ในช่วงกักตัว บางธุรกิจออนไลน์ อาจไม่ได้ประโยชน์อย่างที่คิด

ในช่วงกักตัว บางธุรกิจออนไลน์ อาจไม่ได้ประโยชน์อย่างที่คิด

9 เม.ย. 2020
ในช่วงกักตัว บางธุรกิจออนไลน์ อาจไม่ได้ประโยชน์อย่างที่คิด /โดย ลงทุนแมน
ถ้าเราต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน ธุรกิจอะไรจะได้ประโยชน์บ้าง?
การจะตอบคำถามนี้ เราอาจจะย้อนกลับมามองว่า ตัวเองทำอะไรตอนอยู่บ้านบ้าง
ดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ผ่านสตรีมมิงออนไลน์
ทำงานจากที่บ้านผ่านระบบคลาวด์
อัปเดตข่าวสารและเชื่อมต่อกับโลกภายนอก ผ่านโซเชียลมีเดีย
ชอปปิงออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
พอเห็นแบบนี้แล้ว ก็น่าจะแปลได้ว่าธุรกิจออนไลน์ กำลังได้ประโยชน์จากเรื่องนี้
แต่จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าธุรกิจออนไลน์พวกนี้จะได้รับประโยชน์ไปทั้งหมด
แล้วธุรกิจออนไลน์อะไร กำลังจะเสียประโยชน์จากช่วงที่คนส่วนใหญ่ในโลกถูกกักตัว?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
เมื่อไม่นานมานี้ เฟซบุ๊กมีรายงานออกมาว่า ในประเทศที่มีการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง
มียอดการส่งข้อความเพิ่มขึ้นมากกว่า 50%
ปริมาณการโทรและวิดีโอคอล ก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
รวมถึงการใช้งานฟีดข่าว และสตอรีก็เพิ่มขึ้นและนานขึ้น
ยกตัวอย่างเช่นในอิตาลี ระยะเวลาการใช้งานแพลตฟอร์มในเครือของเฟซบุ๊ก เพิ่มขึ้นถึง 70%
ถ้าเห็นอย่างนี้มองอย่างไรเฟซบุ๊กก็เป็นธุรกิจที่ได้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม ต้องอย่าลืมว่า รายได้หลักเกือบ 99% ของเฟซบุ๊กมาจากโฆษณา
ดังนั้นแม้ว่าจะมีจำนวนการใช้งานเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคนโฆษณาในเฟซบุ๊ก
เฟซบุ๊ก ก็ย่อมได้รับผลกระทบเช่นกัน
ตอนนี้ที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังชะลอตัว หลายบริษัทต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพื่อลดค่าใช้จ่าย
เม็ดเงินสำหรับโฆษณาก็จะลดลงตามไปด้วย
ที่สำคัญคือ นอกจากรายได้จากโฆษณาจะลดลงแล้ว เฟซบุ๊กยังอาจต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับการทำให้แพลตฟอร์มของตัวเองรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
แปลว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีโมเดลธุรกิจคล้ายกับเฟซบุ๊ก อาศัยรายได้จากการโฆษณาเป็นหลัก ก็น่าจะได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน
ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียอื่นอย่างทวิตเตอร์ หรือเวยป๋อของจีน
รวมถึงเว็บเสิร์ชเอนจิน อย่างกูเกิล หรือไป่ตู้..
อีกหนึ่งธุรกิจออนไลน์ที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้รับผลกระทบก็คือ มิวสิกสตรีมมิงกับพอดแคสต์
โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่จะใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้ตอนกำลังเดินทาง หรือควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมอื่นอย่าง เช่น การทำงาน หรือการออกกำลังกาย
นอกจากนั้น ตามร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงคาเฟ่ ก็มักจะเปิดเพลงจากมิวสิกสตรีมมิงด้วย
พอเจอกับสถานการณ์ตอนนี้ ที่หลายพื้นที่ในโลกประกาศปิดประเทศ
ผู้คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน ถ้าไม่จำเป็น
จึงไม่น่าแปลกใจว่า ยอดการฟังเพลงและพอดแคสต์จะลดลงไปด้วย
โดยมีรายงานว่า จำนวนการฟังเพลงบน Spotify ลดลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะอิตาลี ที่มีการระบาดอย่างหนัก มีจำนวนการฟังลดลงกว่า 20%
แม้ว่าการที่มีคนฟังน้อยลง อาจไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเจ้าของสตรีมมิง
และอาจจะส่งผลดีด้วยซ้ำ เนื่องจากต้นทุนของแพลตฟอร์มก็คือการจ่ายค่าเพลงให้กับศิลปิน
ซึ่งมักจะคิดตามจำนวนการฟังของผู้ใช้งาน
โดยที่รายได้ของมิวสิกสตรีมมิงจะมาจากค่าโฆษณา และค่าสมาชิกแบบพรีเมียม
แปลว่าถ้ายังมีลูกค้าจ่ายเงินให้ต่อไปเรื่อยๆ ธุรกิจก็อาจไม่ได้เสียอะไร
แต่ก็เหมือนกับกรณีของเฟซบุ๊ก รายได้จากโฆษณาอาจจะลดลง
และถ้าสถานการณ์การระบาดยังยืดเยื้อต่อไปเรื่อยๆ
คนไม่ค่อยได้ฟังเพลงผ่านมิวสิกสตรีมมิงแล้ว ก็อาจตัดสินใจยกเลิกการเป็นสมาชิกในที่สุด
แล้วในกรณีของธุรกิจวิดีโอสตรีมมิง ที่กำลังเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสุดๆ สำหรับการต้องอยู่แต่กับบ้าน เป็นอย่างไรบ้าง?
สำหรับธุรกิจวิดีโอสตรีมมิง จะบอกว่าได้ประโยชน์เต็มๆ ก็คงพูดไม่ได้อย่างเต็มปาก
เพราะอย่าง Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิงรายใหญ่อันดับต้นๆ
ก็กำลังเจอความท้าทายอยู่ตอนนี้
ข้อแรก จากความดุเดือดของการแข่งขันกันเองในอุตสาหกรรม
ข้อสอง แม้ว่าช่วงนี้จะมียอดสมาชิกเพิ่มขึ้น แต่โดยปกติแล้วแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็จะมีช่วงทดลองใช้งาน ซึ่งก็เป็นไปได้ว่า สมาชิกใหม่บางคนอาจยกเลิกก่อนที่จะต้องชำระเงินจริง
ข้อสาม คอนเทนต์ใหม่ๆ ที่ปกติแพลตฟอร์มจะใช้เป็นตัวดึงลูกค้า
ก็ไม่สามารถผลิตได้ในตอนนี้ เพราะต้องหลีกเลี่ยงการรวมตัวของคนจำนวนมาก
ไม่เพียงเฉพาะเจ้าของแพลตฟอร์มสตรีมมิง แต่ค่ายภาพยนตร์ใหญ่ๆ อย่าง Warner Bros., Disney, Sony ต่างก็ชะลอการถ่ายทำคอนเทนต์ของตนเองเช่นกัน
ดังนั้น ถ้าแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงเหล่านี้ไม่มีคอนเทนต์ใหม่ๆ แล้ว
ลูกค้าจะยังยอมเสียเงินค่าสมาชิกอยู่หรือไม่
หรือในกรณีที่การระบาดยังยืดเยื้อต่อไปเรื่อยๆ คนจะมองว่าเป็นค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและเก็บไปใช้ใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็น
ดังนั้น จากประโยคที่ว่า “ในทุกวิกฤติมักมีโอกาสเสมอ”
สำหรับธุรกิจยุค COVID-19 “โอกาส” จากวิกฤติครั้งนี้ก็อาจจะหายากหน่อย
เพราะขนาดธุรกิจ ที่ดูเหมือนจะได้ประโยชน์ ก็ยังได้รับผลกระทบ
และถ้าการระบาดยังลากยาวต่อไป
สุดท้ายแล้วทุกธุรกิจที่ยังได้ประโยชน์อยู่
อาจจะกลายเป็นเสียประโยชน์เหมือนกันหมดก็เป็นได้
เพราะผู้คนไม่รู้จะเอาเงินจากที่ไหนมาจ่ายซื้อสินค้า ซื้อบริการ จากธุรกิจเหล่านั้นแล้ว..
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-https://about.fb.com/news/2020/03/keeping-our-apps-stable-during-covid-19/
-https://www.cnbc.com/2020/03/06/facebook-ad-revenue-to-be-hurt-by-coronavirus-needham-analysts-say.html
-https://www.bbc.com/news/technology-52037461
-https://www.theguardian.com/music/2020/mar/19/musicians-ask-spotify-to-triple-payments-to-cover-lost-concert-revenue
-https://www.musicbusinessworldwide.com/yes-global-spotify-chart-streams-are-down-this-week-no-that-doesnt-mean-coronavirus-is-hurting-the-record-industry/?utm_source=podnews.net&utm_medium=web&utm_campaign=podnews.net:2020-03-23
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.