นิวยอร์ก ศูนย์กลางระบาดล่าสุด

นิวยอร์ก ศูนย์กลางระบาดล่าสุด

31 มี.ค. 2020
นิวยอร์ก ศูนย์กลางระบาดล่าสุด /โดย ลงทุนแมน
เกือบ 50% ของผู้ป่วย COVID-19 ในสหรัฐอเมริกา มาจากรัฐนิวยอร์ก
ซึ่งขณะนี้มีผู้ป่วยมากกว่า 60,000 คนแล้ว
แซงหน้าพื้นที่ที่พบการระบาดแห่งแรกๆ อย่างรัฐวอชิงตัน และรัฐแคลิฟอร์เนียทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ
จริงอยู่ที่รัฐนิวยอร์ก เป็นที่ตั้งของ “เมืองนิวยอร์ก” ศูนย์กลางการเงินของสหรัฐอเมริกาและของโลก
และเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทระดับโลก
จึงมีการเดินทางของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก
ปัจจัยนี้ทำให้เป็นจุดเสี่ยงสำคัญของการแพร่ระบาดของโรค
แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
ต้องย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ประมาณปลายศตวรรษที่ 19
หากถามว่า ผู้คนส่วนใหญ่ในรัฐนิวยอร์กเป็นลูกหลานของผู้อพยพชาวยุโรปชาติใดมากที่สุด?
คำตอบไม่ใช่ชาวอังกฤษ ชาวดัตช์ ชาวไอริช หรือชาวเยอรมัน
เพราะประเทศในยุโรปที่บรรพบุรุษของประชากรในรัฐนิวยอร์กอพยพมามากที่สุด
ก็คือ “อิตาลี”
ความสัมพันธ์นี้น่าสนใจอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
รัฐนิวยอร์ก ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันมีประชากรราว 19.5 ล้านคน เมืองหลวงของรัฐเป็นเมืองเล็กๆ ชื่อ ออลบานี
แต่เมืองใหญ่ที่สุดคือ เมืองนิวยอร์ก มีประชากร 8.4 ล้านคน
ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาด้วย
แรกเริ่มเดิมที ชาวดัตช์เป็นผู้บุกเบิกดินแดนแถบนี้ ซึ่งถูกเรียกโดยรวมๆ ว่า “นิว นีเดอร์แลนด์”
โดยชาวดัตช์ได้ซื้อเมืองที่อยู่บนเกาะปากแม่น้ำมาจากชาวพื้นเมือง และตั้งชื่อว่า นิวอัมสเตอร์ดัม
ต่อมา เมื่ออังกฤษก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ ก็ได้ยึดเมืองนิวอัมสเตอร์ดัมมาจากชาวดัตช์ และเปลี่ยนชื่อเมืองนี้เป็น “นิวยอร์ก”
จนเมื่อมีการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1776
หลังจากนั้น มีชาวยุโรปมากมายอพยพเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศแห่งนี้
แต่คลื่นผู้อพยพจากยุโรปที่มาตั้งรกรากในรัฐนิวยอร์กมากที่สุด มาจากอิตาลี
ประเทศอิตาลีเริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ. 1861 โดยรวมนครรัฐต่างๆ บนคาบสมุทรอิตาลีเข้าไว้ด้วยกัน
ในช่วงเวลานั้น ยุโรปเริ่มมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้ว
รัฐทางภาคเหนือของอิตาลี ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองใหญ่อย่าง มิลานและตูริน
ร่ำรวยจากการเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ต่อเรือ สิ่งทอ และผลิตอาหาร
ในขณะที่รัฐทางภาคใต้ ยังคงเป็นเขตเกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่จึงยังคงมีฐานะยากจน
ความเหลื่อมล้ำนี้ ทำให้ในช่วงปี ค.ศ. 1890 - ค.ศ. 1910 ชาวอิตาลีจำนวนกว่า 5 ล้านคน โดยเฉพาะจากทางภาคใต้ ตัดสินใจอพยพหนีความแร้นแค้นมายังทวีปอเมริกา
ทั้งในอเมริกาใต้ เช่น อาร์เจนตินาและบราซิล
ส่วนในสหรัฐอเมริกา ชาวอิตาลีอพยพมาตั้งรกรากในรัฐนิวยอร์กมากที่สุด
มีจำนวนถึง 2.3 ล้านคน
ส่วนใหญ่คนเหล่านี้เข้ามาเป็นแรงงานก่อสร้างในเมืองนิวยอร์ก ย่านที่มีชาวอิตาลีอาศัยอยู่มากที่สุดในเมือง คือ Little Italy
ต่อมาแรงงานเหล่านี้ก็ค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นพ่อค้า นักธุรกิจ บ้างก็เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
แม้แต่ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กคนปัจจุบัน Andrew Cuomo
และนายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์ก Bill de Blasio ก็ล้วนสืบเชื้อสายมาจากผู้อพยพชาวอิตาลี
อุปนิสัยที่โดดเด่นของชาวอิตาลี ก็คือการคงความสัมพันธ์เครือญาติอย่างแน่นแฟ้น
ถึงแม้จะมาเป็นผู้อพยพในทวีปใหม่ ก็ยังคงไปมาหาสู่
ให้ความช่วยเหลือญาติในบ้านเกิดอยู่เสมอ
ปัจจุบัน ลูกหลานชาวอิตาลีในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 13.6% ของประชากร
จึงยังคงมีความสัมพันธ์กับเครือญาติในอิตาลีอย่างเหนียวแน่น
จากข้อมูลการท่องเที่ยวของอิตาลี ในปี 2018
ชาวต่างชาติที่ไปเยือนอิตาลีมากที่สุด
หากไม่นับอันดับ 1 คือชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นประเทศใกล้เคียง
อันดับ 2 จะเป็นชาวอเมริกัน เป็นจำนวนถึงปีละ 5.6 ล้านคน
โดยเส้นทางบินตรงที่หนาแน่นที่สุด ที่เชื่อมระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิตาลี
คือจากสนามบิน John F. Kennedy ในเมืองนิวยอร์ก
กับสนามบิน Milan Malpensa ในมิลาน
ในปี 2018 มีผู้โดยสารเดินทางด้วยเส้นทางนี้ถึงวันละ 2,200 คน
และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติ!
เมื่อเกิดการระบาดอย่างหนักของโควิด-19 ในอิตาลี ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่รัฐลอมบาร์ดี ทางตอนเหนือของประเทศ โดยเฉพาะในเขตเมืองมิลานและปริมณฑล
การระบาดเริ่มต้นประมาณวันที่ 23 กุมภาพันธ์ และเริ่มบานปลาย
จนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องประกาศระงับการเดินทางจากยุโรปมายังสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 30 วัน ในวันที่ 13 มีนาคม
ซึ่งก็สายเกินไปแล้ว การระบาดใหญ่ในมิลานได้เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น 20 วันแล้ว..
ขณะนี้จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในรัฐนิวยอร์ก ยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ว่าการรัฐได้มีการออกประกาศให้ประชาชนอยู่บ้านให้มากที่สุด และมีการสั่งปิดสถานที่ กิจการ ร้านค้าหลายแห่ง เพื่อลดการรวมตัวของผู้คน
รัฐนิวยอร์กมีขนาดเศรษฐกิจกว่า 55 ล้านล้านบาท เกือบเท่าประเทศอิตาลีทั้งประเทศ
และมีสัดส่วนเป็น 10% ของ GDP ประเทศสหรัฐอเมริกา
ทั้งยังเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลก
เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่บริษัทระดับโลก
ทั้งภาคการเงินอย่าง Citigroup, Morgan Stanley,
สำนักข่าว Bloomberg, บริษัทยา Pfizer ฯลฯ
เป็นที่น่าคิดว่า เศรษฐกิจของรัฐนิวยอร์กกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก
และจะลุกลามสู่เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา บานปลายไปทั่วโลก
ด้วยสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็นที่ชื่อ โควิด-19
จากอู่ฮั่น สู่มิลาน
ตอนนี้ ศูนย์กลางการระบาดแห่งใหม่
ได้ย้ายมาสู่เมืองนิวยอร์ก
เมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของโลก เรียบร้อยแล้ว..
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี, ลงทุนแมน
-https://www.worldometers.info/coronavirus/country/us/
-https://www.theguardian.com/us-news/2015/feb/24/new-wave-migrants-diverse-italian-american-communities
-https://macaulay.cuny.edu/seminars/reichl10/content/italian-american-economic-rise/index.html
-https://en.wikipedia.org/wiki/Milan_Malpensa_Airport
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.