ถ้าทุกคนได้รับวัคซีน OLD NORMAL จะกลับมาอย่างรวดเร็ว

ถ้าทุกคนได้รับวัคซีน OLD NORMAL จะกลับมาอย่างรวดเร็ว

26 พ.ค. 2020
ถ้าทุกคนได้รับวัคซีน OLD NORMAL จะกลับมาอย่างรวดเร็ว /โดย ลงทุนแมน
การได้รับวัคซีนเป็น Best Case Scenario ที่ทุกคนอาจจะไม่เคยคาดคิด
แต่รู้หรือไม่ว่า ยิ่งเวลาผ่านไป เรื่องนี้ก็มีโอกาสเป็นจริงมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อถึงตอนนั้น เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจบลงจริงๆ
ไม่ต้องกังวลเรื่องการระบาดรอบ 2
มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
ลงทุนแมนจะจินตนาการให้ฟัง
╔═══════════╗
อยากรู้ความเป็นไปของเศรษฐกิจโลก ต้องเข้าใจอดีต
เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี พิมพ์ครั้งที่ 6
สั่งซื้อได้ที่ (รับส่วนลด 10% จากราคาปก 350 บาท)
Lazada : https://www.lazada.co.th/products/1000-i714570154-s1368712682.html
Shopee : https://shopee.co.th/product/116732911/6716121161
╚═══════════╝
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เกิดโรคระบาดหนักในจีน
ช่วงปลายเดือนมีนาคม โรคระบาดได้แพร่กระจายไปทั่วโลก
ช่วงเวลานั้น เป็นจุดเริ่มต้นของความระแวง และหวาดกลัว
ถึงตอนนี้ สถานการณ์จะผ่อนคลายลง
มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัว และยอดรักษาหายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่ช่วงเวลานี้ ก็ไม่ใช่ช่วงที่เรารอคอยมากที่สุด..
แท้จริงแล้ว ปลายทางความปรารถนาของเรา คือตอนที่ “วัคซีน” ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ และมันได้ถูกแจกจ่ายไปให้กับคนทั่วโลก
แล้วอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ถ้าทุกคนได้รับวัคซีน
สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ คือภาครัฐจะปลดล็อกมาตรการ และกฎเกณฑ์ต่างๆ ทั้งหมดที่ใช้ในช่วงโควิด-19
รวมถึงให้ภาคธุรกิจกลับมาเปิดกิจการ หรือให้บริการได้อย่างเต็มที่ เหมือนช่วงก่อนที่จะมีโรคระบาด
สิ่งต่อมาคือ ความหวาดระแวงในใจเราจะหายไป
เพราะเราจะมีความเชื่อมั่นว่า “เรามีภูมิคุ้มกันแล้ว”
ไม่ติดเชื้อจากคนอื่น และก็ไม่แพร่เชื้อให้คนอื่นแน่ๆ
ซึ่ง “ความเชื่อมั่น” เป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินเครื่องได้เหมือนแต่ก่อน
ทำให้ทุกคนกล้ากลับไปมีวิถีชีวิตเดิมๆ
หรืออาจกล้ามากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
เพราะหลายคนรู้สึกอัดอั้น และอึดอัด
จากข้อจำกัดในการใช้ชีวิตช่วงโควิด-19
ก่อนออกจากบ้าน เรากล้าที่จะไม่สวมหน้ากาก
และทิ้งขวดเจลล้างมือไว้ที่ห้อง เวลาจะออกไปข้างนอก
ตอนใช้บริการ BTS หรือ MRT
การยืนเว้นระยะห่าง ตอนรอขึ้นรถไฟจะไม่อยู่ในหัวของเรา
พอขบวนรถไฟมาถึง ประตูเปิดออก
ภาพผู้คนแออัดในตู้ขบวน ก็ไม่อาจทำให้เราลังเลที่จะขึ้นขบวน แม้ต้องยืนแบบเบียดๆ กัน..
เราจะรู้สึกถึงความเป็นอิสระ จะไปที่ไหน จะทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่ไม่ผิดกฎหมาย
การเดินห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า รวมถึงร้านค้าต่างๆ
ไม่ต้องคอยยืนต่อคิวเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ
และควักมือถือขึ้นมาสแกน QR Code เวลาเข้า-เวลาออก
เวลาเข้าร้านอาหาร ก็สามารถทานเมนูอร่อยร่วมกับเพื่อนๆ, คนในครอบครัว หรือกับแฟนได้อย่างใกล้ชิด
มองหน้ากันได้โดยตรง และพูดคุยกันได้อย่างสนุกสนาน
ไม่ต้องถูกบังคับให้แยกนั่งทานคนละโต๊ะอย่างโดดเดี่ยว
หรือมีฉากกั้นระหว่างคนในโต๊ะเดียวกัน
โรงหนังจะกลับมาเปิดให้บริการ
ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ หรือเรื่องน่าสนใจจะเริ่มทยอยเข้าฉายในโรง
ถึงเวลาที่เราจะได้กลับมาสัมผัสอรรถรสในโรงหนัง ซึ่งหาไม่ได้บนโลกออนไลน์
และเป็นช่วงเวลาที่จะได้ชวนแฟน หรือคนที่ชอบ ออกเดต
ให้ได้นั่งข้างๆ กัน เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง
อิ่มเอมความสุขในช่วงเวลานี้ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องคอยระแวงเรื่องโรค
งานคอนเสิร์ต งานแข่งขันกีฬา และอีเวนต์ต่างๆ จะมีจัดจนทะลัก หลังจากต้องงดชั่วคราว
บรรดาแฟนๆ ของศิลปิน ทีมกีฬา จะแห่กันไปซื้อตั๋ว
เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับคนที่ชื่นชอบ และสัมผัสกับประสบการณ์ความบันเทิง
แม้จะมีคนร่วมงานหลักพัน หลักหมื่นคนก็ไม่หวั่น
ค่ำคืนยามราตรี จะกลับมาสว่างไสว และคึกคัก
ย่านสถานบันเทิง จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาร่วมสังสรรค์กันเช่นเดิม
ภาคธุรกิจและขนส่ง จะกลับมาเปิดให้บริการตามเวลาปกติ
ไม่ต้องรีบปิดร้าน เหมือนช่วงโควิด-19
ซึ่งเราไม่ต้องคอยดูนาฬิกาว่า ดึกขนาดไหนแล้ว และจะต้องรีบกลับบ้านก่อนกี่โมง
หลายคนจะตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยว
ซึ่งบางคนอาจขอลางานยาวๆ ทันที เพราะเป็นช่วงเวลาที่รอมาเนิ่นนาน..
ลิสต์ชื่อเมือง ชื่อประเทศที่อยากไป หรือที่วางแผนว่าจะไปก่อนหน้านี้ แต่ดันต้องยกเลิกแผนเพราะโควิด-19
ติดต่อหาแฟน เพื่อน หรือครอบครัว นับจำนวนคนที่จะร่วมผจญภัยไปกับเรา และทำการค้นหา-จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อย่างไม่ลังเล
เราจะกลับมาได้ยินคนรอบข้างพูดคุยกันเป็นภาษาจีน, อังกฤษ, อินเดีย และนานาภาษา เวลาไปแหล่งท่องเที่ยว
ภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากบน BTS, MRT, สนามบิน, ห้างสรรพสินค้า, ตลาดนัดรถไฟ, เยาวราช และแหล่งสถานบันเทิง จะกลับมาให้เห็นจนชินตา
อย่างไรก็ตาม เราก็อาจเจอปัญหาเดิมๆ คือ การจราจรติดขัด และสิ่งแวดล้อมแย่ลง
รถจะกลับมาติด โรงงานกลับมาเดินกำลังการผลิตขั้นสูงสุด ผู้คนทิ้งขยะลงตามริมทาง และท้องทะเล
โดยตอนนี้ บริษัทวิจัยและพัฒนาวัคซีนในหลายๆ ประเทศ
พากันทุ่มทรัพยากรสุดกำลัง ทั้งนักวิจัย และเทคโนโลยีสุดล้ำ
เพื่อแข่งกันให้ได้เป็นผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 รายแรกของโลก
เพราะเมื่อทำสำเร็จ นอกจากช่วยชีวิตคนทั้งโลกแล้ว
บริษัทยังได้ผลกำไร และชื่อเสียงเป็นการตอบแทน
รวมถึงประเทศที่ผลิตวัคซีนได้ก่อน รัฐบาลของประเทศนั้นๆ ก็จะได้หน้าไปโดยปริยาย
ซึ่งประเทศตัวเต็งพัฒนาและผลิตวัคซีนในตอนนี้ คือ จีน เยอรมนี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม สำหรับเรา และคนทั้งโลก
ใครจะพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จก่อน
ก็ไม่สำคัญเท่า การที่ได้วัคซีนออกมาโดยเร็วที่สุด
เพื่อจำกัดความเสียหายและความสูญเสีย
ทุกคนกลับมามีอิสระเต็มที่ในการใช้ชีวิต
และเราจะไม่สูญเสียใครเพราะโรคนี้อีกต่อไป
สิ่งที่คนกำลังบอกว่าจะก้าวสู่ยุค New Normal
แน่ใจแล้วหรือ ว่าทุกคนอยากเป็นแบบนั้น
คงมีคนจำนวนไม่น้อย ที่แค่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ
แบบที่พวกเขาคุ้นเคย ในฉบับ Old Normal ก็เท่านั้นเอง..
----------------------
อยากรู้ความเป็นไปของเศรษฐกิจโลก ต้องเข้าใจอดีต
เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี พิมพ์ครั้งที่ 6
สั่งซื้อได้ที่ (รับส่วนลด 10% จากราคาปก 350 บาท)
Lazada : https://www.lazada.co.th/products/1000-i714570154-s1368712682.html
Shopee : https://shopee.co.th/product/116732911/6716121161
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.