พฤติกรรม ยอมจ่ายเพื่อแลกกับ “ความสบาย” ในวันนี้

พฤติกรรม ยอมจ่ายเพื่อแลกกับ “ความสบาย” ในวันนี้

23 ม.ค. 2020
พฤติกรรม ยอมจ่ายเพื่อแลกกับ “ความสบาย” ในวันนี้ /โดย ลงทุนแมน
การใช้จ่ายเพื่อแลกกับรถหรู ได้กินของดีๆ ไปเที่ยวที่ดีๆ
จนในบางครั้ง มันอาจทำให้เราติดหนี้
และเกิดปัญหาตามมา ทั้งต่อตัวเอง และสังคม
พฤติกรรมนี้กำลังเป็นเหมือนเชื้อไวรัสแพร่กระจายไปยังคนรุ่นใหม่
หรือแม้แต่ คนที่มีรายได้มาก
บางคนก็ยอมใช้จ่ายให้หมด โดยไม่เหลือเงินเก็บสักบาทเดียว
ลงทุนแมนจะลองมาวิเคราะห์ให้ฟัง
ว่าพฤติกรรมนี้เป็นอย่างไร
╔═══════════╗
Blockdit แอปเขียนบล็อกอันดับ 1
http://www.blockdit.com
╚═══════════╝
HENRY ย่อมาจาก “High Earners, Not Rich Yet”
คำนี้ใช้เรียกกลุ่มคนอเมริกันรุ่นใหม่
ที่มีรายได้มากกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี
คิดเป็น 3,000,000 บาท ต่อปี หรือ 250,000 บาท ต่อเดือน
แต่ดันไม่มีเงินเก็บเพียงพอสำหรับการเกษียณ..
แล้ว HENRY ของคนไทยล่ะ เป็นอย่างไร?
สมัยก่อน คนไทยหลายคนเชื่อว่า..
ถ้าเราทำงานมีรายได้มากขึ้น
เราก็น่าจะมีเงินเก็บมากขึ้น
แต่สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้กลับไม่ได้เป็นแบบนั้น
เพราะดูเหมือนว่ายิ่งรายได้เรามากเท่าไหร่
เราก็จะยิ่งใช้มันมากเท่านั้น..
แล้วมันเพราะอะไร?
เหตุผลสำคัญ ก็คือ เรากำลังเสพติด ความสบาย นั่นเอง..
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดในยุคนี้ทำให้ชีวิตของเราสบายขึ้นมากกว่าแต่ก่อน
และเมื่อเรามีรายได้มากขึ้น
เราก็มักจะยอมจ่ายเพื่อแลกกับความสบาย
และในยุคนี้ ก็มีหลายบริการที่เกิดขึ้นมาให้เราสบายขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น..
เรายอมจ่ายค่าบริการเรียก Grab
เพราะมันสบายกว่า ไม่ต้องเดินออกไปรอแท็กซี่ที่ข้างถนน
เรายอมจ่ายค่าส่งพัสดุ ส่งอาหาร
เพราะมันสบายกว่า เราจะได้ไม่ต้องออกไปไหน
นอกจากนี้ เรายังมีพฤติกรรมใหม่ที่เปลี่ยนไปจากสมัยก่อน

การเปลี่ยนที่นั่งในร้านกาแฟเป็นสถานที่ทำงาน
การเลือกดูภาพยนตร์ที่บ้านผ่าน Netflix
การยอมจ่ายเงินเพื่อฟังเพลงที่คัดสรรมาผ่าน Spotify
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าช่องทางไหน..
ถ้ามันตอบโจทย์ความสบาย ไลฟ์สไตล์ของเรา
หากเรามีรายได้มากขึ้น เราก็มีแนวโน้มที่จะยอมจ่ายมากขึ้น

แล้วเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?
คำตอบก็คือ “โซเชียลมีเดีย”
ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยูทูบ ทวิตเตอร์
ที่กลายมาเป็นแหล่งรวมรีวิวทุกอย่าง
ทั้งจากของเพื่อนใกล้ตัว และคนดังที่เราชอบ
ที่สามารถกระตุ้นให้เราเสียเงิน อยากมี อยากกิน อยากใช้ชีวิตตามพวกเขา
สำหรับผู้หญิงคงจะเป็น เครื่องสำอาง กระเป๋า
สำหรับผู้ชายก็คงจะเป็น เกม ของเล่น อุปกรณ์เทคโนโลยี
ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบางครั้ง
สิ่งเหล่านี้ก็เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เราต้องไม่พลาดที่จะเป็นแบบคนอื่นในทันที
คำว่า “ทันที” คือความน่ากลัว
เพราะมันทำให้เราคิดถึงอนาคต “น้อยลง” ไปด้วยเช่นกัน..
พฤติกรรมใช้เงินเพื่อความสบายวันนี้ ออมเงินไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน
ก็อาจจะส่งผลกระทบไปยังค่าใช้จ่ายก้อนโตในอนาคต
ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน มีลูก ซื้อบ้าน
ดังนั้นก็ไม่แปลกที่จะเห็นแนวโน้ม คนแต่งงานกันน้อยลง มีลูกกันน้อยลง เปลี่ยนการซื้อบ้าน ซื้อคอนโด มาเป็นการเช่าแทน
เพราะคนไม่อยากมีค่าใช้จ่าย และภาระก้อนโต
คนอยากมีความสุขทันที เลื่อนเรื่องใหญ่ไปก่อน
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้มีแต่ผลเสีย..
เด็กรุ่นใหม่สามารถใช้เทคโนโลยีมาช่วยในธุรกิจ และทำให้เติบโตอย่างรวดเร็วได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
เด็กรุ่นใหม่สามารถหาความรู้ได้อย่างมากมาย ถ้าต้องการจะหา
เด็กรุ่นใหม่สามารถพบเจอคนเก่งได้ทั้งโลก ถ้าต้องการจะเจอ
เราจึงจะได้เห็นคนรุ่นใหม่ เก่งกว่า คนรุ่นเก่า
ถ้าเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สำหรับคนไทยก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วง
เพราะเรายังถือเป็นประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง
และกำลังถูกกระตุ้นจากสิ่งเย้ายวนที่ไม่สนใจว่าเราคือใคร มีเงินเก็บหรือไม่
สนใจเพียงแต่จะดึงเงินจากกระเป๋าเราได้อย่างไร..
รู้ไหมว่า..
1 ใน 10 ของครัวเรือนไทยจะมีรายรับไม่พอ รายจ่ายที่จำเป็น
ถ้าหากเพิ่มภาระหนี้เข้าไปในรายจ่ายด้วย
6 ใน 10 ของครัวเรือนไทยจะมีรายรับไม่พอ รายจ่ายในแต่ละเดือน
สะท้อนให้เห็นว่า..
หลายครัวเรือนไทย ยังไม่ทันมีรายได้ดี ก็ยอมเป็นหนี้เพื่อแลกกับความสบายไปแล้วนั่นเอง
สรุปแล้ว พฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อแลกกับความสบายในวันนี้
น่าจะยังอยู่กับเราไปอีกเป็นทศวรรษ
มันเป็นสิ่งที่เราควรรู้เท่าทัน
และพยายามวางแผนให้ดี
ตัดค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ไม่จำเป็น
แยกให้ออกว่าสิ่งไหนแค่อยากมี สิ่งไหนควรต้องมี
“ถ้าเราซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็นไปเรื่อยๆ
ในที่สุด เราจะต้องขายสิ่งที่จำเป็น..”
- วอร์เรน บัฟเฟตต์
----------------------
Blockdit แอปเขียนบล็อกอันดับ 1
http://www.blockdit.com
----------------------
References
-https://www.investopedia.com/terms/h/high-earners-not-yet-rich-henrys.asp
-https://www.businessinsider.com/what-is-a-henry-millennials-earning-six-figures-feel-broke-2019-11
-https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/articles/Pages/Article_30Oct2019.aspx
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.