สรุปธุรกิจของ ดุสิตธานี ฉบับสมบูรณ์

สรุปธุรกิจของ ดุสิตธานี ฉบับสมบูรณ์

21 ก.ย. 2020
สรุปธุรกิจของ ดุสิตธานี ฉบับสมบูรณ์ / โดย ลงทุนแมน
ถ้าพูดถึงชื่อ “ดุสิตธานี”
หลายคนคิดถึง โรงแรมดุสิตธานี และ วิทยาลัยดุสิตธานี
รู้ไหมว่า ในวันนี้ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ มีอายุ 50 ปีแล้ว
และดุสิตธานีไม่ได้ทำแค่ธุรกิจโรงแรม และวิทยาลัยด้านการโรงแรมเท่านั้น
ความเป็นมาของดุสิตธานีเป็นอย่างไร
แล้วทุกวันนี้ ดุสิตธานี ทำธุรกิจอะไรบ้าง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์มของแหล่งรวมนักคิด
ที่ช่วยอัปเดตสถานการณ์ ในรูปแบบบทความ วิดีโอ
รวมไปถึงพอดแคสต์ ที่มีให้ฟังระหว่างเดินทางด้วย
ลองใช้กันที่ Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2513 คือปีที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ
โรงแรมระดับห้าดาว ที่มีอาคารสูงที่สุดในไทย ณ ตอนนั้น เริ่มเปิดให้บริการ
โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนสีลมและถนนพระราม 4
ซึ่งผู้ที่ให้กำเนิดโรงแรมแห่งนี้ คือ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย
โดยที่ชื่อ “ดุสิตธานี” มาจาก ชื่อของสวรรค์ชั้นที่ 4 หรือชั้นดุสิต
และที่แห่งนี้ ก็คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “ดุสิตธานี”

ในปี พ.ศ. 2518 ดุสิตธานี ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ด้วยชื่อว่า บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
หลังจากเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์
ดุสิตธานีก็เริ่มขยายธุรกิจโรงแรมและที่พัก เพิ่มมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น เปิดรีสอร์ต ดุสิต ลากูนา ภูเก็ต ในปี พ.ศ. 2530
เปิดโรงแรม ดุสิตธานี พัทยา ในปี 2531 และ เปิดโรงแรม ดุสิตธานี หัวหิน ในปี 2533
ในปี พ.ศ. 2536 ดุสิตธานี ได้เริ่มขยายไปยังธุรกิจใหม่
โดยการเปิดโรงเรียนการโรงแรมดุสิตธานี
เพื่อผลิตบุคลากรให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการโรงแรมของไทย
ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาลัยดุสิตธานี
ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ก็เริ่มขยายการทำธุรกิจไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรก
ด้วยการเปิดโรงแรมดุสิตธานี มะนิลา ในประเทศฟิลิปปินส์
9 ปีถัดมา ดุสิตธานี ได้เริ่มปั้นแบรนด์ใหม่
ชื่อว่า “ดุสิตดีทู” และ “ดุสิต เดวาราณา”
เพื่อปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและเน้นเจาะกลุ่มตลาดหรูระดับบน
นอกจากเปิดตัวโรงแรมแบรนด์ใหม่
ดุสิตธานี ยังจับมือเป็นพันธมิตรกับ เลอ กอร์ดอง เบลอ (Le Cordon Bleu) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารระดับสากล เพื่อเปิด โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต
และในปี พ.ศ. 2559 ก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เมื่อมีการแต่งตั้ง คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดุสิตธานี
ซึ่ง คุณศุภจี ถือเป็น CEO คนแรก ที่ไม่ได้มาจากตระกูลผู้ก่อตั้งดุสิตธานี
หลังจากนั้น คุณศุภจี ก็เริ่มเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ
ให้ธุรกิจของ ดุสิตธานี มีความหลากหลายขึ้นจากเดิม
และใน พ.ศ. 2560 ก็มีการขยับตัวครั้งใหญ่อีกครั้ง
เมื่อ ดุสิตธานี ลงนามร่วมทุนกับ เซ็นทรัลพัฒนา
เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use)
โดยโครงการดังกล่าว มีชื่อว่า Dusit Central Park
ซึ่งพื้นที่โครงการ ก็คือพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ
โรงแรมแห่งแรกของเครือ ดุสิตธานี ที่ให้บริการมากว่า 50 ปี
พอเป็นแบบนี้ จึงทำให้โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ
ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว และถูกรื้อถอน ในปี พ.ศ. 2562
เพื่อสร้างขึ้นใหม่ในโครงการ Dusit Central Park ที่จะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2566
ส่วนห้องอาหารที่อยู่ในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ
ก็ถูกนำไปเปิดเป็นร้านอาหาร “บ้านดุสิตธานี” ซึ่งตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง
นอกจากโครงการ Dusit Central Park
ดุสิตธานี ยังเริ่มขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่น
เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจโรงแรมและการศึกษา
ยกตัวอย่างเช่น
ตั้ง บริษัท ดุสิต ฟู้ดส์ จำกัด เพื่อการลงทุนสำหรับธุรกิจอาหาร
ตั้ง บริษัท ดุสิต ฮอสปิตัลลิตี้ เซอร์วิสเซส จำกัด
เพื่อรองรับงานบริการรูปแบบต่างๆ เช่น
ธุรกิจจัดเลี้ยงนอกสถานที่ (Dusit Event)
บริการรับทำความสะอาดหรือซ่อมแซม (Dusit On-Demand)
ลงทุนในสตาร์ตอัปของไทย ชื่อว่า เฟฟสเตย์ (Favstay)
ซึ่งดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์มจัดหาที่พักแบบ Sharing Economy ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และญี่ปุ่น
จะเห็นว่า จากในช่วงแรกๆ ดุสิตธานี มีธุรกิจหลัก 2 อย่าง
คือธุรกิจบริหารโรงแรมและที่พัก กับ ธุรกิจการศึกษา
ในปัจจุบัน ดุสิตธานี มีธุรกิจหลักทั้งหมด 5 ส่วน ซึ่งประกอบด้วย
ธุรกิจบริหารโรงแรมและที่พัก, ธุรกิจการศึกษา, ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริการของโรงแรม
แล้วผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาของ ดุสิตธานี เป็นอย่างไร
ผลประกอบการของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
ปี พ.ศ. 2560 รายได้ 5,570 ล้านบาท กำไร 267 ล้านบาท
ปี พ.ศ. 2561 รายได้ 5,565 ล้านบาท กำไร 290 ล้านบาท
ปี พ.ศ. 2562 รายได้ 6,121 ล้านบาท กำไร 320 ล้านบาท
โดยที่รายได้หลักของ ดุสิตธานี ยังคงมาจากธุรกิจโรงแรมและที่พัก
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2563 ดุสิตธานี มีจำนวนห้องพักภายใต้การบริหารจัดการรวม 10,293 ห้อง จากโรงแรมและที่พักรวม 333 แห่ง ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น มัลดีฟส์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, จีน
รายได้ทุก 100 บาท ของ ดุสิตธานี ในปี พ.ศ. 2562 มาจาก
ธุรกิจโรงแรมที่ดำเนินการเอง 56 บาท
การรับจ้างบริหารโรงแรม 6 บาท
ธุรกิจการศึกษา 6 บาท
อื่นๆ (เงินปันผลรับ, ธุรกิจอาหาร และอื่นๆ) 32 บาท
และตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2563
ที่เกิดการระบาดของ COVID-19
ก็ได้สร้างความท้าทายครั้งใหญ่ให้กับ ดุสิตธานี
ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรก รายได้ของ ดุสิตธานี ลดลงถึง 39% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
โดยเฉพาะ รายได้จากธุรกิจโรงแรม ที่ลดลงถึง 51%
ก็ต้องติดตามกันต่อว่า
ดุสิตธานี จะฟื้นตัวกลับมาหลังวิกฤติคลี่คลายได้เร็วแค่ไหน
แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นจากเรื่องนี้ก็คือ
ดุสิตธานี มีการลงทุนขยายกิจการไปทำธุรกิจใหม่ๆ
เพื่อลดความเสี่ยงในการพึ่งพารายได้จากธุรกิจโรงแรม
และยอมทิ้งของเดิม คือโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ
เพื่อสร้างของใหม่ ซึ่งก็คือ Dusit Central Park
ซึ่งดูเหมือนว่ายังมีความโชคดีอยู่ไม่น้อย
เพราะในช่วงที่ COVID-19 ระบาด มันเป็นช่วงที่อยู่ในระหว่างการสร้างของใหม่พอดี
ก็เรียกได้ว่า ทุบทิ้งแล้วก่อสร้าง ได้ถูกจังหวะ เลยทีเดียว..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์มของแหล่งรวมนักคิด
ที่ช่วยอัปเดตสถานการณ์ ในรูปแบบบทความ วิดีโอ
รวมไปถึงพอดแคสต์ ที่มีให้ฟังระหว่างเดินทางด้วย
ลองใช้กันที่ Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
-รายงานประจำปี 2562 บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
-คำอธิบายและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของฝ่ายบริหาร สำหรับไตรมาส 2 และ 6 เดือนปี 2563 บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.