สถานการณ์โควิด-19 ในอังกฤษ กำลังลำบาก

สถานการณ์โควิด-19 ในอังกฤษ กำลังลำบาก

21 มี.ค. 2020
สถานการณ์โควิด-19 ในอังกฤษ กำลังลำบาก /โดย ลงทุนแมน
เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ทางรัฐบาลไทยก็ได้ประกาศว่า คนที่จะสามารถเข้าประเทศได้นั้นจะต้องมีใบรับรองแพทย์ และยังต้องมีประกัน COVID-19 วงเงิน 3 ล้านบาท
เรื่องนี้ก็ทำให้คนไทย โดยเฉพาะในอังกฤษนั้นตื่นตัวเป็นอย่างมาก และพากันไปยื่นเรื่องขอใบรับรองแพทย์ที่สถานทูตไทยตั้งแต่วันที่ 18 ช่วงค่ำที่ผ่านมา
ประเทศอังกฤษ จากจุดมุ่งหมายที่ใฝ่ฝันของคนไทยหลายคน
กลายเป็นประเทศที่หลายคนเตรียมหนี
ทำไมถึงเกิดขึ้น ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์
เจาะลึกแบบ deep content
ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
เรื่องนี้ เริ่มมาจากสัญญาณไม่ดีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
รัฐบาลอังกฤษเริ่มแสดงความกังวลต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
และความกังวลว่าจะไม่สามารถรับมือกับผู้ป่วยได้ทั้งหมด
จึงได้ประกาศเป้าหมายที่จะทำให้เกิด Herd Immunity ขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้คนในประเทศตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก และมีหลายฝ่ายได้เตือนการกระทำในครั้งนี้
แล้ว Herd Immunity คืออะไร?
Herd Immunity หรือ ภูมิคุ้มกันหมู่ มีความหมายว่า เวลาที่เกิดโรคระบาด เราไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้กับทุกคน เพื่อให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกัน
แต่ต้องฉีดให้กับประชากรในสัดส่วนที่มากพอเพื่อที่จะลดการแพร่ระบาด และทำให้โรคค่อยๆ หายไปในที่สุด
ซึ่งอธิบายให้เห็นภาพก็คือ เวลาเราไม่สบาย เราอาจจะแพร่เชื้อไปให้เพื่อน ส่วนเพื่อนก็จะแพร่เชื้อต่อๆ ไปอีก
แต่หาก เพื่อนเรามีภูมิคุ้มกัน เพื่อนก็จะไม่สามารถแพร่ต่อไปได้ การระบาดของโรคก็จะลดลงในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีวัคซีน เพื่อมาสร้างภูมิคุ้มกันโรค COVID-19 โดยตรง
แต่ภูมิคุ้มกันเหล่านี้ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองเมื่อได้รับเชื้อ
ขณะนี้ อังกฤษมีประชากรทั้งหมดประมาณ 66 ล้านคน
มีการคาดการณ์ว่า ต้องมีประชากร กว่า 60% หรือประมาณ 40 ล้านคนที่ได้รับเชื้อและสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้ เพื่อจะทำให้ Herd Immunity นั้นประสบความสำเร็จ
จากสถิติของโรค COVID-19
80.9% มีอาการไม่รุนแรงเหมือนไข้หวัด
13.8% มีอาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หายใจหอบเหนื่อย
4.7% มีอาการวิกฤตคือ ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว อวัยวะล้มเหลว ติดเชื้อในกระแสเลือด
2% มีอาการถึงเสียชีวิต
ซึ่งปกติผู้ป่วย COVID-19 จะมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 4%
หากมองในแง่ดี มีข้อมูลว่าอัตราการเสียชีวิตต่ำสุดประมาณ 0.7% (อ้างอิงจาก อัตราการเสียชีวิตในพื้นที่เขตอื่นๆ ในจีน)
ซึ่งเรื่องนี้เป็นเพียงการคาดการณ์ตัวเลขเท่านั้น
แต่เวลานี้ ก็ยังไม่มีความแน่ชัดว่า อังกฤษจะเอาจริงแค่ไหน
และปัจจุบันก็ยังมีมาตรการใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งไม่แน่ว่า ต่อไปอังกฤษอาจจะต้องปิดประเทศเหมือนประเทศอื่นๆ และใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นก็เป็นได้
แต่เรื่อง Herd Immunity คงไม่ใช่เรื่องเดียวที่สร้างความกังวลให้กับทั้งชาวไทย หรือแม้แต่คนอังกฤษเองที่อาศัยอยู่ที่นั่น
ยังมีเรื่องของระบบสาธารณสุขของอังกฤษ ที่อาจไม่ได้พร้อมเหมือนประเทศอื่นเท่าไรนัก
หรือหากมองในมุมคนไทยก็คือ การเข้าถึงการรักษานั้นเป็นไปได้ค่อนข้างยาก และไม่ได้สะดวกรวดเร็วเหมือนในไทย
แล้วระบบสาธารณสุขของอังกฤษนั้นเป็นอย่างไร?
หลายคนอาจจะมองว่าอังกฤษมีระบบการดูแลด้านสุขภาพดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ความจริงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น
หากเปรียบเทียบกับในยุโรป อังกฤษเอง มีสัดส่วนงบประมาณทางด้านสาธารณสุข น้อยกว่า ทั้ง เยอรมนี ฝรั่งเศส หรือสวีเดน เสียอีก
โดยงบประมาณที่น้อยกว่าจะสะท้อนไปถึงจำนวนทรัพยากร เตียง แพทย์ พยาบาล ที่น้อยลงไปด้วย อย่างในเยอรมนีมีจำนวนพยาบาลต่อประชากรสูงกว่าอังกฤษถึง 2 เท่า
นอกจากนี้จำนวนผู้สูงอายุในอังกฤษยังเพิ่มสูงขึ้น
ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุเหล่านี้ก็สูงตามไปด้วย
และที่สำคัญคือ จำนวนบุคลากรไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ดังนั้น การจะเข้ารักษา เวลาในการรอคิว ทุกอย่างจึงดูเป็นเรื่องที่ใช้เวลาและไม่ได้ง่ายดายเหมือนประเทศอื่น
ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า สถานการณ์ในอังกฤษจะเป็นอย่างไร
จะมีคนติดเชื้อเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิด Herd Immunity ตามเป้าหมายหรือไม่
พรีเมียร์ลีก จะกลับมาแข่งได้วันไหน
และที่สำคัญ ลิเวอร์พูลจะเป็นแชมป์หรือไม่..
การระบาดของ COVID-19 ในครั้งนี้ ก็ทำให้เราได้เห็นอะไรมากขึ้นว่า ระบบการดูแลสุขภาพของประชาชนในประเทศนั้นๆ เป็นอย่างไร
ประเทศที่ดูโชคดีที่สุดคงจะเป็นประเทศที่ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงทีมากที่สุด
และหลังจากวิกฤตในครั้งนี้จบลง หลายๆ ประเทศคงต้องมีการประเมิน และพัฒนาระบบสาธารณสุขของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมกับการเกิดโรคระบาดใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เพราะแน่นอนว่า เชื้อโรคจะวิวัฒนาการตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นอยู่เสมอ
ซึ่งทำให้ “สงคราม” ระหว่าง มนุษย์กับเชื้อโรค จะไม่พบกับคำว่า “สิ้นสุดลง”
อย่างน้อยก็ตราบเท่าที่มีโลกใบนี้อยู่..
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-https://pidst.or.th/userfiles/62_Community%20immunity.pdf
-https://www.bbc.com/news/health-50290033
-https://www.ft.com/content/38a81588-6508-11ea-b3f3-fe4680ea68b5
-https://www.ft.com/content/e4f4fef8-669f-11ea-800d-da70cff6e4d3
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2020-03-12/johnson-s-u-k-virus-strategy-needs-people-to-catch-the-disease
-https://www.bbc.com/thai/51969378
-https://www.worldometers.info/coronavirus/coronavirus-symptoms/
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.