เคปทาวน์ เมืองดาวรุ่ง ที่อันตรายสุดในโลก

เคปทาวน์ เมืองดาวรุ่ง ที่อันตรายสุดในโลก

10 พ.ค. 2020
เคปทาวน์ เมืองดาวรุ่ง ที่อันตรายสุดในโลก /โดย ลงทุนแมน
“ผมยิงคนที่เมืองนี้มามาก จนจำไม่ได้ว่าเท่าไร”
ประโยคนี้พูดโดยฆาตกรที่ก่อคดียิงคนที่เมืองเคปทาวน์ ของประเทศแอฟริกาใต้
แม้ว่าในปี 2010 ที่นี่เคยจัดมหกรรมฟุตบอลโลก
และในปี 2014 นิตยสาร The New York Times
เคยจัดอันดับให้ที่นี่เป็นเมืองที่น่ามาเยี่ยมเยือนมากที่สุดในโลก
แต่รู้ไหมว่า ในอีกมุมหนึ่งของเคปทาวน์
ที่นี่คือหนึ่งในเมืองที่อันตรายสุดในโลก..
เรื่องนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
เคปทาวน์เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศแอฟริกาใต้ ใกล้กับแหลมกู๊ดโฮป
ซึ่งเป็นจุดสำคัญสำหรับนักเดินเรือในอดีต
เพราะถือว่าเป็นจุดแบ่งระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรอินเดีย
ในแง่ประวัติศาสตร์ เมืองเคปทาวน์ถูกก่อตั้งโดยกลุ่มนักเดินเรือชาวดัตช์
ก่อนจะถูกชาวอังกฤษเข้ายึดครองเป็นอาณานิคมในปี ค.ศ. 1814
ทำให้มีชาวยุโรปมากมายอพยพมาตั้งรกรากที่เมืองแห่งนี้
จนเมื่อแอฟริกาใต้ได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1961
เคปทาวน์ก็ถูกเลือกให้เป็นเมืองหลวงด้านนิติบัญญัติของประเทศ เป็นที่ตั้งของรัฐสภา และหน่วยงานรัฐหลายแห่ง
ปัจจุบัน เคปทาวน์เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของแอฟริกาใต้ รองจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก
ในแง่เศรษฐกิจ
ปี 2018 เคปทาวน์ มีขนาดเศรษฐกิจเท่ากับ 1.1 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 9.6% ของมูลค่า GDP ทั้งประเทศแอฟริกาใต้ ขณะที่มีประชากรในเมืองจำนวน 4.3 ล้านคน
รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรที่เคปทาวน์ 256,000 บาท
สูงกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรทั้งประเทศที่ 201,000 บาท
เคปทาวน์มีจำนวนประชากรที่อยู่ในวัยแรงงานเท่ากับ 2.9 ล้านคน
หรือประมาณ 67% ของประชากรทั้งเมือง
ในอดีตนั้น อุตสาหกรรมหลักของเคปทาวน์ คือ อุตสาหกรรมเกษตรและการผลิต ก่อนที่ภาคธุรกิจบริการและภาคการเงินจะเริ่มเติบโตขึ้น รวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างจะเริ่มเติบโตตามมาในช่วงที่ประเทศแอฟริกาใต้ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2010
และวันนี้หนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตมากที่สุดของที่นี่คือ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี
โดยมีจำนวนบริษัทเทคโนโลยีกว่า 550 แห่ง ซึ่งสร้างงานกว่า 40,000 ตำแหน่ง
แม้แต่ Amazon บริษัทค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่สุดของโลกยังมีสำนักงานตั้งอยู่ที่นี่
ซึ่งเป็นศูนย์กลางบริการจัดเก็บและบริหารข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Cloud Computing
จนทำให้ที่นี่ถูกขนานนามว่า “ซิลิคอนแวลลีย์แห่งแอฟริกาใต้”
นอกจากนี้ ความสมบูรณ์ของป่าไม้ ทะเลที่สวยงาม ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างโดดเด่น
ซึ่งที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังในประเทศแอฟริกาใต้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภายในทวีปแอฟริกาเลยทีเดียว
จึงไม่น่าแปลกที่มีจำนวนชาวต่างชาติเดินทางมาที่นี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ปี 2017 จำนวนชาวต่างชาติเดินทางมาที่เคปทาวน์ 2.3 ล้านคน
ปี 2018 จำนวนชาวต่างชาติเดินทางมาที่เคปทาวน์ 2.6 ล้านคน
แต่อีกด้านหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ ที่นี่ยังได้รับฉายาว่า หนึ่งในเมืองที่อันตรายสุดในโลก..
ประเทศแอฟริกาใต้เคยมีนโยบายการแบ่งแยกสีผิว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 - ค.ศ. 1994
โดยให้สิทธิและสวัสดิการต่างๆ แก่คนผิวขาวลูกหลานชาวยุโรป และละเลยคนผิวดำชาวพื้นเมือง
ถึงแม้ในปัจจุบัน นโยบายนี้จะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่สิ่งที่นโยบายนี้ได้ทิ้งไว้
ก็ทำให้ประชากรผิวดำจำนวนไม่น้อย ขาดโอกาสทางการศึกษา และขาดโอกาสที่ดีในการทำงาน
แอฟริกาใต้มีอัตราว่างงานสูงถึง 27% ในปี 2018
เมื่อผู้คนไม่มีงาน ปัญหาที่จะตามมาก็คือ “อาชญากรรม”
โดยเฉพาะในเมืองดาวรุ่งอย่างเคปทาวน์
ปี 2018 เคปทาวน์ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 11 ในฐานะที่เป็นเมืองที่อันตรายที่สุดในโลก
ทางรัฐบาลมีการประเมินว่า ปัจจุบันในเคปทาวน์นั้น มีพวกแก๊งโจร แก๊งอันธพาลเกือบ 100 แก๊ง และมีจำนวนสมาชิกรวมกันไม่ต่ำกว่า 100,000 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 2.3% ของประชากรทั้งเมืองเลยทีเดียว
ซึ่งความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดจากแก๊งโจร แก๊งอันธพาลนั้น
สร้างความเสียให้แก่เมืองและเศรษฐกิจของเคปทาวน์อย่างมาก
เรื่องนี้ทำให้รัฐบาลต้องสั่งให้กองทัพทหารเข้าไปดูแลความเรียบร้อย แต่ก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์ความรุนแรงยังคงมีต่อเนื่อง
ภายในเมืองเคปทาวน์ มีชุมชนหนึ่งที่ชื่อว่า เอนยานกา ที่นี่ได้ชื่อว่า “ชุมชนแห่งการฆาตกรรมของประเทศ”
เนื่องจากเป็นเมืองที่มีอัตราการฆาตกรรม และการโจรกรรมสูงที่สุดในแอฟริกาใต้
ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายของรัฐบาลแอฟริกาใต้ ในการแก้ไขปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่เคปทาวน์ เพราะลองคิดดูว่า ถ้าเคปทาวน์เป็นเมืองที่สงบไม่มีความรุนแรง
จะช่วยทำให้เศรษฐกิจของเคปทาวน์ หรือประเทศแอฟริกาใต้เติบโตไปมากแค่ไหน?
เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
ไม่ว่าเมืองจะเจริญอย่างไร
ถ้าปัญหาของสังคมทำให้เกิดอาชญากรรมที่สูง
ก็อาจทำให้เมืองนั้นมีอุปสรรคในการเจริญเติบโตอยู่ดี..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ในปี 2018 เคปทาวน์มีเหตุฆาตกรรมคิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 66 ราย ต่อประชากร 100,000 คน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับเมืองติฆัวนา เมืองชายแดนของประเทศเม็กซิโก
ที่ติดกับรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นเมืองที่อันตรายที่สุดในโลก
เพราะที่ติฆัวนา มีเหตุฆาตกรรมคิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 138 ราย ต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งมากกว่าเคปทาวน์ถึงเท่าตัวเลยทีเดียว..
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-https://en.wikipedia.org/wiki/Cape_Town
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_GDP_(nominal)
-https://www.investcapetown.com/wp-content/uploads/2019/07/EPIC-2018-Q4-FINAL.pdf
-https://www.wineland.co.za/international-passenger-numbers-at-cape-town-international-grow-by-96-in-2018/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Nyanga,_Cape_Town
-https://www.africanews.com/2019/07/30/capetown-ranked-the-most-dangerous-city-in-africa//
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_cities_by_murder_rate
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.