ค่ายเพลง กำลังโตเพราะ Streaming

ค่ายเพลง กำลังโตเพราะ Streaming

รู้หรือไม่ ปัจจุบันค่าย Universal Music Group ค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีรายได้จากการ Streaming สูงถึง 43% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำเงินไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อน แล้วเรื่องราวนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
ค่ายเพลง กำลังโตเพราะ Streaming / โดย ลงทุนแมน
รู้หรือไม่ ปัจจุบันค่าย Universal Music Group ค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดของโลก
มีรายได้จากการ Streaming สูงถึง 43% ของรายได้ทั้งหมด
ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำเงินไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน
แล้วเรื่องราวนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
ก่อนอื่นเรามารู้จักกับวงการค่ายเพลงระดับโลกกันสักนิด
ปัจจุบัน
วงการทำเพลงนั้นมีขนาดใหญ่ถึง 580,000 ล้านบาท
โดยมีอยู่ 3 ค่ายเพลงที่ครองส่วนแบ่งใหญ่ๆ หรือที่เรียกว่า Big 3 นั่นก็คือ
Universal Music Group, Warner Music Group และ Sony Music Entertainment
โดยมีผู้นำอย่างค่าย Universal Music Group ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุด
ซึ่งก็มีนักร้องดังในสังกัดจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น
Taylor Swift
Drake
Maroon 5
Rihanna
Post Malone
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในวงการเพลงนี้ โดยเฉพาะรูปแบบการทำรายได้ ที่เปลี่ยนมาเป็นแบบ ดิจิทัล มากขึ้น
หลายคนอาจจะคิดว่า การเข้ามาของดิจิทัล จะกระทบต่อ รายได้ของบริษัท
เรื่องนี้อาจเกิดขึ้นกับค่ายเพลงไทย
แต่สำหรับค่ายเพลงระดับโลก กลับเป็นตรงกันข้าม..
เราลองมาดูรายได้ของแต่ละค่ายกัน
เริ่มที่ Universal Music Group
ปี 2018 รายได้ 201,357 ล้านบาท
โดยในปี 2018 มีสัดส่วนรายได้มาจาก Streaming และ Subscription ถึง 86,788 ล้านบาท หรือคิดเป็น 43% ของรายได้ทั้งหมด
เช่นเดียวกับ
Warner Music Group
ปี 2018 รายได้ 122,833 ล้านบาท
มาจาก Streaming, Subscription และ การ Download 61,923 ล้านบาท
คิดเป็นกว่า 50% ของรายได้ทั้งหมด
และ
Sony Music Entertainment
ปี 2018 รายได้ 228,660 ล้านบาท
มาจาก Streaming และ Subscription 64,420 ล้านบาท คิดเป็น 28% ของรายได้ทั้งหมด
โดยทั้งสามบริษัทนี้ รายได้มีแนวโน้มจะสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจาก สัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นของ Streaming
พอมาถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยว่า แล้วค่ายเพลงเหล่านี้ทำเงินอย่างไร?
รู้หรือไม่ว่า จากข้อมูลนิตยสาร Time ในปี 2014 แพลตฟอร์มเพลงอย่าง Spotify นั้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายจากรายได้ทั้งหมดกว่า 70% ให้กับค่ายเพลงเหล่านี้
โดยเพลงที่มีผู้เข้าชมประมาณ 200 ล้านครั้ง ทาง Spotify ต้องจ่ายเงินให้กับค่ายเพลงสูงสุดถึงประมาณ 52 ล้านบาท
นั่นหมายความว่า ทุกๆ การฟัง 1 ครั้ง Spotify ต้องจ่ายเงินให้กับค่ายเพลงเหล่านี้ ครั้งละประมาณ 0.26 บาท..
และในปัจจุบัน มีแพลตฟอร์มเพลงเกิดขึ้นมากมายนอกจาก Spotify ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยเราก็มี Joox เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มทางเลือก
การเกิดขึ้นใหม่ของแพลตฟอร์มต่างๆ กลับกลายเป็นว่าทำให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ ต้องมาง้อเจ้าของคอนเทนต์เพลงค่ายใหญ่เพื่อให้นำเพลงไปลง เพราะหากไม่มีเพลงฮิตจากศิลปินดัง ผู้ใช้บริการก็คงไม่อยากที่จะสมัครแพลตฟอร์มเหล่านั้น
เรื่องนี้จึงทำให้ค่ายเพลงดังๆ มีอำนาจการต่อรองที่ดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
แต่ในประเทศไทยเรา สถานการณ์ค่ายเพลงอาจตามหลังเมืองนอก เพราะคนไทยยังสมัครสมาชิกแพลตฟอร์มเพลงกันไม่มาก
ยกตัวอย่าง 2 ค่ายเพลง ในไทย คือ อาร์เอส และ แกรมมี่
บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)
ปี 2018 รายได้ 3,827 ล้านบาท
จริงๆ แล้ว อาร์เอส เคลมตัวเองว่าไม่ใช่บริษัทเพลงอีกต่อไป และตอนนี้อาร์เอสมีรายได้หลักมาจากธุรกิจพาณิชย์ ซึ่งขับเคลื่อนโดยหมวดสุขภาพและความงาม
โดยปีล่าสุด อาร์เอส มีรายได้จากการทำเพลง 355.2 ล้านบาท หรือ 9.3%
และมีรายได้จากธุรกิจพาณิชย์มากถึง 2,126.8 ล้านบาท หรือ 55.6%
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
ปี 2018 รายได้ 6,984 ล้านบาท
โดยมีรายได้จากส่วนงานเพลง 3,945 ล้านบาท หรือ 56% ของรายได้ทั้งหมด
จะเห็นได้ว่า อาร์เอส นั้นมีสัดส่วนการทำเพลงที่น้อยลง และหันไปจับธุรกิจอื่นมากขึ้น
ในขณะที่แกรมมี่เองนั้น ยังมีสัดส่วนรายได้หลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเพลงอยู่ ซึ่งการปรับตัวของ 2 บริษัทค่ายเพลงไทยก็มีความแตกต่างกัน
โดยที่ทั้ง 2 บริษัทยังไม่มีข้อมูลที่แยกออกมาว่ารายได้จากการ Streaming เพลงมีสัดส่วนมากน้อยแค่ไหน
ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า เรื่องนี้จะมีผลกระทบกับค่ายเพลงไทยอย่างไร
แต่ในที่สุด การ Streaming น่าจะมีบทบาทต่อค่ายเพลงไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับค่ายเพลงระดับโลก
แล้วเรื่องนี้บอกอะไรกับเรา?
หลายคนคิดว่าดิจิทัลนั้น อาจทำให้ค่ายเพลงรายได้น้อยลง
ซึ่งก็จริงอยู่ในช่วงแรก ที่คนหันมาดาวน์โหลดไฟล์ดิจิทัลที่ละเมิดลิขสิทธิ์กัน
แต่ในเวลาต่อมา เมื่อเทคโนโลยีดีขึ้น อินเทอร์เน็ตเร็วขึ้น
ผู้ฟังไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในเครื่อง
การฟังแบบ Streaming ก็เริ่มเป็นที่นิยม เพราะมันสะดวกกว่า
จนทำให้ ค่ายเพลง กลับมาได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้..
เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า ทุกธุรกิจ ย่อมมีวันที่ร้าย และ มีวันที่ดี
ในบางครั้งฟ้าฝนไม่เป็นใจ เราก็จะเจอกับอุปสรรคบ้าง
แต่ถ้าเรายังมั่นใจว่าเรายังมีคุณค่า ตั้งใจผลิตผลงานเพลง ปั้นศิลปิน เหมือนค่ายเพลงเหล่านี้
เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นใจ เข้าที่เข้าทาง
การมีคุณค่าที่หาจากที่ไหนไม่ได้ จะทำให้ทุกคนกลับมามองเรา
และในวันนั้น เราจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม..
----------------------
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
http://www.blockdit.com
----------------------
References
-https://www.vivendi.com/wp-content/uploads/2019/02/20190214_VIV_Pres_FY2018_ENG.pdf
-https://sec.report/Document/0001564590-18-031166/
-https://www.investopedia.com/articles/investing/120314/spotify-makes-internet-music-make-money.asp
-https://www.musicbusinessworldwide.com/files/2019/03/Screen-Shot-2019-03-13-at-18.46.51-copy.jpg
-https://www.sony.net/SonyInfo/IR/library/presen/er/pdf/18q4_sonypre.pdf
-https://time.com/3590670/spotify-calculator/
-GMM Annual Report 2018
-RS Annual Report 2018