เฟซบุ๊ก โดนปรับแสนล้าน แต่ไม่สะทกสะท้าน

เฟซบุ๊ก โดนปรับแสนล้าน แต่ไม่สะทกสะท้าน

25 ก.ค. 2019
เฟซบุ๊ก โดนปรับแสนล้าน แต่ไม่สะทกสะท้าน / โดย ลงทุนแมน
หลังการประกาศผลประกอบการบริษัท Facebook เมื่อคืนที่ผ่านมา..
บริษัท Facebook ต้องจ่ายค่าปรับรวม 1.5 แสนล้านบาท
ให้กับคณะกรรมาธิการ การค้าสหรัฐ (Federal Trade Commission)
จากการนำข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานไปใช้ในทางที่ผิด
มูลค่าการปรับครั้งนี้ถือเป็นค่าปรับที่แพงสุดในโลกสำหรับบริษัทเทคโนโลยี..
อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศผลประกอบการเมื่อคืน
มูลค่าบริษัท Facebook กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 1%
ปัจจุบัน Facebook มีมูลค่าบริษัท 18.1 ล้านล้านบาท
ใหญ่กว่า GDP ประเทศไทยทั้งประเทศ..
แล้วผลประกอบการ Facebook ล่าสุดเป็นอย่างไร? ทำไมหุ้นถึงขึ้น
ลงทุนแมนจะมาสรุปให้ฟัง
เริ่มจาก การเติบโตของจำนวนผู้ใช้งาน
ไตรมาสที่ 2 ปี 2017 จำนวน 2,000 ล้านบัญชี
ไตรมาสที่ 2 ปี 2018 จำนวน 2,200 ล้านบัญชี
ไตรมาสที่ 2 ปี 2019 จำนวน 2,400 ล้านบัญชี
การเติบโตในปีนี้ ส่วนใหญ่มาจาก ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
โดยมีผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram หรือ WhatsApp อย่างน้อย 1 แพลตฟอร์ม มี 2.7 พันล้านบัญชี ต่อเดือน คิดเป็นกว่า 36% ของจำนวนประชากรโลก..
เรื่องนี้จึงไม่แปลกที่รายได้ของ Facebook จะมหาศาล ตามจำนวนผู้ใช้งาน
นอกจากนี้ จำนวนความถี่การเข้าถึงโฆษณาก็มากขึ้น อธิบายเป็นตัวเลขง่ายๆ คือ
หากปีที่แล้วเราเห็นโฆษณาของ Facebook ในทุกแพลตฟอร์ม 100 ครั้ง ปีนี้เราจะเห็น 133 ครั้ง
ซึ่งเกิดมาจากช่องทางการโฆษณาของ Facebook ที่เพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะบน Instagram Stories, Instagram Feed และ Facebook News Feed
ในขณะที่ Facebook เริ่มโฆษณาบน Facebook Watch และ กำลังสร้างโฆษณาบน Instagram Explore
สรุปแล้ว ทุกช่องทางที่เราสนุกสนานกับเรื่องที่เราชอบในแต่วัน Facebook จะหาทางทำเงินจากการโฆษณาในช่องทางนั้นทั้งหมด
Cr. Verticalstation
แล้วผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Facebook เป็นอย่างไร?
ไตรมาสที่ 2 ปี 2018
รายได้ 4.1 แสนล้านบาท กำไร 1.6 แสนล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 ปี 2019
รายได้ 5.2 แสนล้านบาท กำไร 0.8 แสนล้านบาท
ซึ่งถ้าหักผลกระทบเรื่องสกุลเงินออกไป รายได้ Facebook จะเพิ่มขึ้นกว่า 32% และกำไรที่ลดลงเกิดจากค่าปรับ และ ภาษีพิเศษ ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดรับรู้ผลประกอบการก็คือ หุ้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงว่าตลาดไม่ได้ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายครั้งเดียว
แต่ให้ความสำคัญกับพื้นฐานของ Facebook โดยสิ่งสำคัญก็คือ ยอดผู้ใช้งาน ซึ่งหมายถึงจำนวนโฆษณาที่ขายได้
ที่น่าสนใจคือ Facebook กำลังต่อยอดโมเดลธุรกิจโฆษณาไปยังธุรกิจค้าขาย และการจ่ายเงิน
บนแพลตฟอร์มทั้งหมดของบริษัท โดยกำลังจะเริ่มทดสอบการรับ-จ่ายเงินที่ประเทศอินเดียบน WhatsApp..
Cr. MinutoUno
นอกจากเรื่องผลประกอบการ และธุรกิจในอนาคตของ Facebook แล้ว
รอบนี้ Mark Zuckerberg เน้นเป็นพิเศษเรื่อง “ระบบความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน”
เขาระบุว่า ตั้งแต่ไตรมาสนี้เป็นต้นไป บริษัท Facebook จะแต่งตั้ง Chief Privacy Officer คนใหม่
เพื่อยกระดับงานบริหาร ความเป็นส่วนตัวบนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัท
และจะมีหน่วยงานอิสระคอยตรวจสอบ คล้ายๆ กับการตรวจสอบบัญชี
เรื่องการตั้งหน่วยงานตรวจสอบนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้ Facebook ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
Facebook บอกว่า ต่อไปนี้บริษัทจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อะไร จะมีค่าใช้จ่ายสูง และ ใช้เวลานานกว่าเดิมมาก เฟซบุ๊กจะเป็นบริษัทที่ไม่ได้เร็ว และ ทำผลิตภัณฑ์ด้วยต้นทุนที่ต่ำเหมือนก่อนแล้ว
ก็น่าติดตามไม่น้อยว่า Facebook จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร
และอนาคต Facebook จะโตไปถึงระดับไหน
แต่ตอนนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Facebook เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยไปเรียบร้อยแล้ว
ย้อนกลับไป 10 กว่าปีก่อน ถ้าถามว่าเราเข้า Facebook บ่อยขนาดไหน บางคนอาจจะยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เราน่าจะเข้า Facebook บ่อยกว่าเข้าห้องน้ำ เสียอีก..
----------------------
Blockdit แอปที่เป็นเหมือน คลังความรู้ขนาดใหญ่ อ่านฟรี
โหลดเลย Blockdit.com/download
----------------------
References
-Facebook Earning Calls Q2 2019
25 ก.ค. 2019