ธุรกิจเรือสำราญ กำลังเจอภูเขาน้ำแข็ง

ธุรกิจเรือสำราญ กำลังเจอภูเขาน้ำแข็ง

11 มี.ค. 2020
ธุรกิจเรือสำราญ กำลังเจอภูเขาน้ำแข็ง /โดย ลงทุนแมน
เรือสำราญ Diamond Princess ที่จอดเทียบท่าโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น
พบผู้ป่วย Covid-19 จำนวน 696 คน
เรือสำราญ Grand Princess ที่จอดเทียบท่าซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
พบผู้ป่วย Covid-19 จำนวน 21 คน
เช่นเดียวกับ เรือสำราญ MS Westerdam ที่จอดเทียบท่าสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา
ซึ่งพบผู้ป่วย Covid-19 เช่นกัน
รู้หรือไม่ว่าเรือสำราญทั้ง 3 ลำนี้ ล้วนมีเจ้าของเป็นบริษัทเดียวกัน
บริษัทนั้นคืออะไร
แล้ววันนี้สถานการณ์ของบริษัทเป็นอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ธุรกิจเรือสำราญ มีจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1844 หรือเมื่อ 176 ปีที่แล้ว
เกิดจากบริษัท Peninsular & Oriental Steam Navigation Company (P&O)
ซึ่งดำเนินการขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างอังกฤษกับสเปนและโปรตุเกส
บริษัทนี้ต้องการใช้พื้นที่บนเรือให้คุ้มค่ามากที่สุด จึงเปลี่ยนพื้นที่เก็บสินค้าบางส่วน ให้กลายเป็นที่พักและพาผู้โดยสารออกเดินทางท่องเที่ยว
ต่อมา บริษัทในเครือของ P&O ได้ควบรวมกับ Carnival Cruise Line บริษัทเรือสำราญสัญชาติอเมริกัน เกิดเป็นบริษัท Carnival Corporation & plc
และบริษัท Carnival Corporation นี้เอง ที่เป็นเจ้าของเรือสำราญทั้ง 3 ลำ ที่ตรวจพบผู้ป่วย Covid-19
รู้หรือไม่ว่า บริษัทนี้คือบริษัทเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จากข้อมูลปี 2018 มีผู้ใช้บริการเรือสำราญทั่วโลกกว่า 26.7 ล้านคน
ตลาดของเรือสำราญสร้างรายได้รวมกันถึง 1.3 ล้านล้านบาท
โดยจุดหมายปลายทางของการล่องเรือสำราญ 3 อันดับแรก คือ
1. ทะเลแคริบเบียน ภูมิภาคอเมริกากลาง สัดส่วน 38.4%
2. ทะเลจีนใต้ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สัดส่วน 15.1%
3. ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภูมิภาคยุโรปตอนใต้ สัดส่วน 14.2%
โดยเครือบริษัท Carnival Corporation มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 1
มีสัดส่วน 41.8% ของธุรกิจเรือสำราญทั่วโลก
รายได้และกำไรของบริษัท Carnival Corporation
ปี 2018 รายได้ 5.9 แสนล้านบาท กำไร 9.9 หมื่นล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 6.6 แสนล้านบาท กำไร 9.4 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ธุรกิจเรือสำราญยังมีผู้เล่นอีกหลายบริษัท
อันดับ 2 คือ Royal Caribbean Cruises Ltd. มีส่วนแบ่งในตลาด 23.3%
อันดับ 3 คือ Norwegian Cruise Line Holdings Ltd. มีส่วนแบ่งในตลาด 9.4%
อันดับ 4 คือ MSC Cruises เป็นบริษัทลูกของ MSC (Mediterranean Shipping Company)
ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าของอิตาลีซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก มีส่วนแบ่งตลาด 8%
ทั้ง 4 บริษัทนี้ มีสัดส่วนกว่า 82.5% ของธุรกิจเรือสำราญทั้งหมด
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวระหว่างประเทศมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว
โดยมีลูกค้าชาวเอเชียที่มีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะชาวจีน
ทำให้ธุรกิจเรือสำราญเติบโตตามไปด้วย
ท่ามกลางสถานการณ์ที่สดใสนี้
ธูรกิจเรือสำราญถูกคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ
ปี 2020 จะมีผู้ใช้บริการเรือสำราญ 30.8 ล้านคน
ปี 2023 จะมีผู้ใช้บริการเรือสำราญ 35.8 ล้านคน
ด้วยกำไรที่น่าดึงดูดจึงทำให้มีบริษัทจำนวนมากที่พร้อมจะแข่งขันเพื่อแย่งส่วนแบ่งในตลาดนี้
ทั้ง Genting Hong Kong ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้บริษัท Genting Group
และ Disney Cruise Line ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้บริษัท Walt Disney
แต่แล้ว ท่ามกลางบรรยากาศที่สดใส
ใครจะไปรู้ว่า ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น !
เรือสำราญซึ่งแวะจอดตามเมืองต่างๆ
มีข้อดีคือทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพักที่โรงแรม แต่ได้ท่องเที่ยวหลายๆ เมือง
บนเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้องสมุด กาสิโน
ดาดฟ้าเรือมีสระว่ายน้ำ สนามฟุตบอล
และมีอาหารเป็นบุฟเฟ่ต์แบบไม่อั้น
เมื่อเกิดการระบาดของเชื้อ Covid-19 ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น
ก่อนแพร่ไปยังเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศจีน
ข้อดีที่เคยมีของเรือสำราญ จึงกลายเป็นข้อเสียไปในทันที..
การแวะตามเมืองต่างๆ ทำให้รับผู้ติดเชื้อมาโดยไม่รู้ตัว
เรือขนาดใหญ่กลายเป็นสถานที่กักเชื้อ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเรือ คือสถานที่แพร่เชื้อเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเสิร์ฟอาหารที่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์
จะเกิดอะไรขึ้น หากมีผู้ติดเชื้อสักคน จามรดบนอาหารโดยไม่รู้ตัว
แล้วมีแขกคนอื่นๆ มาตักอาหารนั้นต่อ
หรือแม้แต่การจับช้อนกลางที่วางไว้ตักอาหารบุฟเฟต์ ก็เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ เพราะหลังจากที่เราจับช้อนกลางแล้ว เราก็นำมือมาโดนหน้าโดนตาของเรา
ข่าวการพบผู้ป่วย Covid-19 บนเรือ Diamond Princess
ทำให้หุ้นของ Carnival Corporation ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก
ปรับตัวลดลงกว่า 15% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม 2020
จากเดิมที่คิดว่าจะสูญเสียลูกค้าแค่ในแถบทะเลจีนใต้
แต่หลังจากที่พบผู้ป่วยตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ก็ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างไม่มีใครอยากนั่งเรือสำราญไปอีกอย่างน้อยในช่วงเวลาอันใกล้นี้
จนถึงเวลานี้ หุ้นของ Carnival Corporation ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดกว่า 58% แล้ว
มูลค่าบริษัท ที่เคยสูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท ในวันนี้เหลือเพียง 4.9 แสนล้านบาท
จะเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจเรือสำราญ
หากผู้ใช้บริการภายในช่วง 1 ปีนับจากนี้ เหลือ 0
Carnival Corporation จะทำอย่างไรต่อไป
เพราะยังต้องแบกรับหนี้สินกว่า 6.2 แสนล้านบาท
และที่สำคัญคือ ธุรกิจประเภทนี้มีการจ้างงานจำนวนมาก
รู้ไหมว่า บริษัทนี้มีพนักงานและลูกเรือ ทั่วโลกกว่า 120,000 คน..
ธุรกิจเรือสำราญกำเนิดขึ้นบนโลกมากว่า 200 ปีแล้ว
ในอดีต ปัญหาของเรือขนาดใหญ่อาจเป็นเทคโนโลยีในการสื่อสาร ทำให้การแจ้งเตือนสิ่งกีดขวางเป็นไปอย่างล่าช้า ดังเช่นภูเขาน้ำแข็งที่พาให้เรือ RMS Titanic มาพบกับจุดจบ
แต่ในวันนี้ ด้วยเรือสำราญที่ใหญ่ขึ้น มีเทคโนโลยีล้ำสมัย
ศัตรูของเรือลำใหญ่ จึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ภูเขาน้ำแข็งที่มองเห็น จึงแปรเปลี่ยนเป็นภูเขาน้ำแข็งรูปแบบใหม่ ที่แม้แต่ตาเปล่าก็มองไม่เห็น
ที่มีชื่อว่า Covid-19..
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-https://www.businessinsider.com/cruise-ship-passengers-not-told-21-people-had-new-coronavirus-2020-3
-https://www.ship-technology.com/features/coronavirus-outbreak-2019-ncov-impact-cruise-operators-measures-tourism/
-https://www.cruiseindustrynews.com/pdf/
-https://finance.yahoo.com/quote/CCL?p=CCL
-https://www.carnivalcorp.com/static-files/9ba84dfd-b96a-486f-8617-34e49820077a
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.