Subaru Forester การลงทุนกับความปลอดภัยบนท้องถนน

Subaru Forester การลงทุนกับความปลอดภัยบนท้องถนน

11 ก.ค. 2020
Subaru x ลงทุนแมน
Subaru Forester การลงทุนกับความปลอดภัยบนท้องถนน
ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินว่า GDP ของประเทศไทยปีนี้จะติดลบ 8.1%
สาเหตุสำคัญก็คงหนีไม่พ้นการระบาดของ COVID-19
ที่ส่งผลกระทบเกือบทุกธุรกิจในบ้านเรา
หนึ่งในนั้นก็คืออุตสาหกรรมรถยนต์ที่กำลังเจอศึกหนักอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เมื่อยอดขายรถยนต์ไตรมาสแรกปีนี้ลดลงเกินกว่าที่หลายคนจะคาดคิด
อย่างไรก็ตามในฝันร้ายก็พอจะมีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง
เมื่อวันนี้ประเทศไทยไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม
การคลายล็อกดาวน์ค่อยๆ เป็นไปทีละเฟส
ทุกคนเริ่มออกจากบ้านไปทำงาน
ออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ
จนถึงการขนส่งสินค้าของกลุ่มธุรกิจ SME
ทุกอย่างที่กล่าวมา ล้วนแล้วแต่ต้องใช้รถยนต์ทั้งหมด
เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ แนวโน้มการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ก็น่าจะเกิดขึ้นกับใครหลายคน
ซึ่งนับเป็นสัญญาณแรกที่ดี ซึ่งจะทำให้ตลาดรถยนต์ค่อยๆ ฟื้นตัว
อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อรถยนต์ในช่วงนี้ หลายคนน่าจะกำลังมองหาความคุ้มค่า
แล้วความคุ้มค่าที่ดีที่สุด ต้องเป็นอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ช่วงนี้เราเห็นค่ายรถยนต์ระดมโปรโมชั่นส่วนลดมากมาย เพื่อให้เราตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
คำถามคือ ราคา เป็นปัจจัยอันดับหนึ่งที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าเราแล้วหรือยัง
เพราะวันนี้การซื้อรถคันใหม่หนึ่งคัน เราอาจต้องมองให้กว้างและลึกกว่าเดิม
เช่น เราต้องการรถที่หรูหรา รถที่ขับขี่ปลอดภัย รถที่ใช้งานได้หลายรูปแบบ หรือรถที่มีสมรรถนะที่ดี ที่ขับขี่ได้ทุกสภาพถนน
แต่ถ้าเรื่องเหล่านี้รวมกันหมดอยู่ในรถคันเดียว
ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์หลายคน
เพราะนั่นหมายถึงการซื้อรถ 1 คัน จะสามารถใช้งานได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
คำถามต่อมาก็คือ แล้วความคุ้มค่าที่เราต้องใส่ใจเป็นอันดับแรกคืออะไร
คนส่วนใหญ่คงคิดถึงลักษณะการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นหลัก หากแต่ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม และอาจเป็นเพราะมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น
ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงบนท้องถนนที่อาจพรากชีวิตตัวเราเองรวมถึงคนที่เรารัก..
เป็นความเสียหายที่ไม่อาจประเมินมูลค่าได้เลย
รู้หรือไม่ว่า ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ มาพร้อมความปลอดภัยระดับพรีเมียมโดยมี เทคโนโลยีอายไซต์ (EyeSight) ที่ออกแบบมาเสมือนดวงตาอีกคู่ช่วยสอดส่องสภาพแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยมีฟังก์ชั่นเด่นๆ ที่มาพร้อมกันอย่างเช่น
บ่อยครั้ง เมื่อเวลาเราขับรถมักจะเจอคนหรือรถวิ่งตัดหน้าซึ่งพอกล้องคู่จับได้ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Pre-Collision Braking) จะทำงานทันทีด้วยการส่งเสียงเตือนพร้อมไฟกระพริบที่หน้าปัด เพื่อเตือนว่าถ้าเราไม่เบรก ระบบจะช่วยเบรกให้จนรถเราจอดสนิท
และสมมติหากบางคนตกใจสุดขีดเผลอเหยียบคันเร่ง ระบบจัดการกำลังเครื่องยนต์ก่อนการชน (Pre-Collision Throttle Management) ก็จะทำงานทันที ด้วยการไม่สั่งการคันเร่งเพื่อป้องกันรถไม่ให้พุ่งชนสิ่งกีดขวางที่อยู่ตรงหน้ารถเรา
ส่วนอีกหนึ่งปัญหาที่เราเจอบ่อยๆ ก็คือ เมื่อรถติดไฟแดงนานๆ เราก็มักจะคุยโทรศัพท์ หันไปพูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว จนลืมดูว่ารถคันหน้าได้ขับออกไปแล้ว ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันข้างหน้าเคลื่อนที่ (Lead Vehicle Start Alert) ก็จะส่งเสียงเตือนว่าให้เราขับต่อไปได้
หรือแม้แต่เวลารถติดไฟแดง ที่รถคันหน้าจะค่อยๆ เคลื่อนที่ช้าๆ ก็จะมีระบบช่วยควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ที่รถเราจะค่อยๆ ออกตัวตามไปช้าๆ ถ้าคันหน้าชะลอ รถเราก็ชะลอตาม ไม่ต้องคอยเหยียบเบรกหรือคันเร่งทีละนิดๆ ให้เมื่อย ซึ่งเหมาะกับสภาวะรถติดแบบกรุงเทพฯ
จึงไม่แปลกที่ในปี 2018 - 2019 รถคันนี้จะได้รับรางวัลให้เป็นรถที่มีความปลอดภัยสูงสุดในญี่ปุ่น
และได้รับรางวัลจากองค์กรที่การันตีความปลอดภัยระดับโลกอื่นๆ อีกมากมาย
ทีนี้คงมาถึงเรื่องความคุ้มค่าในการใช้งาน
ก็ต้องบอกว่า Subaru Forester 2.0i-S EyeSight มีทุกอย่างครบถ้วน
หากเราต้องไปงานเลี้ยงสังสรรค์
ก็ต้องบอกว่าแม้รถคันนี้จะเป็นรถ SUV สำหรับครอบครัว
แต่ดีไซน์หรูหราไม่แพ้รถแบรนด์ยุโรป
ด้วยฝีมือการออกแบบของคุณแจ็ค โคบายาชิ นักออกแบบรถชื่อดังแห่งญี่ปุ่น ซึ่งออกแบบรถยนต์หลายรุ่นจนเป็นที่กล่าวถึงมากมาย
ก็เลยทำให้หน้าตาของ Subaru Forester 2.0i-S EyeSight ที่แม้จะดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว แต่ก็ผสมความหรูหราเข้าไปได้อย่างลงตัว
และหากเราอยากเดินทางออกทริปไปต่างจังหวัด หรือต้องใช้งานในการขนส่ง รถรุ่นนี้ก็ตอบโจทย์เช่นกัน เพราะนอกจากห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่สามารถนั่งได้หลายคนแล้ว รถคันนี้ก็ยังสามารถบรรทุกสัมภาระต่างๆ ได้มากมาย
และที่กล่าวมานี้เอง เราจึงสามารถใช้รถคันนี้ตะลุยไปได้ทุกที่ ทุกสถานการณ์ของชีวิต

เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้...ก็เลยทำให้ซูบารุนำ Subaru Global Platform โครงสร้างตัวถังระดับโลกมาเป็นนวัตกรรมใหม่ในการผลิตรถยนต์ซูบารุแทบจะทุกรุ่น
โดยวิศวกรจะออกแบบโครงสร้างตัวถังและรอยต่อให้มีความแข็งแกร่ง ลดการสั่นสะเทือนได้ดี
สามารถดูดซับแรงปะทะในกรณีเกิดอุบัติเหตุเพื่อให้ห้องโดยสารปลอดภัยมากที่สุด
Symmetrical All-Wheel Drive ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร ที่ลุยได้ทุกสภาวะเส้นทาง
ด้วยการกระจายการทำงานส่งกำลังไปยังล้อทั้ง 4 อย่างเหมาะสม สามารถยึดเกาะทุกสภาพถนนได้ดี
ต่อมาคือเครื่องยนต์ บ๊อกเซอร์ (Boxer Engine) ซึ่งเปรียบเหมือนหัวใจของรถซูบารุทุกรุ่น
เรื่องนี้แฟนคลับซูบารุน่าจะรู้ดีว่าเป็นจุดขายที่สร้างชื่อให้แก่ซูบารุ
ด้วยการวางเครื่องยนต์ในจุดศูนย์ถ่วงระดับต่ำกว่าเครื่องยนต์แบบอื่นๆ จึงส่งผลให้รถซูบารุทรงตัวได้ดีเยี่ยม
แถมแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการทำงานของลูกสูบแนวนอนก็น้อยกว่าเครื่องยนต์ประเภทอื่น

แล้วรู้หรือไม่ว่า
รถรุ่นนี้หากเทียบกับรุ่นเดิมที่เป็นการนำเข้า จะมีราคาขายถูกลงกว่า 2 แสนบาท
เพราะเป็นการประกอบที่โรงงานแห่งแรกของซูบารุในประเทศไทย
ที่สามารถผลิตรถ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ รุ่นต่างๆ ได้มากกว่า 7,000 คันต่อปี
ขณะที่ศูนย์บริการปัจจุบันก็มีถึง 35 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ
มาถึงตรงนี้เราน่าจะได้คำตอบแล้วว่า
การซื้อรถ 1 คัน สิ่งที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า อาจไม่ใช่เรื่องของราคาอย่างเดียว
แต่...น่าจะเป็นการลงทุนกับความปลอดภัยให้กับชีวิตเรา และคนที่เรารัก
ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด
ค้นพบความคุ้มค่า และความปลอดภัยสำหรับวิถีชีวิตใหม่ New Normal
ได้ที่โชว์รูมซูบารุ ทั่วประเทศ https://hubs.ly/H0rXnLk0
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.