“น้ำมันมวย” เป็นชื่อแบรนด์ หรือชื่อประเภทสินค้า?

“น้ำมันมวย” เป็นชื่อแบรนด์ หรือชื่อประเภทสินค้า?

ทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อ น้ำมันมวย แม้จะไม่เคยใช้ก็ตาม น้ำมันมวย ชื่อนี้ พอได้ยินปุ๊บ ก็ทำให้รู้ถึงคุณสมบัติของสินค้าได้ทันที โดยไม่ต้องอ่านฉลาก แต่เรื่องที่เรามักเข้าใจผิดกันบ่อยๆ คือ น้ำมันมวย เป็นคำเรียกประเภทสินค้า เหมือนกับ ผงซักฟอก, ยาดม, น้ำอัดลม
“น้ำมันมวย” เป็นชื่อแบรนด์ หรือชื่อประเภทสินค้า? / โดย ลงทุนแมน
ทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อ น้ำมันมวย แม้จะไม่เคยใช้ก็ตาม
น้ำมันมวย ชื่อนี้ พอได้ยินปุ๊บ
ก็ทำให้รู้ถึงคุณสมบัติของสินค้าได้ทันที โดยไม่ต้องอ่านฉลาก
แต่เรื่องที่เรามักเข้าใจผิดกันบ่อยๆ คือ
น้ำมันมวย เป็นคำเรียกประเภทสินค้า เหมือนกับ ผงซักฟอก, ยาดม, น้ำอัดลม
แต่จริงๆ แล้ว “น้ำมันมวย” เป็นชื่อแบรนด์สินค้า..
เจ้าของแบรนด์นี้คือ บริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด
ก่อตั้งโดย คุณทองม้วน อินทรทัต แพทย์แผนปัจจุบันชั้นที่ 1
เริ่มแรกดำเนินกิจการคลินิก และปรุงยาขาย
โดยยาตัวแรก ที่ถูกปรุงขึ้นและออกจำหน่าย คือ ยาประสระนอแรด ซึ่งเป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดหัว
และด้วยความต้องการยาที่มากในสมัยนั้น กิจการจึงขยายการปรุงยารักษาโรคต่างๆ ให้มากขึ้น
รวมถึงสินค้าในชีวิตประจำวันอย่าง ยาอม, ยาสีฟัน
แต่ตัวเอกของเรื่อง “น้ำมันมวย” นั้น เกิดขึ้นในยุคทายาทรุ่นที่สอง
คุณทองทศ อินทรทัต ซึ่งเป็นบุตรชาย หลังจากเข้ามารับไม้ต่อบริหารกิจการ
ก็ได้ก่อตั้ง ค่ายมวยของตนเอง ชื่อค่าย “กิ่งเพชร”
เพราะเขามีความหลงใหลในเรื่องกีฬามวยอย่างมาก
จึงอยากสร้างค่ายมวยนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นแรงส่งนักมวยขึ้นชก ทั้งมวยไทยและมวยสากล
ซึ่งวันหนึ่งเขาก็ได้พบกับ นักชกชาวประจวบคีรีขันธ์ “มานะ สีดอกบวบ”
โดยเห็นว่าเป็นคนมีแวว และจะกลายเป็นเพชรเม็ดงามของค่าย
เขาจึงตั้งใจที่จะปั้น นักมวยคนนี้
ให้เป็นแชมป์โลกให้ได้ ไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง
พร้อมกับมอบชื่อใหม่ให้ เป็น “โผน กิ่งเพชร”
โดยคำว่า โผน คือชื่อน้องชายของเขาที่ได้เสียไป
ส่วน กิ่งเพชร มาจากชื่อค่ายมวย เสมือนว่าเขาคือเสาหลักของค่าย
ในสมัยก่อน เวลานักมวยฝึกซ้อมหรือเตรียมพร้อมร่างกายก่อนขึ้นชก
จะนิยมใช้น้ำมันสะโต๊กนวดกล้ามเนื้อก่อน
อย่างไรก็ตาม น้ำมันสะโต๊ก มีข้อเสียคือ ให้กลิ่นฉุนรุนแรง แสบตา และมีความมันมากเกินไป
คุณทองทศ จึงสั่งให้พนักงานในบริษัทของเขา
คิดค้นน้ำมันนวดสูตรเฉพาะ ที่สามารถทดแทนน้ำมันสะโต๊ก
ไว้สำหรับให้นักมวยในค่าย เอาไปนวดร่างกาย
เพื่อเตรียมความพร้อมให้กล้ามเนื้อก่อนขึ้นชก และบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ซึ่งในที่สุด บริษัทก็สามารถผลิต น้ำมันนวดสูตรพิเศษ ขึ้นมาได้
โดยตอนแรกก็ใช้กันเฉพาะนักมวยในค่าย
แต่จุดที่ทำให้ น้ำมันนวดนี้ เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง คือเมื่อ คุณทองทศนำพา
โผน กิ่งเพชร ขึ้นชกชิงแชมป์โลกกับ ปาสคาล เปเรซ
จนกลายเป็นแชมป์มวยโลก รุ่นฟลายเวท 112 ปอนด์ คนแรกของประเทศไทย
เรื่องนี้ ทำให้ค่ายมวยของเขา โด่งดังเป็นพลุแตก
ซึ่งไม่ใช่เพียงค่ายมวยเท่านั้น
น้ำมันนวดสูตรพิเศษเฉพาะของค่าย ก็สะเทือนวงการเช่นเดียวกัน..
เพราะค่ายมวยอื่น ต่างคิดว่า น้ำมันนวดนี้ เป็นหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จ
จึงแอบหวังว่า หากนักชกในค่ายตน มีโอกาสได้ทา ถู นวด
ก็อาจทำให้ได้แชมป์เหมือนกับเขาบ้าง..
พอทุกค่ายมวยต่างเอาไปพูดกันปากต่อปาก
จึงเกิดความต้องการ น้ำมันนวดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ทางบริษัท เทวกรรมโอสถ เห็นโอกาสทางธุรกิจ
เลยนำน้ำมันนวดนี้ ไปปรับปรุงสูตรให้น่าใช้ยิ่งขึ้น
พร้อมกับนำไปจดทะเบียนการค้า ภายใต้ชื่อ “น้ำมันมวย” เพื่อเจาะตลาดกลุ่มนักมวยโดยเฉพาะ
ลองมาดูรายได้ของ บริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด
ปี 2559 มีรายได้ 115 ล้านบาท
ปี 2560 มีรายได้ 119 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้ 191 ล้านบาท
ในปีที่ผ่านมา ที่รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจาก
คนรุ่นใหม่สนใจเข้ายิมกันมากขึ้น น้ำมันมวยจึงได้รับอานิสงส์ไปด้วย
น้ำมันมวย มีส่วนผสมหลักคือ เมทิลซาลิไซเลต เมนทอล และการบูร
โดยตัวยาจะมีฤทธิ์ทำให้จุดที่ทา รู้สึกร้อนและเย็นในเวลาเดียวกัน
เพื่อทำให้สมองสับสน จนเบี่ยงเบนออกจากความรู้สึกเจ็บปวดได้
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว จึงทำให้สินค้านี้เป็นที่นิยมแพร่หลายในวงการกีฬา ไม่เพียงแค่ วงการมวยเท่านั้น
เช่น ฟุตบอล เทนนิส วิ่งมาราธอน รวมถึงวงการสปา
ใช้ทาเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณกล้ามเนื้อ
และปัจจุบันบริษัท เทวกรรมโอสถ ถูกบริหารโดยทายาทรุ่นที่สี่
ที่เข้ามาสร้างการเติบโตของธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ปรับสินค้าและภาพลักษณ์ให้เข้ากับคนรุ่นใหม่
โดย น้ำมันมวย แต่เดิมที่มีเพียงชนิดน้ำ ก็เพิ่มชนิดครีม และชนิดสเปรย์
ให้ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย และตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มเป้าหมายในยุคปัจจุบัน
อีกทั้ง มีการสื่อสารทางการตลาดผ่านบรรดา บุคคลชื่อดัง
และออกอีเวนต์ โรดโชว์ กิจกรรมโรงเรียน มหาวิทยาลัย และออฟฟิศ
เพื่อเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ไม่เฉพาะกลุ่มนักกีฬา
เช่น กลุ่มคนทำงาน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป
ที่ปวดเมื่อยจากการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ออกกำลังกาย หรือทำงานนานๆ
ในประเทศไทย ตลาดสินค้าบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท
โดย น้ำมันมวย ครองส่วนแบ่งตลาดที่ 8%
และบริษัทมีการส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย
ตำนานน้ำมันมวย มีจุดเริ่มต้นมาจาก ความหลงใหล หรือ Passion
ในเรื่องมวย ของคุณทองทศ
ซึ่งตอนนั้นเขาก็คงไม่คิดว่า จะสามารถทำเงินได้จากสินค้าตัวนี้
สิ่งที่เขาคิดมีเพียง ทำอะไรก็ได้ ที่เป็นประโยชน์ต่อนักมวยของเขา
ถ้าเราทำได้แบบคุณทองทศ
ซึ่งนอกจากความสุขที่ได้แล้ว
สิ่งที่เราทำนี้ ต่อไป ก็อาจกลายเป็นเครื่องพิมพ์เงินให้กับเราในอนาคต..
----------------------
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
http://www.blockdit.com
----------------------
References
-http://www.nammanmuayofficial.com/history.html#h2489
-https://www.smemestyle.com//
-https://www.honestdocs.co/what-is-boxing-oil-and-how-to-use-it
-https://jaroenthongmuaythairatchada.com/blog/read/37
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า