ถอด DNA “LOFT STYLE” จากย่าน SOHO สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมถึงจับใจคนทั้งโลก

ถอด DNA “LOFT STYLE” จากย่าน SOHO สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมถึงจับใจคนทั้งโลก

ผู้สนับสนุน.. ถ้าถามว่าดีไซน์อะไรกำลังมาแรงในยุคนี้ หนึ่งในนั้นก็คือแนว LOFT STYLE เพราะเวลานี้ไม่ว่าเราจะไป ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือแม้แต่ คอนโดมิเนียมหลายแห่งเลยทีเดียว ที่ใช้เสน่ห์ของ LOFT STYLE เป็นแนวทางในการออกแบบ การตกแต่งด้วยวัสดุเปลือยเปล่า สื่อถึงอารมณ์เนื้อแท้และความคลาสสิก แล้วรู้หรือไม่ว่า แนว LOFT STYLE ที่จับใจคนทั่วโลกนั้น มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ทีนี้คงมีคำถามว่า แล้วดีไซน์ LOFT STYLE กับสงครามโลกจะมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ผู้สนับสนุน..
ถอด DNA “LOFT STYLE” จากย่าน SOHO สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมถึงจับใจคนทั้งโลก
ถ้าถามว่าดีไซน์อะไรกำลังมาแรงในยุคนี้ หนึ่งในนั้นก็คือแนว LOFT STYLE
เพราะเวลานี้ไม่ว่าเราจะไป ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือแม้แต่ คอนโดมิเนียม
หลายแห่งเลยทีเดียว ที่ใช้เสน่ห์ของ LOFT STYLE เป็นแนวทางในการออกแบบ การตกแต่งด้วยวัสดุเปลือยเปล่า สื่อถึงอารมณ์เนื้อแท้และความคลาสสิก
แล้วรู้หรือไม่ว่า แนว LOFT STYLE ที่จับใจคนทั่วโลกนั้น มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2
ทีนี้คงมีคำถามว่า แล้วดีไซน์ LOFT STYLE กับสงครามโลกจะมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลงในช่วงปี 1945 เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ
โดยหนึ่งในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงนั้นคือ ย่านโซโห ในเมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
เพราะเวลานั้น ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงโกดังเก็บสินค้าต่างปิดกิจการ ไร้คนเหลียวแล
มีคำกล่าวจาก โรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert Kiyosaki) นักธุรกิจและไอดอลของนักทุนหลายๆ คน ว่า
"ทุกปัญหา ย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ”
“Inside of every problem lies an opportunity.”
สถานการณ์ความตกต่ำของเศรษฐกิจในช่วงนั้น เป็นปัญหาที่ทั้งโลกต้องเผชิญรวมถึงผู้คนในย่าน SOHO นี้ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าถ้ามองปัญหา ให้เห็นเป็นโอกาสมันจะสร้างคุณค่าได้อีกมากทีเดียว ด้วยลักษณะโรงงานในย่านโซโห เป็นเพดานสูง รับแสงที่ส่องผ่านมาได้ดี อีกทั้งราคาที่ดินยังถูก ทำให้มีศิลปินหลายคนมองว่าสามารถเปลี่ยนวิกฤติในย่านโซโห ให้เป็นโอกาสได้
เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ ทำให้ศิลปินนักออกแบบหลายคน ที่เรียกได้ว่าเป็นวีรบุรุษที่เข้ามากอบกู้ย่านโซโหเลยก็ว่าได้ มีไอเดียดัดแปลงโรงงานเก่าๆ ในย่านโซโหที่ถูกทิ้งร้าง มาเป็นที่อยู่อาศัย เป็นสตูดิโอโชว์ผลงานของตัวเอง โดยมีจุดเด่นคือ ความสูงของเพดานที่สูงกว่าบ้านปกติทั่วไป เพราะเป็นโรงงานเก่า และวัสดุต่างๆ จะเป็น ปูน เหล็ก ที่เน้นโชว์พื้นผิวดิบๆ
เล่ามาถึงตรงนี้เราจะมองเห็น DNA 3 ข้อของ Loft Style ด้วยกัน
1. เพดานโรงงานเก่าจะอยู่สูงกว่าเพดานบ้านทั่วไป
2. แสงสว่างเข้าถึงที่พักได้ดี
3. อยู่ในย่านเศรษฐกิจที่เป็นแหล่งรวมธุรกิจสร้างสรรค์ (เหล่าศิลปินและนักออกแบบ)
ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจก็คือ แนวคิด LOFT STYLE ได้ถูกพัฒนามาสู่ดีไซน์คอนโดมิเนียมในยุคนี้
และหนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นก็คือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จํากัด (มหาชน)
เพราะหลายโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทแห่งนี้ จะเน้นออกแบบ LOFT STYLE
ไม่เว้นแม้แต่ทำเลเกรด A ที่มีราคาที่ดินแพงอันดับต้นๆ ในเมืองไทยอย่าง ทองหล่อ
ซึ่งเป็นทำเลที่มีจุดเด่นคือ รายล้อมด้วยสถานที่ แฮงเอาท์, แหล่ง Shopping, ร้านอาหารรสเลิศ และรถไฟฟ้า BTS
ความอุดมสมบูรณ์ของทองหล่อ ทำให้ราคาคอนโดมิเนียมบางโครงการมีราคาขายเฉลี่ยสูงไปถึง 380,000 บาทต่อตารางเมตรไปแล้ว หรือถ้าแค่เปรียบเทียบจากราคาประเมินที่ดิน ย้อนหลัง 10 ปี จากกรมธนารักษ์ ข้อมูลของย่านทองหล่อจะมีราคาประเมิน สูงขึ้นกว่า 110%
ตรงนี้เองที่ทำให้ราคาที่ดินย่านทองหล่อมีราคาขายแพงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.7% ต่อปี
โดยปัจจุบันมีราคาขายอยู่ที่ 2.8 - 3 ล้านบาทต่อตารางวา

“Thonglor is Thonglor”
เป็นคำที่ทั้งนักลงทุนและคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ต่างพูดถึงทองหล่อไปในทิศทางเดียวกัน ทองหล่อย่านที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหารนานาชาติ ศูนย์การค้า ร้านค้าหลายสัญชาติ ร้านค้าแฟชั่น สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืน ธนาคาร โรงพยาบาล ร้านกาแฟ ห้องแสดงสินค้าวัสดุ เครื่องเรือน ไปจนสตูดิโอแต่งงาน และแน่นอน “ทองหล่อ” คือ ทำเลทองที่เป็น “หัวใจ” สำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่นิยามให้ “ทองหล่อ” เป็น ย่านของ Premium Lifestyle หรือ
“Heart of Bangkok”
นอกจากนี้ย่านทองหล่อยังเป็นสถานที่ทำงานของธุรกิจสร้างสรรค์ อย่างสถาปนิก นักออกแบบ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ศิลปิน มีสตูดิโอออกแบบมากมาย และยังมีสถานที่และกิจกรรมที่สนับสนุนการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ฟังดูแล้ว ก็คุ้นๆ เหมือนกับย่านโซโหที่ลงทุนแมนเล่าก่อนหน้านี้

เมื่อมองให้ลึกลงไปในย่านทองหล่อ รู้หรือไม่ว่า ณ เวลานี้ การจะหาที่ดินผืนใหญ่ย่านทองหล่อ เป็นอะไรที่หายากยิ่งนัก แต่ บริษัท ออริจิ้น ก็หามาได้ โดยบริษัทตัดสินใจซื้อที่ดิน อารีน่า 10 ที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ต่อจากคุณตัน ภาสกรนที นักธุรกิจและนักลงทุนอสังหาฯ ชื่อดังของประเทศไทย ถึงแม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายอาจไม่สามารถหาดูได้ทั่วไป แต่สิ่งที่เราพอจะทราบคือ คุณตันซื้อที่ดินผืนนี้มานานกว่า 10 ปีก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในที่ดินผืนใหญ่เพียงไม่กี่ผืนบนทำเลที่ “พีก” ขนาดตั้งอยู่ใจกลางทองหล่อ
“อารีน่า 10” ทำเลใจกลางทองหล่อ บริเวณทองหล่อ ซอย 10 เป็นซอยเดียวของทองหล่อ ที่มีความกว้างพอที่จะสร้างคอนโด หรือโครงการขนาดใหญ่ได้ และเป็นจุดที่เชื่อมต่อถนนทองหล่อ กับถนนเอกมัยไปยังถนนเพชรบุรี และโซนอื่นๆ ของสุขุมวิทได้ง่ายที่สุด ทั้งยังเป็นที่ดินแปลงใหญ่ผืนสุดท้ายของย่านนี้

ถ้าทองหล่อเป็น “Heart of Bangkok” ที่ดินแปลงอารีน่า 10 นี้ก็เปรียบได้เป็น “Heart of Thonglor” ทำให้โครงการจาก ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นนี้ เปรียบเสมือน
“HEART OF HEART”
Park Origin Thonglor คอนโดมิเนียมที่เป็นที่สุด..ของความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน คอนโดที่สูงที่สุดใจกลางไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาที่อยู่ในย่านนี้มีสีสัน เต็มไปด้วยความแตกต่างตลอด 24 ชั่วโมง ออกแบบอาคารทั้งภายนอก และภายในด้วยทีม Architect, Interior, Landscape ที่ดีสุดของประเทศ มาพร้อมเทคโนโลยีการอยู่อาศัย และสังคมคุณภาพเพื่อที่สุด..ของชีวิต
Park Origin Thonglor ประกอบไปด้วย 3 อาคาร A B และ C พร้อมพื้นที่ส่วนกลางแต่ละอาคาร รวมกว่า 50 รายการ
โดยมีไฮไลต์ก็คือ อาคาร C ที่มี 59 ชั้น สูง 230 เมตร ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จในต้นปี 2565 ก็จะกลายเป็นคอนโดมิเนียมที่สูงที่สุดในย่านทองหล่อ
ทีนี้ก็มาถึงสิ่งที่ ลงทุนแมน กล่าวไว้ข้างต้นก็คือ แนวคิด LOFT STYLE ได้ถูกนำมาใช้ในโครงการนี้
เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับประโยชน์จากความคุ้มค่ามากที่สุดผ่าน Concept ห้องที่ชื่อ DUO-SPACE ที่ดึงจุดเด่น ของ LOFT STYLE คือการเป็นห้องที่มีเพดานสูง ทำให้ห้อง DUO-SPACE ของโครงการนี้ มีความสูงจากพื้นถึงเพดานห้อง 4.25 เมตร
จากนั้นก็แบ่งเป็น 2 ชั้น เพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น
บริเวณชั้น 2 นี้ เราสามารถดัดแปลงเป็นห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นก็ได้ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน
การที่เป็นคอนโดที่มี 2 ชั้นใน 1 ห้อง มีอีกข้อดีคือ การให้ความรู้สึกเสมือนเราอยู่บ้าน
แน่นอนสิ่งที่หลายคนสงสัยต่อมาก็คือ ราคาของห้อง DUO-SPACE ราคาขายของห้องรูปแบบนี้ จะคิดจากพื้นที่ชั้นล่างเท่านั้น เช่น เราซื้อห้องขนาด 32.5 ตารางเมตร แต่ความจริงแล้วเราจะได้พื้นที่ใช้สอยรวมกับพื้นที่ชั้น 2 ที่เพิ่มขึ้นอีก 10 ตารางเมตรด้วย เท่ากับว่า เราจะได้ห้องที่มีพื้นที่ใช้สอย 40 กว่าตารางเมตรในราคาที่ซื้อมาแค่ 30 กว่าตารางเมตรเท่านั้น รวมๆ กับความเป็น Rare Item ที่บนทั้งเส้นของถนนทองหล่อมีเพียงแค่โครงการ Park Origin Thonglor โครงการเดียวเท่านั้น และมีเพียงไม่กี่ยูนิตบนอาคาร C ซึ่งอาจหาโปรดักส์แบบนี้ไม่ได้อีกในอนาคต
แล้วยังมีอะไรที่น่าสนใจกว่ารูปแบบห้อง และการเป็นคอนโดที่อยู่ในทำเล “HEART OF HEART” ย่านทองหล่อ
คำตอบน่าจะเป็นการออกแบบพื้นที่ Landscape และพื้นที่ส่วนกลาง ให้รายล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์บนพื้นที่ 2 ไร่ ให้สวนแห่งนี้เป็นสวนที่ได้เก็บรักษา อนุรักษ์พันธุ์ไม้และต้นไม้ ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้นให้กรุงเทพฯ เพราะ ณ วันนี้ พื้นที่สีเขียวกำลังเป็นสิ่งที่คนกรุงเทพฯ โหยหา

และคงจะดีไม่น้อย หากเรากลับจากทำงานเหนื่อยๆ แล้วได้อยู่รายล้อมด้วยธรรมชาติ รับอากาศที่บริสุทธิ์ เมื่อเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองครบทุกมิติ ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ บริเวณที่มี Supply ที่ดินจำกัด และเหลือน้อยเต็มที Park Origin Thonglor จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตาในเวลานี้
ให้ Park Origin Thonglor บนทำเล “ใจกลาง” เมือง ได้อยู่ “กลางใจ” คุณ
HEART OF HEART
เมื่อทุก Lifestyle ที่เป็นคุณ รวมอยู่ที่ทองหล่อ คงไม่แปลกถ้าคุณจะฝากหัวใจไว้ที่
"PARK ORIGIN THONGLOR" ทำเลสุดพิเศษ HEART OF HEART ใจกลางทองหล่อ
ที่ที่คนหัวใจทองหล่ออย่างคุณ จะต้องรักจนตอบ Say Yes!
คลิกถอด DNA “LOFT STYLE" : https://bit.ly/2mkGyTA
#ParkOriginThonglor #คอนโดทองหล่อ #ทองหล่อซอย10 #ParkOrigin #สวนป่าใจกลางอารีน่า10
ชมภาพห้องตัวอย่างจาก Sales Gallery ของโครงการได้ที่นี่