เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนที่ 3 เรอเนซองซ์

เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนที่ 3 เรอเนซองซ์

เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนที่ 3 เรอเนซองซ์ /โดย ลงทุนแมน

ถ้าถามว่า สินค้านำเข้าที่มีค่ามากที่สุดเมื่อ 500 ปีที่แล้ว สำหรับชาวยุโรป คืออะไร?
ไม่ใช่ผ้าไหม ไม่ใช่กระดาษ และไม่ใช่เครื่องแก้ว

แต่เป็น “เครื่องเทศ”

ไม่ใช่ว่าชาวยุโรปชอบอาหารรสจัด
แต่เป็นเพราะคุณสมบัติของเครื่องเทศในการ “ถนอมอาหาร”
เพราะ 500 ปีที่แล้วไม่มีตู้เย็น..
การถนอมอาหาร หมายถึง ชีวิตที่สบายขึ้น

ในยุคสมัยที่ยังไม่มีตู้เย็น เครื่องเทศหลายชนิดมีประสิทธิภาพยับยั้งการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่จะทำให้อาหารเน่าบูด และมีกลิ่นหอมที่จะช่วยกลบกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์

แต่ด้วยภูมิอากาศของยุโรป ทำให้การเพาะปลูกเครื่องเทศไม่ได้ผล
สิ่งเดียวที่จะทำได้ ก็คือ การนำเข้าจากโลกตะวันออก โดยเฉพาะจากอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แล้วเส้นทางการขนส่งเครื่องเทศก่อให้เกิดยุค เรอเนซองซ์ได้อย่างไร?

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ซีรีส์บทความ เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนที่ 3 เรอเนซองซ์ (ค.ศ. 1400 – ค.ศ. 1499)

ในสมัยนั้น การขนส่งเครื่องเทศจากโลกตะวันออกเข้าสู่ยุโรป จะต้องผ่านเมืองคอนสแตนติโนเปิล หรือในปัจจุบันเรียกว่า เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

กรุงคอนสแตนติโนเปิล เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ในสมัยนั้น มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์ ซึ่งไบแซนไทน์ยังรักษาศิลปะ และวิทยาการของชาวกรีก และชาวโรมันไว้

แต่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เมื่อกรุงคอนสแตนติโนเปิล ถูกยึดโดยชาวออตโตมันเติร์กซึ่งนับถือศาสนาอิสลามในปี ค.ศ. 1453 และเปลี่ยนชื่อเป็นจักรวรรดิออตโตมัน

สุลต่านเมห์เม็ดที่ 2 (Mehmed II) ได้บังคับให้ทุกคนต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม
หากไม่เช่นนั้น ทางเลือกมีอยู่ 2 ทาง คือ ความตาย หรือไม่ก็ย้ายออกไป

ชาวคริสต์ในกรุงคอนสแตนติโนเปิล รวมถึงชาวอาหรับบางส่วนที่ไม่พอใจชาวเติร์ก ต่างอพยพหนีตายออกมาจากจักรวรรดิออตโตมัน

บุคคลเหล่านี้เป็นทั้งนักปราชญ์ นักกวี ผู้รวบรวมงานเขียนจำนวนมากของนักเขียนชาวกรีกและโรมัน ที่หาไม่ได้ในยุโรป ต่างหอบหิ้วองค์ความรู้มาทำงานเป็นอาจารย์และนักแปล ในนครรัฐต่างๆ บนคาบสมุทรอิตาลี

องค์ความรู้ทั้งด้านการแพทย์ ดาราศาสตร์ ศิลปะ สถาปัตยกรรม และปรัชญา

การฟื้นฟูศิลปะ และวิทยาการของชาวกรีก-โรมัน ให้ย้อนกลับมาอีกครั้ง จึงเหมือนเป็นการเกิดใหม่

ยุคนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นยุคแห่งการเกิดใหม่ หรือ ยุคเรอเนซองซ์ (Renaissance)

Cr. Lawyer in Brazil

ในเวลานั้น ตระกูลเมดิชี นายธนาคารผู้มั่งคั่งแห่งนครรัฐฟลอเรนซ์ได้อุปถัมภ์ศิลปิน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ทำให้ตระกูลพ่อค้าอื่นๆ ต่างก็พากันอุปถัมภ์ศิลปินเช่นกัน จนนำมาสู่ความก้าวหน้าทางศิลปะ สถาปัตยกรรม และวิทยาศาสตร์

ฟิลิปโป บรูเนลเลสกี (Filippo Brunelleschi)
สถาปนิกผู้ออกแบบโดมขนาดใหญ่ของมหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์ กลายเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแห่งยุคเรอเนซองซ์ และเป็นสถาปนิกผู้ริเริ่มการร่างภาพแบบ Perspective ซึ่งกลายเป็นต้นแบบพิมพ์เขียวของสถาปนิกในยุคต่อมา

Cr. Five Shouts Out

เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci)
อัจฉริยะรอบด้าน ผู้เป็นทั้งนักประดิษฐ์ และศิลปิน ผู้วาดภาพศิลปะให้มีลักษณะเป็น 3 มิติ
ผลงานที่มีชื่อเสียงคือ “The Last Supper” และ “Mona Lisa”
เป็นผู้ริเริ่มศึกษาวิชากายวิภาคศาตร์ พร้อมวาดรายละเอียดทางสรีรวิทยาของมนุษย์ ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานของการแพทย์ในยุคสมัยต่อมา

Cr. Medium

การฟื้นฟูศิลปวิทยาการได้แพร่หลายไปยังดินแดนต่างๆ ทั่วยุโรป
ที่ดินแดนเยอรมัน โยฮันเนส กูเทินแบร์ก ได้ประดิษฐ์แท่นพิมพ์ขึ้นใน ค.ศ. 1448 เพื่อใช้พิมพ์คัมภีร์ไบเบิล

แต่เรื่องนี้เป็นจุดเปลี่ยนไปตลอดกาลของโลกยุคใหม่
เพราะเป็นครั้งแรกที่ความรู้ได้ถูกแพร่กระจาย ตีพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว

หนังสือและเอกสารทางวิชาการ ถูกตีพิมพ์อย่างแพร่หลาย

ประชาชนได้เรียนรู้ และคิดค้นผลงานทางวิชาการมากมาย ทั้งข่าวสาร วรรณกรรม และความรู้ด้านภูมิศาสตร์

Cr. Crandall Historical Printing Museum

อย่างไรก็ตาม ในแง่เศรษฐกิจ
จักรวรรดิออตโตมัน ควบคุมเส้นทางการค้าขายเครื่องเทศกับเอเชียทั้งหมด ทำให้สามารถตั้งกำแพงภาษีของสินค้าต่างๆ ที่ขนส่งไปยังยุโรปได้ตามใจชอบ

ส่วนนครรัฐบนคาบสมุทรอิตาลีได้รับสัมปทานการค้าจากจักรวรรดิออตโตมันต่ออีกทอดหนึ่ง

การผูกขาดของทั้งสองดินแดน ทำให้ราคาของเครื่องเทศซึ่งสูงอยู่แล้ว
พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน..

กลายเป็นแรงผลักดันให้ชาวยุโรปชนชาติอื่นต้องพยายามหาหนทางเพื่อไปยังทวีปเอเชียด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านทั้งอิตาลี และออตโตมัน

ในสมัยนั้นโลกยังถูกสำรวจไม่หมด
แผนที่จะมีเส้นขอบที่เป็นปริศนาอยู่

องค์ความรู้ที่แพร่หลายในขณะนั้นเป็นของนักปราชญ์ชาวกรีกชื่อ ทอเลมี (Ptolemy) ที่กล่าวว่า โลกมีลักษณะเป็นทรงกลม และมีมหาสมุทรอยู่ล้อมรอบ

Cr. National Library of Poland

หากโลกกลมจริงอย่าง ทอเลมี กล่าว
ทางเลือกใหม่ที่จะไปสู่ทวีปเอเชียได้จากยุโรป
ก็คือ การเดินทางออกไปอีกด้านหนึ่ง
สู่มหาสมุทรแอตแลนติก..

แต่ในเวลานั้น มหาสมุทรแอตแลนติก ถูกเรียกว่า ทะเลแห่งความมืด เนื่องจากมีอากาศหนาวจัด และเต็มไปด้วยลมพายุพัดรุนแรง

การจะเดินทางออกสู่มหาสมุทรแห่งนี้จะต้องมีผู้สนับสนุนที่มีพร้อมทั้งกำลังพล และมีฐานะที่มั่นคงพอ

“รัฐชาติ” จึงเป็นคำตอบ..

ความได้เปรียบจึงตกแก่ประเทศในยุโรป ที่มีความเป็นรัฐชาติ และมีอาณาเขตติดอยู่กับมหาสมุทรแอตแลนติก

ถ้าเรามองไปบนแผนที่ยุโรป
4 ประเทศที่อยู่ซ้ายสุด ก็คือ
อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และโปรตุเกส

4 ประเทศนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อการสำรวจโลกในเวลาต่อมา

Cr. History Crunch

สุดท้ายความเชื่อของ ทอเลมี นั้นจะมีใครมาพิสูจน์

การเดินทางออกไปทางมหาสมุทรแอตแลนติกจะพบกับ ประเทศอินเดียหรือไม่

ติดตาม ซีรีส์บทความเศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนต่อไปได้ในสัปดาห์หน้า
โหลดแอป Blockdit เพื่ออ่านซีรีส์ตอนก่อนหน้านี้ ได้ที่ Blockdit.com/download
———————-
Blockdit แอปที่เป็นเหมือน คลังความรู้ขนาดใหญ่ อ่านฟรี
โหลดเลย Blockdit.com/download
———————-

References
-https://www.leonardodavinci.net
-The Mental Floss History of The World, Erik Sass and Steve Wiegand with Will Pearson and Mangesh Hattikudur
-Far Countries, Neighboring Countries-England, Won-Bok Rhie
-พลอากาศตรี ปรีชา ศรีวาลัย,ประวัติศาสตร์สากล สมัยโบราณ สมัยกลาง สมัยใหม่ และโลกปัจจุบัน
-ประวัติศาสตร์โลก (ฉบับสมบูรณ์), อนันตชัย จินดาวัฒน์
-สุดยอดนักผจญภัย, ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน