WORKPOINT Creative TV

WORKPOINT Creative TV

23 มี.ค. 2017
ถ้าเราซื้อหุ้นทีวีดิจิตอลที่ราคาสูงสุดในช่วงก่อนประมูลใบอนุญาต เราจะขาดทุนในหุ้นทุกตัว โดยมีลำดับดังนี้
MONO โมโน29.......................-51%
RS ช่อง 8................................-56%
NMG เนชั่นทีวี.........................-68%
GRAMMY จีเอ็มเอ็ม25.............-68%
MCOT ช่อง 9..........................-77%
AMARIN อัมรินทร์ทีวี................-77%
BEC ช่อง 3..............................-80%
NEWS สปริงนิวส์......................-98%
ถ้าเราลงทุนไป 1 ล้านบาท จะเหลือเงินอยู่ในช่วงระหว่าง 20,000 บาท ถึง 490,000 บาท ทุกตัวขาดทุนเกินครึ่งหนึ่ง
จริงๆแล้วราคาหุ้นได้ทำหน้าที่ของมันคือสะท้อนความคาดหวังของผลประกอบการที่จะย่ำแย่ในอนาคตของบริษัทเหล่านี้
การที่บริษัทถดถอยไม่มีกำไร อาจจะเป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่อยู่ในบริษัทเหล่านี้ เพราะคงต้องมีการเลิกจ้างพนักงาน และ หลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับวงการนี้คงต้องได้รับผลกระทบ
สิ่งนี้เป็นการแสดงถึงอุตสาหกรรมที่เป็นตะวันตกดิน หรือ SUNSET อย่างชัดเจน ด้วยเหตุผลคือ
- จำนวนช่องที่มากขึ้น แต่เม็ดเงินโฆษณาในทีวีเท่าเดิม จึงทำให้ต้องแข่งกันแย่งเงินโฆษณาเดิม
- พฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไป เสพสื่อสมัยใหม่มากขึ้น เช่น Facebook, Youtube ซึ่งเข้ามาแย่งเงินโฆษณาทีวีเดิม
แต่ในระหว่างนี้มีหุ้นทีวีดิจิตอลอยู่ตัวหนึ่งที่เป็นผู้ชนะในอุตสาหกรรมตกดินนี้
หุ้นตัวนี้ทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ใครที่ซื้อหุ้นนี้ก่อนการประมูลใบอนุญาต ตอนนี้คงจะได้กำไรทุกคน หุ้นนั้นคือ WORK หรือ เวิร์คพอยท์ทีวีช่อง 23
ทำไมเวิร์คพอยท์กลับดีขึ้นในภาวะอุตสาหกรรมขาลง?
น่าจะมี 2 เหตุผลหลักคือ
1) ฐานของบริษัทเดิมเล็ก ทำให้มีโอกาสแย่งแชร์คนอื่นได้ ในขณะที่บริษัทใหญ่ถอยลง
2) ช่องนี้มีรายการที่มีเนื้อหาน่าสนใจให้คน ว้าว อยู่เสมอ
จากเหตุผลข้อ 1 ในอุตสาหกรรมนี้ก็มีบริษัทเล็กๆอยู่หลายบริษัท แต่ทำไมบริษัทเล็กเหล่านั้นยังแย่งแชร์บริษัทใหญ่ไม่ได้
ที่เขาแย่งไม่ได้ เพราะรายการขาดความน่าสนใจ และขาดการเอาใจใส่ในรายละเอียดของรายการ เพราะไม่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีพอ
ถ้าเราไปเห็นรายการเดิมของ The Mask Singer ชื่อ King of Mask Singer ของประเทศเกาหลี เราจะพบว่าชุดแต่งกายที่เวิร์คพอยท์ทำ มีความประณีต จัดเต็มกว่าของเกาหลีมาก เรียกได้ว่าถ้าผมเป็นคนเกาหลีเจ้าของลิขสิทธิ์คงทึ่งกับเวิร์คพอยท์ที่สามารถต่อยอดได้ถึงขั้นนี้
เรื่องนี้ทำให้คิดได้ว่าสังคมตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ถ้าของเก่าไม่ดีจริงจะถูกทดแทนด้วยตัวเลือกใหม่ เพราะเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคมีทางเลือกได้มากขึ้น
คนที่อยู่ได้คือคนที่มีความคิดปรับตัวเองให้ทันสมัย เจาะลึกในรายละเอียด เอาใจใส่กับสิ่งที่ทำ นำเสนอสิ่งที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจริงๆ
ในปัจจุบันโรงเรียนอาจจะยังเน้นสอนในเรื่องวิชาการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือ ภาษาศาสตร์ แต่ผมกลับคิดว่าสิ่งเหล่านี้ในอนาคตจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีทั้งหมด คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนจะมีหุ่นยนต์มาช่วยแก้โจทย์ให้เราเอง แม้แต่ภาษาก็จะมีหุ่นยนต์มาช่วยแปลภาษาให้เรา
แต่สิ่งที่หุ่นยนต์น่าจะทดแทนไม่ได้ไปอีกนาน และโรงเรียนควรจะสอนให้มากๆ คือการสอนให้คนมี "ความคิดสร้างสรรค์"
23 มี.ค. 2017