ผลผลิตไวน์ กำลังลดลงเรื่อยๆ

ผลผลิตไวน์ กำลังลดลงเรื่อยๆ

6 พ.ค. 2020
ผลผลิตไวน์ กำลังลดลงเรื่อยๆ /โดย ลงทุนแมน
ไวน์เป็นเครื่องดื่มที่มีความผูกพันกับวัฒนธรรมตะวันตกอย่างเหนียวแน่น
ตั้งแต่ศาสนา การเมือง สังคม ไปจนถึงการรักษาพยาบาล
ชาวโรมันนับถือเทพแห่งไวน์
ไวน์ คือ สัญลักษณ์แทนพระโลหิตของพระเยซูตามความเชื่อของศาสนาคริสต์
ทหารในสงครามนโปเลียนใช้ไวน์ความเข้มข้นสูงฆ่าเชื้อบริเวณบาดแผล
ไวน์ถูกจัดเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรามาช้านาน
แม้แต่ในปัจจุบัน
ความนิยมไวน์ก็ถูกเผยแพร่มาถึงโลกตะวันออกผ่านการเจรจาธุรกิจ
นับได้ว่า ประวัติศาสตร์ตะวันตกมีเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
สุภาษิตโรมันได้กล่าวไว้ว่า
“In vino veritas”
ซึ่งแปลว่า ในไวน์มีความจริงซ่อนอยู่..
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
แต่ไม่ว่าในไวน์จะซ่อนความจริงอะไรไว้
ความจริงที่น่าสนใจก็คือ
ผลผลิตของไวน์ทั่วโลกกำลังมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ
เกิดอะไรขึ้นกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีตำนานยาวนานที่สุดของมนุษยชาติ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
วัตถุดิบที่สำคัญที่สุดของไวน์จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก “องุ่น”
การหมักองุ่นด้วยยีสต์ จะทำให้ยีสต์กินน้ำตาลในองุ่น แล้วเปลี่ยนเป็นเอทิลแอลกอฮอล์
แม้ทุกวันนี้จะมีการปลูกองุ่นได้ทั่วโลก
แต่องุ่นชั้นดีนั้นต้องเป็นพืชท้องถิ่นของบริเวณที่มี “ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน”
แล้วภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน คืออะไร?
หากลองกางแผนที่ภูมิศาสตร์โลก จะพบบริเวณๆ หนึ่ง
ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทะเลทรายที่แห้งแล้ง กับป่าเขตอบอุ่นที่มีฝนตกชุก
ส่งผลให้บริเวณนี้ ในฤดูร้อนมีอากาศแห้งแล้งและแดดจัด แต่มีฝนตกและชุ่มชื้นในฤดูหนาว
ภูมิอากาศแบบนี้จะพบได้รอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งอยู่ระหว่างทะเลทรายสะฮารา กับป่าเขตอบอุ่นของยุโรป ภายหลังจึงนำชื่อทะเลมาตั้งเป็นชื่อของลักษณะภูมิอากาศ
องุ่น ซึ่งเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัด และต้องการความชื้นแบบพอดีๆ จึงเติบโตได้ดี
ประเทศที่มีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนจึงกลายเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่สำคัญของโลก
ทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน และโปรตุเกส ไวน์ที่ผลิตจากดินแดนแถบนี้จะถูกเรียกว่า
“ไวน์โลกเก่า”
ต่อมาในราวศตวรรษที่ 15-16 เมื่อชาวยุโรปออกเดินเรือไปทั่วโลก
ค้นพบดินแดนแห่งใหม่ ยึดครองดินแดนเหล่านั้นเป็นอาณานิคม แล้วเรียกว่า “โลกใหม่”
เวลาต่อมาก็ค้นพบว่า ดินแดนหลายแห่งในโลกใหม่
มีภูมิอากาศคล้ายรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน..
แถบแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา
ตอนกลางของชิลีและอาร์เจนตินา
ชายฝั่งตอนใต้ของแอฟริกาใต้
ชายฝั่งตะวันตกและตอนใต้ของออสเตรเลีย
ชาวยุโรปที่อพยพไปตั้งรกราก ได้นำองุ่น และวิถีชีวิตการทำไวน์มายังดินแดนใหม่นี้ด้วย
ไวน์ที่ผลิตจากดินแดนเหล่านี้จึงถูกเรียกว่า “ไวน์โลกใหม่”
5 ประเทศที่ผลิตไวน์มากที่สุดในโลก ในปี 2018
อันดับ 1 อิตาลี คิดเป็นสัดส่วน 19%
อันดับ 2 ฝรั่งเศส คิดเป็นสัดส่วน 17%
อันดับ 3 สเปน คิดเป็นสัดส่ดส่วน 15%
อันดับ 4 สหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 8%
อันดับ 5 อาร์เจนตินา คิดเป็นสัดส่วน 5%
จะเห็นได้ว่า ประเทศที่ผลิต “ไวน์โลกเก่า” 3 อันดับแรก
ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อผลผลิตไวน์ของโลก คิดเป็นสัดส่วนถึง 51%
แต่ไม่ว่าจะเป็นไวน์โลกเก่าหรือไวน์โลกใหม่
เวลานี้ แหล่งผลิตไวน์สำคัญกำลังประสบปัญหา
ปี 2018 ทั่วโลกผลิตไวน์ได้ 29,200 ล้านลิตร
ปี 2019 ทั่วโลกผลิตไวน์ได้ 26,300 ล้านลิตร
หรือคิดเป็นอัตราลดลง 10%
โดยมีปัจจัยที่สำคัญมาจาก “ภาวะโลกร้อน”
ที่ส่งผลให้ประเทศที่มีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก
ภาวะโลกร้อน ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น
ในฤดูร้อน อากาศจะร้อนและแห้งแล้งมากกว่าเดิม
ในขณะที่ฝนก็จะตกหนักและอากาศหนาวกว่าเดิมในฤดูหนาว
ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนทำลายการเจริญเติบโตของต้นองุ่น

ในทวีปยุโรป ผลผลิตไวน์ในปี 2019 ของอิตาลีและฝรั่งเศสลดลง 15%
ส่วนผลผลิตของสเปนลดลงมากถึง 24%
ส่วนผลผลิตไวน์ในทวีปอื่นๆ
สหรัฐอเมริกา ลดลง 1%
ออสเตรเลีย ลดลง 3%
ชิลี ลดลง 7%
แอฟริกาใต้ ลดลง 9%
และอาร์เจนตินา ลดลง 10%
มูลนิธิ Thomson Reuters ได้คาดการณ์ว่า
หากภาวะโลกร้อนยังคงทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตขององุ่นจะลดลงเรื่อยๆ
หากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นอีก 2 องศาเซลเซียส ผลผลิตองุ่นจะลดลง 24%
และหากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นอีก 3 องศาเซลเซียส ผลผลิตองุ่นจะลดลง 56%
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศยังทำให้เกิดไฟป่าลุกลามในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะในออสเตรเลีย
ต้นปี 2020 ไฟป่าได้สร้างความเสียหายให้กับไร่องุ่นหลายแห่ง
โดยเฉพาะในรัฐนิวเซาท์เวลส์
คาดว่าไฟป่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไวน์ในรัฐแห่งนี้ คิดเป็นมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาท
นอกจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแล้ว
ศัตรูของไวน์ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า..
การระบาดของโควิด-19 ในทวีปยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี สเปน และฝรั่งเศส
และลุกลามไปถึงสหรัฐอเมริกา ชิลี อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้
ประเทศผู้ผลิตไวน์ชั้นนำล้วนประสบการระบาดอย่างหนัก
หลายพื้นที่มีการสั่งปิดเมือง ปิดการเดินทางของผู้คน
ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถเดินทางออกมาทำการเกษตรได้
องุ่นเป็นพืชที่ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคและแมลง ผู้เพาะปลูกต้องดูแลและประคบประหงมอย่างใกล้ชิด การปล่อยปละละเลยอาจทำให้องุ่นติดโรคและให้ผลผลิตน้อยลง
จึงเป็นไปได้ว่า ปี 2020 จะเป็นอีกปีที่ผลผลิตไวน์ลดลงเรื่อยๆ
เครื่องดื่มที่ขับเคลื่อนประวัติศาสตร์โลกตะวันตกกำลังประสบวิกฤติครั้งสำคัญที่สุด
ในประวัติศาสตร์
โดยที่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่า นอกจากสภาพอากาศแล้ว
ศัตรูของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
จะเป็นสิ่งที่ถูกทำลายได้ด้วยแอลกอฮอล์นั่นเอง..
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-https://www.bkwine.com/features/more/world-wine-production-reaches-record-level-2018-consumption-stable/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Mediterranean_climate
-http://www.oiv.int/public/medias/7046/en-oiv-press-release-2019-wine-production-first-estimations.pdf
-https://www.weforum.org/agenda/2020/01/grape-varieties-climate-change-wine-industry/
-https://www.abc.net.au/news/rural/2020-02-28/fire-and-smoke-costs-wine-industry-40-million-dollars/11972450
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.