WORKPOINT Creative TV

WORKPOINT Creative TV

ถ้าเราซื้อหุ้นทีวีดิจิตอลที่ราคาสูงสุดในช่วงก่อนประมูลใบอนุญาต เราจะขาดทุนในหุ้นทุกตัว โดยมีลำดับดังนี้
MONO โมโน29…………………..-51%
RS ช่อง 8…………………………..-56%
NMG เนชั่นทีวี…………………….-68%
GRAMMY จีเอ็มเอ็ม25………….-68%
MCOT ช่อง 9……………………..-77%
AMARIN อัมรินทร์ทีวี…………….-77%
BEC ช่อง 3…………………………-80%
NEWS สปริงนิวส์………………….-98%

ถ้าเราลงทุนไป 1 ล้านบาท จะเหลือเงินอยู่ในช่วงระหว่าง 20,000 บาท ถึง 490,000 บาท ทุกตัวขาดทุนเกินครึ่งหนึ่ง

จริงๆแล้วราคาหุ้นได้ทำหน้าที่ของมันคือสะท้อนความคาดหวังของผลประกอบการที่จะย่ำแย่ในอนาคตของบริษัทเหล่านี้

การที่บริษัทถดถอยไม่มีกำไร อาจจะเป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่อยู่ในบริษัทเหล่านี้ เพราะคงต้องมีการเลิกจ้างพนักงาน และ หลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับวงการนี้คงต้องได้รับผลกระทบ

สิ่งนี้เป็นการแสดงถึงอุตสาหกรรมที่เป็นตะวันตกดิน หรือ SUNSET อย่างชัดเจน ด้วยเหตุผลคือ

– จำนวนช่องที่มากขึ้น แต่เม็ดเงินโฆษณาในทีวีเท่าเดิม จึงทำให้ต้องแข่งกันแย่งเงินโฆษณาเดิม

– พฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไป เสพสื่อสมัยใหม่มากขึ้น เช่น Facebook, Youtube ซึ่งเข้ามาแย่งเงินโฆษณาทีวีเดิม

แต่ในระหว่างนี้มีหุ้นทีวีดิจิตอลอยู่ตัวหนึ่งที่เป็นผู้ชนะในอุตสาหกรรมตกดินนี้

หุ้นตัวนี้ทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ใครที่ซื้อหุ้นนี้ก่อนการประมูลใบอนุญาต ตอนนี้คงจะได้กำไรทุกคน หุ้นนั้นคือ WORK หรือ เวิร์คพอยท์ทีวีช่อง 23

ทำไมเวิร์คพอยท์กลับดีขึ้นในภาวะอุตสาหกรรมขาลง?
น่าจะมี 2 เหตุผลหลักคือ

1) ฐานของบริษัทเดิมเล็ก ทำให้มีโอกาสแย่งแชร์คนอื่นได้ ในขณะที่บริษัทใหญ่ถอยลง

2) ช่องนี้มีรายการที่มีเนื้อหาน่าสนใจให้คน ว้าว อยู่เสมอ

จากเหตุผลข้อ 1 ในอุตสาหกรรมนี้ก็มีบริษัทเล็กๆอยู่หลายบริษัท แต่ทำไมบริษัทเล็กเหล่านั้นยังแย่งแชร์บริษัทใหญ่ไม่ได้

ที่เขาแย่งไม่ได้ เพราะรายการขาดความน่าสนใจ และขาดการเอาใจใส่ในรายละเอียดของรายการ เพราะไม่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีพอ

ถ้าเราไปเห็นรายการเดิมของ The Mask Singer ชื่อ King of Mask Singer ของประเทศเกาหลี เราจะพบว่าชุดแต่งกายที่เวิร์คพอยท์ทำ มีความประณีต จัดเต็มกว่าของเกาหลีมาก เรียกได้ว่าถ้าผมเป็นคนเกาหลีเจ้าของลิขสิทธิ์คงทึ่งกับเวิร์คพอยท์ที่สามารถต่อยอดได้ถึงขั้นนี้

เรื่องนี้ทำให้คิดได้ว่าสังคมตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ถ้าของเก่าไม่ดีจริงจะถูกทดแทนด้วยตัวเลือกใหม่ เพราะเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคมีทางเลือกได้มากขึ้น

คนที่อยู่ได้คือคนที่มีความคิดปรับตัวเองให้ทันสมัย เจาะลึกในรายละเอียด เอาใจใส่กับสิ่งที่ทำ นำเสนอสิ่งที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจริงๆ

ในปัจจุบันโรงเรียนอาจจะยังเน้นสอนในเรื่องวิชาการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือ ภาษาศาสตร์ แต่ผมกลับคิดว่าสิ่งเหล่านี้ในอนาคตจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีทั้งหมด คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนจะมีหุ่นยนต์มาช่วยแก้โจทย์ให้เราเอง แม้แต่ภาษาก็จะมีหุ่นยนต์มาช่วยแปลภาษาให้เรา

แต่สิ่งที่หุ่นยนต์น่าจะทดแทนไม่ได้ไปอีกนาน และโรงเรียนควรจะสอนให้มากๆ คือการสอนให้คนมี “ความคิดสร้างสรรค์”