MG กับแนวคิดปฏิวัติอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย

MG กับแนวคิดปฏิวัติอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย

6 ส.ค. 2020
MG X ลงทุนแมน
MG กับแนวคิดปฏิวัติอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย
รถยนต์คันแรกเกิดขึ้นเมื่อ 134 ปีที่แล้ว
ด้วยเครื่องยนต์สันดาปและพึ่งพาน้ำมันในการขับเคลื่อน
แม้วันนี้..เทคโนโลยีรถยนต์จะวิ่งไปไกลเกินกว่าที่เราคาดคิด
แต่..สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนไป ก็คือรถส่วนใหญ่บนท้องถนนเมืองไทยและทั่วโลก
ยังใช้หัวใจดวงเดิมก็คือ “เครื่องยนต์สันดาป”
ที่ก่อให้เกิดทั้งมลพิษทางอากาศ และมลพิษทางเสียง
เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ พยายามจะผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจรถตัวเอง
โดยโจทย์ของการผ่าตัดก็คือ
ลดการทำงานเครื่องยนต์สันดาปให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
รถยนต์ไฮบริด ใช้แบตเตอรี่บรรจุพลังงานไฟฟ้า
มาช่วยเครื่องยนต์ขับเคลื่อนตลอดเวลา จนถึงการออกตัวของรถให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด นอกจากพัฒนาให้รถยนต์สามารถวิ่งด้วยระบบไฟฟ้า
ในอัตราความเร็วต่ำได้ระยะทางไกลกว่าเดิม หากเทียบกับรถยนต์ไฮบริด
ระบบนี้ยังสามารถให้เราเสียบปลั๊กชาร์จพลังงานแบตเตอรี่ได้อีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม 2 ระบบที่ว่า..พลังงานหลักก็ยังคงเป็นน้ำมันอยู่ดี
อีกทั้งยังมีราคาขายที่แพงกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป
จนวันนี้..ค่ายรถสามารถพัฒนาให้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ 100%
โดยไม่ต้องง้อน้ำมันสักหยดหรือเรียกว่า รถยนต์ไฟฟ้า BEV Car
ทั้งๆ ที่เทคโนโลยีนี้กำลังพลิกประวัติศาสตร์โลกยนตรกรรมอย่างสิ้นเชิง
แต่..เชื่อหรือไม่ว่า รถยนต์ไฟฟ้า มีสัดส่วนไม่ถึง 1% บนท้องถนนเมืองไทย
ประเด็นก็คือถึงเวลาแล้วหรือยัง
ที่เราจะครอบครองรถที่ขับเคลื่อนแบบไร้ควันพิษไร้เสียงเครื่องยนต์
แล้วอะไรที่น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ได้บ้าง?
ในอดีตเราเคยสังเกตบ้างไหม หากใครได้เป็นเจ้าของสินค้าที่มีเทคโนโลยีล้ำๆ
ก็จะทำให้ตัวเองดูโดดเด่นกว่าคนอื่น ไปที่ไหนใครๆ ก็ต้องเหลียวมอง
ยกตัวอย่าง หูฟังไร้สาย ในช่วงแรกๆ หากเราใส่ออกจากบ้านก็ถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากใครยังใช้หูฟังแบบมีสาย ก็อาจดูเชยตกเทรนด์ในสายตาคนอื่น
ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าก็น่าจะเดินตามรอยแบบนี้เช่นกัน
เพียงแต่..คำถามก็คือ กว่าจะถึงวันนั้น ต้องรออีกนานเท่าไร ?
อุปสรรคเรื่องแรกสุด ที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า BEV Car ในประเทศเรามีสัดส่วนน้อยนิด
ก็น่าจะเป็นเรื่องของราคาขายที่ส่วนใหญ่จะมีราคาราวๆ 2 - 4 ล้านบาท
ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นราคาที่ไกลเกินเอื้อมของใครหลายคน
เรื่องนี้เลยทำให้ MG มองเห็นช่องว่างตลาด คิดปฏิวัติวงการรถยนต์เมืองไทย
ด้วยรถรุ่น MG ZS EV ที่มีราคา 1.19 ล้านบาท โดยเป็นรถ SUV ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%
มีจุดเด่นเรื่องของดีไซน์สวย ทันสมัย มีสไตล์
พร้อมด้วยฟังก์ชันการขับขี่เทคโนโลยีล้ำๆ ที่ออกแบบมาให้เราใช้งานได้ง่าย
อีกทั้งรถคันนี้แค่เราชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ก็สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 330 กิโลเมตร
และด้วยการใช้ไฟฟ้าเต็มระบบ ทำให้อัตราเร่งทำได้ดีกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปหลายรุ่นโดยอัตราเร่งอยู่ที่ 0-50 กม./ช.ม. ภายในเวลา 3.1 วินาที
ส่วนเหตุผลที่รถรุ่นนี้สามารถทำราคาขายได้เข้าถึง
ก็คือการอาศัยสิทธิประโยชน์ภาษีนำเข้า 0% จากนโยบายการค้า FTA ไทย-จีน
โดยบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
นำเข้ารถรุ่นนี้มาจากบริษัท SAIC Motor ในประเทศจีน
โดยบริษัทนี้ มีสถานะเป็นพันธมิตรรายใหญ่ในการทำธุรกิจรถยนต์ในเมืองไทยนั่นเอง
หลายคนคงถามว่าแล้ว SAIC Motor ในประเทศจีนคือใคร
ก็ต้องบอกว่าบริษัทนี้ไม่ธรรมดาเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับต้นๆ ของโลก
ด้วยยอดขายมากกว่า 7 ล้านคันต่อปี
ที่น่าสนใจก็คือเวลานี้รถไฟฟ้า BEV Car ของบริษัทแห่งนี้กำลังมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง
โดยในเวลา 9 ปี มียอดขายรวมกันถึง 2.7 แสนคันทั่วโลก
ซึ่ง MG ZS EV ที่นำเข้ามาขายในบ้านเรา
ก็เป็นงานเกรดเดียวกันกับที่ผลิตส่งออกไปขายในประเทศอังกฤษ
สะท้อนจากการรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
เมื่อรถตอบโจทย์ราคาเข้าถึงได้ง่าย ก็น่าจะทำให้ MG ZS EV
แจ้งเกิดบนท้องถนนเมืองไทยได้ไม่ยาก จะมีอุปสรรคเพียงเรื่องเดียว
คือ สถานีชาร์จรถไฟฟ้า ที่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ ซึ่งก็เชื่อว่าอีกไม่นานภาครัฐและเอกชน
ก็น่าจะมาลงทุนในเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ในวันนี้คงต้องยอมรับว่า เราคงไม่อาจฝืนกระแสความเปลี่ยนแปลง
ในวันที่โลกต้องการรถที่ประหยัดพลังงาน มลพิษมีค่าเป็นศูนย์
และลองคิดดู หากเราเป็นคนกลุ่มแรกๆ ในประเทศ ที่ครอบครองยนตรกรรมแห่งอนาคต
เมื่อวันหนึ่งคนส่วนใหญ่ค่อยๆ เริ่มหันมาใช้รถไฟฟ้าจนเต็มถนนเมืองไทย
วันนั้น เราจะภูมิใจได้ว่า ฉันคือผู้นำเทรนด์เทคโนโลยีในอนาคต..
Tag: MG
© 2022 Longtunman. All rights reserved.