การลงทุนที่น่ากลัว ในวันที่สิ้นสุด COVID-19

การลงทุนที่น่ากลัว ในวันที่สิ้นสุด COVID-19

30 เม.ย. 2020
การลงทุนที่น่ากลัว ในวันที่สิ้นสุด COVID-19 /โดย ลงทุนแมน
วันนี้ ยังไม่มีใครบอกได้ว่า
การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 จะคลี่คลายเมื่อไร และจะกลับมาระบาดระลอก 2 หรือไม่
เพราะตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และยารักษาที่มีประสิทธิภาพ
เราก็คงไม่อาจ “ฟันธง” ในเรื่องนี้ได้
แต่ภาพที่เกิดขึ้นไปแล้วก็คือ เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบรุนแรง
และก็ยังไม่มีใครสามารถบอกเราได้ว่า
หากวิกฤตินี้สิ้นสุดลง เศรษฐกิจไทยจะกลับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อไร
หลายคนอาจมองว่าหลังวิกฤตินี้ การใช้ชีวิตจะเปลี่ยนไป
เราจะรักษาสุขภาพมากกว่าเดิม พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีในโลกดิจิทัลมากขึ้น
แต่รู้หรือไม่อีกสิ่งที่น่าเป็นห่วง ที่เราอาจได้เห็นหลังจบวิกฤตินี้
ก็คือ การชักชวนการลงทุนโดยโฆษณาว่า “ได้ผลตอบแทนสูง”
ในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ
และการทำธุรกิจที่ยากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
หลายคน กำลังมองหาการลงทุนที่จะได้กำไรสูง จนอาจเผลอลืมตัว ไปกับโฆษณาชวนเชื่อ
สุดท้ายจากผลกำไรที่หวังไว้กลายเป็นว่าทำให้ หมดตัว..
จริงๆ แล้ว เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งทั้งในระดับโลกและในเมืองไทย
แล้วเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างไรบ้าง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
หลายคนคงเคยได้ยิน ชื่อ “พอนซี สกีม” (Ponzi Scheme)
เพราะชื่อนี้คือ คนที่โกงได้คลาสสิกคนหนึ่งของโลก
ปี พ.ศ. 2463 นายชาร์ล พอนซี นำไอเดียการฉ้อโกงจากนิยายที่แต่งขึ้นในปี พ.ศ. 2387
มาใช้จริง ๆ ด้วยการหลอกให้คนเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจ IRC (International Reply Coupon)
ซึ่งเป็นธุรกิจบัตรที่ไว้แลกแสตมป์สำหรับการส่งจดหมายข้ามประเทศ
โดยนายพอนซี โฆษณาว่าเขาพบช่องโหว่ IRC ในยุโรปหลายประเทศ ซึ่งเขาจะสามารถทำกำไรส่วนต่างถ้านำมาขายในสหรัฐอเมริกาได้
เขาได้นำเงินที่ได้จากผู้ลงทุนรายใหม่ไปจ่ายเป็นผลกำไรให้กับนักลงทุนรายเก่า
หมุนเวียนเป็นแชร์ลูกโซ่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หมุนเงินไม่ทัน ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายผลตอบแทนได้ ซึ่งมีคนหลงเชื่อกว่า 15,000 คน
มีการประเมินว่า การฉ้อโกงครั้งนี้ สร้างความเสียหายไว้ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือหากคิดเป็นค่าเงินในปัจจุบัน จะเทียบเท่ากับ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8,000 ล้านบาท
สำหรับในประเทศไทยหลายคนคงไม่ลืม วงแชร์ระดับตำนานอย่าง “แชร์แม่ชม้อย”
จนถึงคดีล่าสุดอย่าง “แชร์แม่มณี”
คดี “แชร์แม่ชม้อย” เกิดขึ้นช่วงปี พ.ศ. 2525 โดย นางชม้อย อดีตเคยเป็นพนักงานองค์การเชื้อเพลิง
พร้อมกับสร้างเรื่องว่าตัวเองได้ลาออกจากงานประจำ มาเปิดบริษัทเกี่ยวกับน้ำมัน ทำกิจการซื้อขายน้ำมัน ทั้งในและต่างประเทศ
พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจลงทุนนำเงินไปลงทุนซื้อน้ำมัน 1 คันรถบรรทุกด้วยเงิน 160,500 บาท
กำหนดดอกเบี้ยตอบแทน 6.5% ต่อเดือน หรือคิดเป็นเงิน 12,000 บาทต่อเดือน
ที่น่าสนใจก็คือผู้ลงทุนสามารถถอนเงินต้นได้ตลอดเวลา
จนเวลาต่อมา ความจริงได้ปรากฏว่า กิจการซื้อขายน้ำมันไม่มีอยู่จริง
ที่ผ่านมาเป็นแค่การหมุนเวียนเงินไปมา
ประชาชนผู้เสียหายในคดีนี้มีมากถึง 13,248 คน มีการทำสัญญากู้ยืมเงินทั้งหมด 23,519 ฉบับ รวมเป็นเงิน 4,044 ล้านบาท ถ้ารวมเงินเฟ้อและเทียบเป็นเงินสมัยนี้จะมากถึง 10,000 ล้านบาท กลายเป็นคดีอภิมหาโกงที่มีมูลค่ามากสุดในประวัติศาสตร์
ส่วนล่าสุดคดี “แชร์แม่มณี” ที่เกิดจาก น.ส.วันทนีย์
ที่ระดมคนให้คนมาร่วมลงทุนในวงแชร์ วงละ 1,000 บาท
พร้อมการันตีเงินคืนถึง 1,930 บาทในเวลา 1 เดือน
ต่อมาได้เปลี่ยนให้การลงทุนสั้นขึ้น โดยลงทุน 400 บาท จะได้รับคืน 500 บาทภายใน 7 วัน
สรุปแล้วมีคนหลงเชื่อมากกว่า 2,500 ราย เกิดความเสียหายกว่า 1,400 ล้านบาท
จริงๆ แล้วเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่คนทั่วไปต้องระวัง
แม้แต่นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ จนถึงสถาบันการเงินหลายแห่ง ก็เคยถูกหลอกให้เชื่อว่าบริษัทนั้นเป็นธุรกิจที่มีอนาคต กำไรดี มีสินทรัพย์หลายพันล้านบาทมาค้ำประกัน
แต่ภายหลังกลับพบว่า เป็นเอกสารปลอม มีการตกแต่งตัวเลขทางบัญชี และได้ไปขอเงินกู้จากสถาบันการเงินหลายแห่ง เพื่อไปหมุนเวียนชำระหนี้ธนาคาร เพื่อให้ดูเป็นลูกหนี้ชั้นดี
สุดท้ายเจ้าของบริษัทก็ได้โยกย้ายเงินออกไป และผิดชำระหนี้ในที่สุด
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น
ถ้าสถาบันการเงินได้กันสำรองหนี้เสีย ก็จะกระทบกับกำไรในปีนั้น และหากหนี้เสียได้คืนในวันชนะคดี ก็จะกลับมาเป็นกำไรในปีนั้น
แต่สำหรับความเสียหายที่เกิดกับประชาชนธรรมดาที่เป็นผู้ถือหุ้น และผู้ถือหุ้นกู้ ดูเหมือนจะร้ายแรง และต้องเจ็บปวด เพราะบางคนสูญเสียเงินบำนาญ หรือเงินที่สะสมมาทั้งชีวิต
เศรษฐกิจกลับมาฟื้นเมื่อใด
ขอให้ระวังไว้หากจะตัดสินใจลงทุนกับใครก็ตาม ที่หลอกล่อด้วยผลตอบแทนสูงๆ และธุรกิจนั้นมีรูปแบบธุรกิจที่ไม่สามารถตรวจสอบเอกสารหลักฐานได้ชัดเจน หรือมีผู้บริหารหรือกรรมการที่มีประวัติความไม่โปร่งใส
ในอีกไม่กี่ปี เราชาวโลกก็น่าจะสามารถรับมือกับเจ้า COVID-19 ได้
แต่ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เราก็จะยังไม่มีวัคซีนมาสู้กับการฉ้อโกงนี้อยู่ดี
สิ่งที่ทำได้ก็คือ เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันความโลภ ให้กับตัวเราเองตั้งแต่วันนี้
เพราะไม่ว่าเชื้อโรคจะรุนแรงแค่ไหน
ก็อาจจะไม่เท่าเชื้อโกงที่อยู่ในตัวมนุษย์บางคน..
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.