาอย่างเป็นทางการผ่าน White Paper ความยาว 12 หน้า เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟังว่าใน White Paper พูดถึงอะไรบ้าง?

เริ่มจากปัญหาของโลกในปัจจุบัน ในตอนนี้ ผู้คนทั่วโลก 1.7 พันล้านคน ยังไม่เข้าถึงธนาคารในระบบการเงินแบบดั้งเดิม ในขณะที่ผู้คนเข้าถึงสมาร์ตโฟนมากกว่าเสียอีก

ประเด็นที่สำคัญคือ คนที่มีเงินน้อยกลับมีต้นทุนสูงในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็น ค่าธรรมเนียม ค่าโอน ค่าบัตร ATM

Blockchain และ Cryptocurrency มีคุณสมบัติที่จะมั่นใจได้ว่าไม่มีใครคนใดคนหนึ่งสามารถมีอำนาจควบคุมระบบทั้งหมด

แต่อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบัน ด้วยความผันผวน และยังไม่เข้าสู่คนจำนวนมาก ทำให้มันไม่สามารถเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนได้

รวมไปถึงปัญหาที่สำคัญคือบางสกุลเงินมีจุดมุ่งหมายที่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ทำให้เกิดปัญหาการฟอกเงิน

ซึ่ง Libra เชื่อว่า การร่วมมือกับหลายหน่วยงานในการตรวจสอบ จะทำให้ระบบมีความยั่งยืน และสามารถเชื่อมต่อกับระบบการเงินทั่วโลกได้

หน่วยของสกุลเงินที่นำเสนอนี้ จะถูกเรียกว่า “Libra”

สกุลเงินนี้จะไม่เหมือนกับ สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ตรงที่ Libra จะเน้นเป้าหมายของการถือครองเงินสกุลนี้ระดับ “พันล้านคน”

โดยสิ่งที่จะทำให้โครงการนี้สำเร็จได้จะประกอบไปด้วย 3 เรื่องที่สำคัญ

1.Libra จะถูกสร้างอยู่บน Blockchain ที่มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และสามารถรองรับผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากระดับพันล้านคนได้

2.Libra จะถูกค้ำโดยเงินสำรอง ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง โดยไม่ได้อิงจากเพียงสกุลเงินเดียว แต่เป็นตะกร้าของสกุลเงินประเทศต่างๆทั่วโลก เช่น เงินฝากธนาคาร และ พันธบัตรรัฐบาล เพื่อทำให้เกิดมูลค่าในตัวมันเอง (Intrinsic Value)

3.Libra จะถูกกำกับดูแลโดย หน่วยงานอิสระชื่อ Libra Association ผ่าน Founding Members ในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยตอนแรกจะเริ่มจาก 27 หน่วยงาน

Cr. Caracal Global

กลุ่ม Payments ประกอบด้วย Mastercard, PayPal, PayU, Stripe และ Visa

กลุ่ม Technology ประกอบด้วย Booking Holdings, eBay, Facebook/ Calibra, Farfetch, Lyft, Mercado Pago, Spotify AB และ Uber Technologies

กลุ่ม Telecommunications ประกอบด้วย Iliad และ Vodafone Group

กลุ่ม Blockchain ประกอบด้วย Anchorage, Bison Trails, Coinbase และ Xapo Holdings

กลุ่ม Venture Capital ประกอบด้วย Andreessen Horowitz, Breakthrough initiatives, Ribbit Capital, Thrive Capital และ Union Square Ventures

และ กลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และสถาบันการศึกษาอีกหลายแหล่ง โดยคาดว่าจะมี 100 สมาชิกเข้าร่วมภายในครึ่งปีแรกของ ค.ศ. 2020

อย่างไรก็ตาม ในเริ่มแรก ทีมจาก Facebook จะเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนองค์กรนี้ โดยร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ผ่านบริษัทลูกชื่อ Calibra แต่หลังจากนั้น Facebook และบริษัทลูกจะลดตัวลงมาเป็นสมาชิกขององค์กร โดยไม่ได้มีสิทธิพิเศษเหนือกว่าสมาชิกคนอื่น

โดยการให้บริการจะเริ่มจาก การโอนเงิน Libra ในสมาร์ตโฟน ผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp และ Messenger ไม่ต่างจากที่เราส่งรูป หรือข้อความในนั้น และต่อมาปีหน้าก็จะมีแอปพลิเคชันแยกต่างหากชื่อ “Calibra”

แอปพลิเคชัน Calibra จะกลายไปเป็นกระเป๋าเงินของคนทั้งโลก โดยมีการแยกข้อมูลด้านการเงิน และ บัญชีผู้ใช้โซเชียลออกจากกัน

Cr. Medium

นั่นหมายความว่าถ้าบัญชีโซเชียลเราถูกขโมย หรือ ถูกแบน ไม่ได้แปลว่ากระเป๋าเงินของเราจะหายไปด้วย

และที่สำคัญคือ Calibra จะถูกกำกับดูแลไม่ต่างจากสถาบันการเงินอื่นๆ อะไรก็ตามที่อยู่ใน Calibra จะไม่ได้ถูกแชร์ไปที่ Facebook

ในตอนแรก Calibra จะสามารถส่งเงิน Libra ให้แก่กันโดยมีค่าธรรมธรรมเนียมที่ต่ำมากจนถึงฟรี

และในที่สุด Libra จะถูกใช้ในการซื้อสินค้าบริการในชีวิตประจำวัน เช่น สามารถใช้ซื้อกาแฟ, จ่ายบิล, จ่ายเงินค่าโดยสาร โดยที่เราไม่จำเป็นถือมีเงินสด หรือแม้แต่บัตรโดยสารใดๆ

ที่น่าสนใจก็คือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก กล่าวว่าจะมีหน่วยงานกำกับดูแล ควบคุมการทุจริต ถึงขนาดที่ว่า ถ้าเราถูกขโมยเงินใน Calibra ระบบจะมีการ refund หรือคืนเงินให้ด้วย..

จากเรื่องทั้งหมดนี้ เราอาจมีโอกาสได้เห็น Libra ก้าวขึ้นมาเป็นสกุลเงินใหม่ของโลกในเวลาอันรวดเร็วแบบที่หลายคนคิดไม่ถึง เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ Facebook

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ Libra ก็คือ ชีวิตของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

เขาเริ่มสร้าง Facebook จากหอพักส่วนตัวเล็กๆ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว
ปัจจุบัน Facebook, Instagram, Whatsapp มีผู้ใช้งานกว่า 2.7 พันล้านคน

และมาวันนี้
เขากำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่กำลังจะส่งผลกระทบต่อคนเกือบทั้งโลก

Facebook เปิดตัววันแรกเมื่อ 15 ปีที่แล้ว
และใช้เวลากว่า 7 ปีในการเข้าถึงคน 50 ล้านคน

ก็น่าสนใจว่า หาก Libra เปิดตัวให้ใช้อย่างเป็นทางการ
การเข้าถึงคนจำนวนมาก
Libra อาจจะใช้ระยะเวลาเพียง ไม่กี่วินาที..
———————-
อ่านลงทุนแมนสนุกขึ้น
อ่านในแอป blockdit
โหลดที่ http://www.blockdit.com
———————-

References:
-https://libra.org
-https://www.facebook.com/zuck/posts/10107693323579671