Häagen-Dazs ไอศกรีมที่แพงแต่อร่อย

Häagen-Dazs ไอศกรีมที่แพงแต่อร่อย

15 พ.ย. 2019
Häagen-Dazs ไอศกรีมที่แพงแต่อร่อย / โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า Häagen-Dazs เป็นไอศกรีมพรีเมียม ชื่อเดนมาร์ก เกิดที่สหรัฐฯ แต่ผลิตที่ฝรั่งเศส
ในตลาดไอศกรีมจะมีผู้เล่นหลายราย ซึ่งแบรนด์ที่เรารู้จักกันดี
ได้แก่ Swensen’s, Dairy Queen, Wall’s, Nestlé รวมถึงไอศกรีมของร้านอาหารอย่าง KFC หรือ McDonald’s
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ไอศกรีมราคาระดับกลาง-ล่าง
ส่วนตลาดไอศกรีมระดับพรีเมียม แบรนด์ที่ขึ้นชื่อมีไม่มาก
และ Häagen-Dazs หรือ ฮาเก้นดาส จะเป็นผู้เล่นอันดับต้นๆ ในตลาดนี้
ถึงแม้ Häagen-Dazs จะราคาแพงกว่าแบรนด์อื่น
ไอศกรีมกระปุกเล็กๆ มีราคาหลักร้อย ส่วนไอศกรีมแท่งก็เกือบร้อย
แต่ก็มีหลายคนหลงรักในไอศกรีม Häagen-Dazs ยอมควักเงินจ่ายอย่างไม่ลังเล
แล้ว Häagen-Dazs มีดีอะไร?
เรื่องแรกคือ รสชาติ
ไอศกรีม Häagen-Dazs จะให้รสชาติที่เข้มข้น และมีเนื้อไอศกรีมแน่น ทานแล้วทำให้รู้สึกหอมนุ่ม ละมุนลิ้น
เนื่องจากกระบวนการผลิต Häagen-Dazs จะมีส่วนผสมของอากาศและน้ำในปริมาณที่น้อย จึงได้ไอศกรีมที่เนื้อแน่นเนียน และเข้มข้น
อีกอย่างคือเรื่อง คุณภาพ
วัตถุดิบที่ใช้ผลิต Häagen-Dazs มีคุณภาพสูง เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติแท้ ปราศจากสารปรุงแต่งกลิ่นและสี
โดยผลิตจากครีมสด นมขาดมันเนย ไข่แดง และน้ำตาลเท่านั้น ไม่มีการเจือปนของสารสังเคราะห์ใดๆ
ด้วยความอร่อยของไอศกรีม และวัตถุดิบแท้ชั้นดี
ทำให้มีคนยอมจ่าย เพื่อให้ได้ความรู้สึกของคุณภาพที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ
นอกจากนี้ เรื่องราวต้นกำเนิดของ Häagen-Dazs ก็น่าสนใจไม่แพ้ตัวไอศกรีม
Häagen-Dazs ก่อตั้งโดย คุณรูเบน แมททัส และภรรยาของเขา
คุณรูเบน เกิดในประเทศโปแลนด์ จากครอบครัวชาวยิว
เนื่องจากพ่อของเขาต้องเสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 แม่ของเขาจึงพาอพยพมาสหรัฐอเมริกา
ปี 1929 เขาได้ก่อตั้งบริษัท Senator Frozen Products เพื่อขายไอศกรีมแท่งเคลือบช็อกโกแลต และไอศกรีมแซนด์วิช ธุรกิจของเขารุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ มีการส่งจำหน่ายผ่านรถม้าลาก ไปยังเมืองข้างเคียงต่างๆ
ถึงแม้ธุรกิจสร้างความร่ำรวยให้แก่เขาอย่างมาก
แต่ตลาดไหนสร้างผลกำไรได้งาม ก็ย่อมเป็นที่หมายตาของบริษัทใหญ่ๆ ให้เข้ามาแข่งขัน
จนกระทั่งปี 1950 ผู้ผลิตไอศกรีมรายใหญ่ต่างพากันทำสงครามราคา เพื่อแย่งชิงเค้กก้อนนี้
จนเขาต้องปิดกิจการ เพราะสู้รายใหญ่ไม่ไหว
บทเรียนที่เขาได้รับคือ ถึงแม้ว่าธุรกิจสร้างกำไรได้ดี สุดท้ายก็สู้สงครามราคากับเจ้าใหญ่ๆ ไม่ได้ และ
ถ้าทำสินค้าพื้นๆ ขาย ก็ไปได้ไม่ไกล ไม่ได้เสียงตอบรับจากลูกค้า
เขาจึงมีไอเดีย ที่จะทำไอศกรีมระดับพรีเมียมแทน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการทำสงครามราคา
โดยเขาตั้งใจว่า แบรนด์ไอศกรีมพรีเมียมของเขาต้องใช้ส่วนผสมที่ดีที่สุดเท่านั้น เพื่อสร้างความแตกต่าง
แม้กระทั่งการตั้งชื่อแบรนด์ เขาก็ต้องการให้มีความโดดเด่น
ตอนนั้นเขาอยากได้ชื่อแนวๆ ภาษาเดนมาร์ก
เพราะเขายกย่องชาวเดนมาร์ก ที่ปฏิบัติดีต่อชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
อีกทั้งเดนมาร์ก ยังขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพ
ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ไอศกรีมที่มีนมเป็นส่วนผสมได้อย่างดี
โดยเขานั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องครัว แล้วพูดชื่อแปลกๆ หรือคำที่ไม่มีความหมายไปเรื่อยเป็นเวลาหลายชั่วโมง
จนในที่สุด ก็ได้ชื่อ Häagen-Dazs ที่เขาคิดว่ามันเวิร์กที่สุด
ปี 1960 เป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ Häagen-Dazs
โดยเริ่มแรกผลิตไอศกรีมเพียง 3 รสเท่านั้น ได้แก่ วานิลลา ช็อกโกแลต และกาแฟ
และโมเดลธุรกิจ คือ จำหน่ายผ่านร้านค้าต่างๆ ทั้งในเมือง และเมืองใกล้เคียง
แม้แต่ผู้โภคสหรัฐฯ ก็นึกว่า Häagen-Dazs เป็นแบรนด์ไอศกรีมพรีเมียมจากเดนมาร์ก
แต่กว่า Häagen-Dazs จะมีหน้าร้านของตัวเองจริงๆ ก็ปาเข้าไปปี 1976 ซึ่งร้านแรกเปิดในเมืองบรุกลิน รัฐนิวยอร์ก เปิดโดยลูกสาวของเขา
หลังจากนั้น เมื่อ Häagen-Dazs ติดตลาดแล้ว ก็ได้ขยายตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ
ผ่านเครือข่ายแฟรนไชส์ทั่วสหรัฐฯ และอีกกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
ปัจจุบันแบรนด์ Häagen-Dazs เป็นของบริษัท General Mills
ซึ่งส่วนใหญ่จะผลิตที่โรงงานในประเทศฝรั่งเศส
แต่สิทธิ์การดำเนินธุรกิจในประเทศสหรัฐฯ และแคนาดา จะเป็นของบริษัท Nestlé
ในรายงานของ Mordor Intelligence ให้ข้อมูลว่า ในปี 2016
ไอศกรีม Häagen-Dazs สร้างยอดขายทั่วโลกได้กว่า 66,400 ล้านบาท
ส่วนในประเทศไทยจะมี บริษัท เอชดี ดิสทริบิวเตอร์ส
เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายไอศกรีม Häagen-Dazs
รายได้ของ บริษัท เอชดี ดิสทริบิวเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2559 มีรายได้ 400 ล้านบาท
ปี 2560 มีรายได้ 374 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้ 420 ล้านบาท
ปัจจุบัน ไอศกรีม Häagen-Dazs มีหลากหลายรสจนนับไม่ถ้วน
แถมยังผลิตรสแปลกๆ ออกมาให้เราลิ้มลองเรื่อยๆ เช่น รสดอกซากุระ
หรือ รสเทพนิยายอย่าง Snow White’s Apple with Custard จากเรื่องสโนว์ไวท์
และ Alice’s Tea Garnished with Cookies จากเรื่อง อลิซในแดนมหัศจรรย์
แต่รสยอดนิยมคงไม่พ้น ช็อกโกแลต วานิลลา สตรอว์เบอร์รี กาแฟ และชาเขียว
นอกจากนี้จุดเด่นของ Häagen-Dazs อีกอย่างคือ การเลือกสรรเฉพาะส่วนผสมชั้นยอดจากทั่วทุกมุมโลก
อย่างเช่น วานิลลา คัดมาจากพันธุ์ดีในป่าลึกมาดากัสการ์ และอินโดนีเซีย
เมล็ดกาแฟแท้จากบราซิล และโคลอมเบีย
เมล็ดโกโก้ จากประเทศเบลเยียม
หรือ สตรอว์เบอร์รี ก็ได้จากแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีที่ดีที่สุดของโลก
อย่างไรก็ตาม ด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่สูง และต้นทุนการจัดส่งที่ต้องกระจายสินค้าจากฝรั่งเศส
ทำให้ในปี 2009 Häagen-Dazs ได้ประกาศลดขนาดบรรจุภัณฑ์ไอศกรีมให้เล็กลง เพื่อลดต้นทุน..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
รู้หรือไม่ ไอศกรีม Häagen-Dazs เป็นไอศกรีมโปรดของประธานาธิบดี ดอนัลด์ ทรัมป์
ซึ่งขณะที่เขาให้สัมภาษณ์ กับนิตยสาร Hollywood Reporter
มือของเขา ก็กำลังถือกระปุกไอศกรีม Häagen-Dazs อยู่
อีกทั้ง งานรับประทานอาหารระหว่าง ดอนัลด์ ทรัมป์ กับ คิมจองอึน ที่ประเทศสิงคโปร์
ก็มีการเสิร์ฟ ไอศกรีม Häagen-Dazs เป็นของหวานอีกด้วย..
----------------------
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
http://www.blockdit.com
----------------------
References
-https://www.haagendazs.us/about
-https://en.wikipedia.org/wiki/H%C3%A4agen-Dazs
-https://adaymagazine.com/haagen-dazs/
-https://thestandard.co/trump-kim-summit-why-haagen-dazs/
-Annual Report
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.