อนาคตของรัสเซีย ในช่วง ราคาน้ำมันตกต่ำ

อนาคตของรัสเซีย ในช่วง ราคาน้ำมันตกต่ำ

8 เม.ย. 2020
อนาคตของรัสเซีย ในช่วง ราคาน้ำมันตกต่ำ /โดย ลงทุนแมน
ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันที่กำลังทำจุดต่ำสุดในรอบ 18 ปี แน่นอนว่าส่งผลกระทบทั้งในระดับบริษัทและประเทศที่มีรายได้มาจากอุตสาหกรรมน้ำมัน หนึ่งในนั้นรวมถึงรัสเซีย..
แล้วรัสเซียจะได้รับผลกระทบจากสงครามราคาน้ำมันที่ตนเองก่อไว้มากแค่ไหน
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
รัสเซียเป็นประเทศที่มีขนาดพื้นที่เท่ากับ 17.1 ล้านตารางกิโลเมตร
ซึ่งด้วยพื้นที่ขนาดนี้ ทำให้รัสเซียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โดยใหญ่กว่าประเทศไทย 33 เท่า
ด้วยพื้นที่ที่ใหญ่มหาศาล ทำให้รัสเซียนั้นครอบครองทรัพยากรธรรมชาติมีค่าจำนวนมาก เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และแร่มีค่าต่างๆ
โดยธนาคารโลกนั้นประเมินว่า มูลค่าทรัพยากรธรรมชาติของรัสเซียมีมูลค่ากว่า 2,400 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 86% ของมูลค่า GDP ปัจจุบันของโลกที่ 2,800 ล้านล้านบาท
รัสเซียยังเป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบสำรองเท่ากับ 80,000 ล้านบาร์เรล สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 8 ของโลก
ขณะที่ ถ้าเราใช้ราคาน้ำมันดิบ (เบรนท์) ณ ปัจจุบันที่ประมาณ 33 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แหล่งน้ำมันดิบสำรองของรัสเซียจะมีมูลค่าสูงถึง 84 ล้านล้านบาท
ปัจจุบัน รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับที่ 3 ของโลก โดยผลิตวันละ 10.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
หมายความว่า รัสเซียจะสามารถผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งที่มีอยู่ไปได้อีกไม่ต่ำกว่า 21 ปี
ปี 2019 มูลค่าการส่งออกทั้งหมดของรัสเซียเท่ากับ 13.5 ล้านล้านบาท ซึ่ง 52% หรือประมาณ 7.1 ล้านล้านบาท เกิดจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
แล้วรายได้จากการส่งออกน้ำมันของรัสเซียมีสัดส่วนเท่าไรต่อรายรับของรัฐบาล
ปี 2017 จำนวน 2.5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 40% ของรายรับของรัฐบาล
ปี 2018 จำนวน 3.8 ล้านล้านบาท คิดเป็น 46% ของรายรับของรัฐบาล
ปี 2019 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 39% ของรายรับของรัฐบาล
ดูแบบนี้ แทบไม่ต้องแปลกใจว่า รายได้จากอุตสาหกรรมน้ำมันนั้น มีความสำคัญต่อรายรับของรัฐบาลรัสเซียมากแค่ไหน
จะเห็นว่า ในปี 2019 รายรับของรัฐบาลรัสเซียจากอุตสาหกรรมน้ำมันลดลงไปประมาณ 500,000 ล้านบาท
เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในปี 2019 ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2018
พอเรื่องเป็นแบบนี้ จึงทำให้หลายคนคาดว่า รัสเซียอาจเจอกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะเมื่อ 6 ปีที่แล้วเศรษฐกิจของรัสเซียเคยเข้าสู่ภาวะวิกฤติซึ่งเกิดจากการตกต่ำของราคาน้ำมันดิบที่ลดเกือบเท่าตัวในช่วงเวลาเพียงแค่ 1 ปี
ปี 2014 ราคาน้ำมันดิบ (เบรนท์) เฉลี่ยเท่ากับ 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปี 2015 ราคาน้ำมันดิบ (เบรนท์) เฉลี่ยเท่ากับ 52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
เมื่อรวมกับการที่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียหลังจากที่รัสเซียรุกรานดินแดนยูเครน ทำให้รัสเซียเข้าสู่ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2014

ซึ่งแน่นอนว่า รัสเซียตอบโต้ประเทศที่คว่ำบาตรด้วยการลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ไม่ให้เข้ามาขายในรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม เมื่อสินค้านำเข้าลดลง ส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจนนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อจากปี 2014 อยู่ที่ 8% เพิ่มขึ้นเป็น 16% ในปี 2015
พอเรื่องเป็นแบบนี้ จึงส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากขาดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของรัสเซีย นำไปสู่การขายสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปสกุลเงินรูเบิล จนทำให้ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าลงอย่างหนัก
พฤศจิกายน ปี 2013 เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 32.99 รูเบิล
กุมภาพันธ์ ปี 2015 เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 66.03 รูเบิล
ปัจจุบัน เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 75.44 รูเบิล
ซึ่งการอ่อนค่าลงของเงินรูเบิล ทำให้บริษัทรัสเซียจำนวนมากมีภาระหนี้สินในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น และเกิดปัญหาในการจ่ายดอกเบี้ยที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ ธนาคารกลางรัสเซียได้นำทุนสำรองระหว่างประเทศออกมาพยุงค่าเงินรูเบิล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียลดลงกว่า 4 ล้านล้านบาทในช่วงระหว่างปี 2014-2015
แต่ค่าเงินรูเบิลของรัสเซียก็ยังอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ธนาคารกลางต้องหยุดการนำเงินทุนสำรองออกมาพยุงค่าเงินรูเบิล แล้วหันมาใช้วิธีขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 10.5% เพิ่มไปถึง 17% ในเดือนธันวาคมปี 2014 เพื่อยับยั้งการอ่อนค่าของเงินรูเบิล
ขณะที่ดัชนี RTS Index ที่รวมหุ้นขนาดใหญ่ 50 ตัวในตลาดหุ้น Moscow ในช่วงระหว่างปี 2014-2015 ปรับตัวลดลงประมาณ 50%
กลับมาที่ปัจจุบัน น่าสนใจว่าสงครามราคาน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างรัสเซียกับซาอุดีอาระเบีย ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงไป 63% จากปลายปี 2019 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 18 ปี ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำอยู่
สิ่งที่น่าคิดต่อมาก็คือ
ถ้าสถานการณ์ยังลากยาวไปเรื่อยๆ แบบนี้
รัสเซียก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเหมือนตอนนั้นอีกครั้ง
แต่เมื่อมองไปทั่วโลกตอนนี้
ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่รัสเซียประเทศเดียวที่กำลังจะเจอปัญหา
ทุกประเทศที่พึ่งพาน้ำมัน
ทุกประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยว
ทุกประเทศที่พึ่งพาการส่งออก
ดูเหมือนว่าจะมีอีกหลายประเทศที่กำลังย่ำแย่ ในอนาคตอันใกล้นี้..
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_and_dependencies_by_area
-https://en.wikipedia.org/wiki/Economy_of_Russia
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_GDP_(nominal)
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_proven_oil_reserves
-http://www.worldstopexports.com/worlds-top-oil-exports-country/
-https://www.statista.com/statistics/1028682/russia-federal-budget-oil-and-gas-revenue/
-http://www.worldstopexports.com/russias-top-import-partners/
-https://www.eia.gov/dnav/pet/hist/rbrteM.htm
-https://russiabusinesstoday.com/economy/russias-duma-approves-amendments-to-russias-state-budget/
-https://www.minfin.ru/en/statistics/fedbud/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Russian_financial_crisis_(2014–2017)
-https://en.wikipedia.org/wiki/RTS_Index
-https://www.macrotrends.net/countries/RUS/russia/inflation-rate-cpi
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.CD?locations=RU
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.