Hai Di Lao ร้านหม้อไฟ ที่ใหญ่สุดในโลก

Hai Di Lao ร้านหม้อไฟ ที่ใหญ่สุดในโลก

24 ก.ย. 2019
Hai Di Lao ร้านหม้อไฟ ที่ใหญ่สุดในโลก / โดย ลงทุนแมน
Hai Di Lao มาเปิดแล้วที่เซ็นทรัลเวิลด์ ทำไมร้านนี้มีคนต่อคิวเป็นชั่วโมง มีบริการทำเล็บระหว่างรอ ร้านหม้อไฟ Hai Di Lao มีอะไรดี? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ใครจะคิดว่าการเปิดร้านหม้อไฟ
จะทำให้คุณ Zhang Yong มีสินทรัพย์เป็นแสนล้านได้
ร้านหม้อไฟนี้ชื่อ Hai Di Lao อ่านว่า ไหตี่เลา
เริ่มต้นที่จีน แต่ตอนนี้ขยายสาขาไปทั่วโลก
ปัจจุบันคุณ Zhang Yong เป็นเจ้าของเชนหม้อไฟ Hai Di Lao ที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก
แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ เส้นทางของคุณ Zhang ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
คุณ Zhang เกิด และเติบโตในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน
ครอบครัวของคุณ Zhang ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย
เขาเรียนไม่จบมัธยมปลาย และออกมาทำงานเป็นช่างเชื่อมเหล็กในโรงงานรถแทรกเตอร์
ต่อมา เขาก็ลาออก เนื่องจากปัญหาขัดแย้งกับหัวหน้า
และตัดสินใจเปิดร้านหม้อไฟหม่าล่าเล็กๆ ซึ่งมีเพียง 4 ที่นั่งร่วมกับเพื่อนของเขา ภายใต้ชื่อ Hai Di Lao
หลังจากที่เขาเปิดร้านสาขาแรกได้ไม่นาน Hai Di Lao ก็สามารถขยายไปทั่วประเทศจีน
ก่อนจะเริ่มขยายไปต่างประเทศในปี 2012 โดยประเทศแรกคือ สิงคโปร์
โดย ณ สิ้นปี 2018 Hai Di Lao มีร้านมากกว่า 460 สาขาในกว่า 100 เมืองทั่วโลก
ไม่ว่าจะเป็นจีน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และล่าสุดที่ ไทย
นอกจากนั้นคุณ Zhang ยังเป็นเจ้าของบริษัทเครื่องปรุงรส Yihai
ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ให้กับ Hai Di Lao รวมถึงเป็นผู้ผลิตสินค้าอื่น เช่น เครื่องปรุงรสสำเร็จรูป หม้อไฟสำเร็จรูปที่เพียงแค่เทน้ำลงไป น้ำก็จะเดือดเลยทันที
แล้ว 2 บริษัทนี้สร้างรายได้เท่าไหร่?
Haidilao International Holding Ltd.
ปี 2016 รายได้ 30,801 ล้านบาท กำไร 2,900 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 41,962 ล้านบาท กำไร 4,055 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 66,940 ล้านบาท กำไร 6,493 ล้านบาท
Yihai International Holding Ltd.
ปี 2016 รายได้ 4,883 ล้านบาท กำไร 838 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 7,389 ล้านบาท กำไร 1,172 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 12,035 ล้านบาท กำไร 2,459 ล้านบาท
จากตัวเลขจะพบว่าที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัทเติบโตเป็นเท่าตัว
เมื่อเทียบกับ บริษัทเอ็มเค ของประเทศไทย ที่มีร้านอาหารสุกี้ และร้านอาหารญี่ปุ่น กว่า 600 สาขา เอ็มเค มีจำนวนสาขามากกว่า Hai Di Lao
แต่เมื่อเทียบรายได้ ปี 2018
บริษัท เอ็มเค มีรายได้ 17,234 ล้านบาท กำไร 2,574 ล้านบาท ซึ่งทั้งรายได้ และกำไรน้อยกว่า Hai Di Lao ถึง 3 เท่า
และในเดือนกันยายนที่ผ่านมา Hai Di Lao ได้ IPO ครั้งแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
โดยในปัจจุบัน Hai Di Lao มีมูลค่ามากถึง 6.7 แสนล้านบาท ซึ่งมากกว่ามูลค่าบริษัทเอ็มเคประเทศไทยเกือบ 10 เท่า
ส่วนบริษัท Yihai ก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเช่นกัน โดยมีมูลค่าบริษัท 1.8 แสนล้านบาท
ทำให้คุณ Zhang ที่เป็นผู้ถือหุ้นทั้ง 2 บริษัทนี้มีสินทรัพย์สุทธิรวม 3.7 แสนล้านบาท..
อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ Hai Di Lao ประสบความสำเร็จอย่างในทุกวันนี้
คำตอบคงเป็นเรื่องของ “การบริการ”
ย้อนกลับไป ตอนที่คุณ Zhang เปิดร้าน Hai Di Lao เขามีอายุ 20 ปี
ซึ่งตลอดระยะเวลา 19 ปีก่อนหน้านั้น เขาไม่เคยทานอาหารที่ร้านอาหารเลย นอกจากโรงอาหารของโรงงาน
จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อคุณ Zhang มีโอกาสไปทานอาหารที่ร้านเป็นครั้งแรก
แต่เขากลับไม่ค่อยประทับใจเท่าไรนัก เนื่องจากพนักงานหยาบคาย และรสชาติอาหารไม่ได้มาตรฐาน
เขาจึงนำเรื่องนี้มาเป็นจุดเด่นของ Hai Di Lao นอกจากรสชาติของอาหาร
เริ่มแรกตอนเปิดร้านใหม่ๆ คุณ Zhang บริการลูกค้าอย่างเต็มที่
ไม่ว่าจะเป็นการช่วยหิ้วของ ไปจนถึงจัดโซนสำหรับเด็ก
ในปัจจุบันร้าน Hai Di Lao ก็ยังขึ้นชื่อเรื่องบริการ
ไม่ว่าจะเป็นขณะลูกค้ารอคิวเข้าร้าน ก็มีทั้ง บริการทำเล็บ ขัดรองเท้า เก้าอี้นวด หรือแม้แต่บริการอัดรูป
ซึ่งทั้งหมดนี้ทางร้านไม่คิดค่าบริการเพิ่ม
ระหว่างรับประทานอาหาร หากใครสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นสด ก็จะมีโชว์นวดเส้นก๋วยเตี๋ยวที่โต๊ะ
มีบริการแกะกุ้งด้วยตะเกียบสำหรับลูกค้าที่ต้องการ
นอกจากนั้น Hai Di Lao ยังใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างมียางรัดผมสำหรับลูกค้าที่ผมยาว ปลอกแขนกันเปื้อน หรือถุงพลาสติกสำหรับใส่โทรศัพท์มือถือ
อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นความคิดของคุณ Zhang เพียงคนเดียว
เขามักจะเปิดโอกาสให้พนักงานเป็นคนเสนอไอเดียต่างๆ เพราะพวกเขาเป็นคนที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด
เพราะวัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจของคุณ Zhang
ไม่ได้ต้องการขายเพียงแค่ หม้อไฟ
แต่เขาต้องการขาย ช่วงเวลาแห่งความสุขในการกินหม้อไฟ..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ถ้าเรานำเงินไปลงทุนในบริษัท Yihai บริษัทผลิตเครื่องปรุงรสของ Hai Di Lao ใน 2 ปีที่แล้ว
ตอนนี้มูลค่านั้นจะเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า..
----------------------
Blockdit โซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
----------------------
24 ก.ย. 2019